วันนี้ (19 ก.ค.2569) สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านในคืนที่ 8 ติดต่อกัน โดยระบุว่า มีเป้าหมายเพื่อลงโทษ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) หลังทหารสหรัฐฯ 2 นายเสียชีวิตจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านในจอร์แดน ขณะที่อิหร่านตอบโต้ทันทีด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวต รวมถึงเป้าหมายในบาห์เรนและจอร์แดน
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า การโจมตีครั้งล่าสุดมุ่งเป้าไปยังหน่วยของ IRGC ที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีซึ่งทำให้ทหารอเมริกันเสียชีวิตในจอร์แดน เมื่อวันที่ 17 ก.ค. พร้อมยืนยันว่า ปฏิบัติการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อ “ลงโทษอย่างรวดเร็ว” ผู้ที่โจมตีกำลังพลสหรัฐฯ
สำนักข่าวฟาร์สและทัสนิมของอิหร่านรายงานว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีเมืองท่าสิริก ซึ่งตั้งอยู่ริมช่องแคบฮอร์มุซ ทางตอนใต้ของอิหร่าน
ด้านกองทัพอิหร่านประกาศว่า ได้ส่งโดรนโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ 2 แห่งในคูเวต ได้แก่ คลังเก็บกระสุนในค่ายอูไดรี และระบบเรดาร์แพทริออตกับระบบเฝ้าระวังทางอากาศที่ฐานทัพอากาศอาลี อัล ซาเลม
นอกจากนี้ สื่อทางการอิหร่านยังรายงานว่า กองทัพได้โจมตีฐานทัพอากาศที่กองกำลังสหรัฐฯ ใช้งานในบาห์เรน รวมถึงถังเก็บเชื้อเพลิงที่ฐานทัพอัล-อัซรัค ในจอร์แดน
พล.ต.โมห์เซน เรซาอี ที่ปรึกษาทางทหารอาวุโสของผู้นำสูงสุดอิหร่าน เตือนว่า หากสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าโจมตีในอีกไม่กี่วันข้างหน้า อิหร่านจะกลับมาเปิดปฏิบัติการรุกเต็มรูปแบบอีกครั้ง
ขณะที่ พล.อ.อาลี อับดอลลาฮี ผู้บัญชาการทหารระดับสูงของอิหร่าน ระบุผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า หากสหรัฐฯ ยังคงใช้กำลัง อิหร่านจะตอบโต้ด้วยมาตรการที่ “เด็ดขาดและรุนแรง”
กระทรวงสาธารณสุขอิหร่านระบุว่า นับตั้งแต่การสู้รบรอบใหม่ปะทุขึ้น มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 50 คน และบาดเจ็บมากกว่า 500 คน ขณะที่สำนักข่าว IRNA รายงานว่า การโจมตีของสหรัฐฯ ในจังหวัดฮอร์โมซกันทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน และบาดเจ็บ 8 คน
ด้านคูเวตประณามการโจมตีของอิหร่านที่พุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานสำคัญและพื้นที่พลเรือน ขณะที่ประชาชนเริ่มกักตุนน้ำดื่มและอาหารกระป๋องจากความกังวลว่า ความขัดแย้งอาจยืดเยื้อ และส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณูปโภคและห่วงโซ่อุปทาน
อ่านข่าว :
รัฐบาลปิดดีล 4 บริษัทจีน-ดึงลงทุนในไทยทะลุ 70,000 ล้านบาท
"ทรัมป์" เตรียมมอบถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลก คุย "สหรัฐฯ" คือผู้ชนะตัวจริง
รพ.ซานคามิลโล แถลงการณ์ฉบับที่ 2 ให้แพทย์พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่
