วันนี้ (17 ก.ค.2569) สำนักข่าวเอพีรายงานว่า รัฐสภาญี่ปุ่นลงมติรับรองกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่า ด้วยการสืบสันตติวงศ์ของราชวงศ์ญี่ปุ่น ซึ่งมีข้อกำหนดหลักให้พระบรมวงศานุวงศ์เพศชายสายสมเด็จพระจักรพรรดิเท่านั้น ที่มีสิทธิ์ได้ขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิ ถึงแม้จะเป็นพระญาติห่าง ๆ แต่ปรับแก้ให้พระบรมวงศานุวงศ์เพศหญิง ไม่ต้องทรงสละฐานันดรศักดิ์ถ้าเสกสมรสกับสามัญชน
กฎหมายใหม่ฉบับนี้ ซึ่งถือเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมครั้งประวัติศาสตร์ ต่อกฎหมายฉบับเดิมที่ประกาศใช้ตั้งแต่คริสศตวรรษที่ 19 โดยฝ่ายนักการเมืองสายอนุรักษ์นิยมรวมถึง ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นให้การสนับสนุน สร้างความกังวลว่า กฎหมายใหม่ฉบับนี้จะจุดชนวนการเฟ้นหา “เจ้าชาย” ที่จะทรงมีสิทธิ์ขึ้นครองราชบัลลังก์ สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นในอนาคต เนื่องจากปัจจุบันมี “เจ้าชาย” ที่จะทรงมีสิทธิ์สืบสันตติวงศ์ในอนาคตเพียง 5 พระองค์
โดยพระองค์ที่จะทรงมีสิทธิ์ต้องทรงมีพระชันษา 15 ปีขึ้นไปเท่านั้น อีกทั้งก่อกระแสคัดค้านในประเทศอย่างกว้างขวาง เนื่องจากจะทำให้เจ้าหญิงไอโกะ พระราชธิดาพระองค์เดียวของสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะองค์ปัจจุบัน และสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ ซึ่งทรงพระชนมายุ 24 พรรษาในขณะนี้ และทรงเป็นที่ชื่นชอบอย่างมากของชาวญี่ปุ่น จะทรงไม่มีสิทธิ์ขึ้นครองราชบัลลังก์
ภายใต้กฎหมายฉบับใหม่นี้ สายการสืบสันตติวงศ์ในราชวงศ์ญี่ปุ่นจะเปลี่ยนไปเป็นของเจ้าชายอากิชิโน มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น พระอนุชา ซึ่งปัจจุบันทรงมีพระชนมายุ 60 พรรษา ของสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ โดยพระองค์ทรงมีพระโอรส คือ เจ้าชายฮิซาฮิโตะ พระชันษา 19 ปีในขณะนี้ และทรงเป็นเจ้าชายพระองค์แรกของราชวงศ์ในช่วง 40 ปี
รายงานระบุว่า มีความเป็นไปได้มากที่สุด ที่เจ้าชายฮิซาฮิโตะจะทรงขึ้นครองราชย์ เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ใหม่ในอนาคตของญี่ปุ่น ตามพระประสงค์ของพระบิดาของพระองค์ ส่วนเจ้าชายฮิตาชิ พระราชปิตุลาของสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ ซึ่งจะทรงมีสิทธิ์ครองราชย์เช่นกัน ปัจจุบันก็ทรงมีพระชนมพรรษา 90 พรรษาแล้ว
รายงานระบุด้วยว่า ในอดีตนั้นญี่ปุ่นเคยมีพระจักรพรรดินีครองราชบัลลังก์ 8 พระองค์ แต่มีการปรับแก้กฎหมายเมื่อปี 2433 ให้พระบรมวงศานุวงศ์เพศชาย สายสมเด็จพระจักรพรรดิเท่านั้นที่ทรงมีสิทธิ์ได้ขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิ และข้อกำหนดนี้ยังคงสืบทอดมาจนถึงกฎหมายฉบับล่าสุดนี้
ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นเคยเสนอเมื่อปี 2548 ให้มีการปรับแก้กฎหมาย เพื่อให้เจ้าหญิงรัชทายาท หรือพระองค์อื่น ๆ สายสมเด็จพระจักรพรรดิขึ้นครองราชย์ได้ แต่ร่างกฎหมายดังกล่าวถูกปัดตกหลังจากการประสูติของเจ้าชายฮิซาฮิโตะ ทางด้านฝ่ายผู้คัดค้านชี้ว่ากฎหมายฉบับใหม่นี้ ยังคงคร่ำครึไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
ฝ่ายผู้คัดค้านชี้ด้วยว่า ในอดีตสมเด็จพระจักรพรรดิ และเจ้าชายสายสมเด็จพระจักรพรรดิ ทรงมีพระชายาหลายองค์ จึงมักไม่เกิดปัญหาการสืบสันตติวงศ์ของเจ้าชาย แต่ราว 100 ปีมาแล้วที่สมเด็จพระจักรพรรดิ และเจ้าชายสายสมเด็จพระจักรพรรดิ ทรงมีสมเด็จพระจักรพรรดินี และพระชายาพระองค์เดียว ดังนั้น การสืบราชบัลลังก์อาจเกิดปัญหาในอนาคต
อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับใหม่นี้ยังรักษาข้อกำหนดให้สมเด็จพระจักรพรรดินีมาจากสตรีสามัญชนได้ เช่นสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ องค์ปัจจุบัน ซึ่งเคยเป็นอดีตนักการทูตหญิง และยังคงไฟเขียวให้เจ้าชายในพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงเสกสมรสกับสตรีสามัญชนได้
ข้อกำหนดที่มีการปรับแก้อย่างมีนัยสำคัญ ของฎหมายฉบับใหม่นี้ ก็คือ การไฟเขียวให้เจ้าหญิงในพระบรมวงศานุวงศ์ ไม่ต้องทรงสละฐานันดรศักดิ์เช่นในอดีต ถ้าทรงเสกสมรสกับสามัญชน ก่อนหน้านี้ เจ้าหญิงมาโกะ พระราชนัดดาของสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ ทรงสละฐานันดรศักดิ์ เพื่อเสกสมรสกับชายสามัญชน และทั้งคู่ย้ายไปอยู่ในสหรัฐฯ
รายงานชี้ว่า ข้อกำหนดให้พระราชโอรสของสมเด็จพระจักรพรรดิเท่านั้น ที่จะทรงมีสิทธิ์ขึ้นครองราชบัลลังก์ ส่งผลให้สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ ทรงต้องเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในประเทศภายหลังการประสูติของเจ้าหญิงไอโกะ และว่าข้อกำหนดให้สิทธิ์การครองราชบัลลังก์เฉพาะเจ้าชาย อาจเกิดปัญหาการไม่คุ้นเคย-ยอมรับสมเด็จพระจักรพรรดิ
"อิสราเอล" ยุบสภา เตรียมเลือกตั้ง 27 ต.ค.นี้
มติ กสถ.ยกเลิกขึ้นบัญชี ขรก.ท้องถิ่น จ่อประกาศใหม่ ไร้ชื่อ 5,924 คน
