“คมนาคม” ปรับแผน “แลนด์บริดจ์” เดินหน้าลอกร่องน้ำอันดามัน 28 กม. เข้าท่าเรือระนอง

การเมือง
21:37
จำนวนผู้ชม 1,098
Thai PBS
“คมนาคม” ปรับแผน “แลนด์บริดจ์” เดินหน้าลอกร่องน้ำอันดามัน 28 กม. เข้าท่าเรือระนอง
ผู้ช่วย AI

วันนี้ (19 ก.ค.2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม ให้สัมภาษณ์กรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ระบุว่า รัฐบาลจะเร่งพัฒนาท่าเรือน้ำลึกฝั่งตะวันตกที่ จ.ระนอง เชื่อมโยง จ.ชุมพร พร้อมแก้ไขจุดที่โครงสร้างพื้นฐานยังไม่เชื่อมต่อ หรือ Missing Link ทั้งระบบรางและทางถนน ควบคู่กับการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์

นายสรรเพชญ กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคม ซึ่งได้เริ่มขับเคลื่อนการพัฒนาท่าเรือระนอง อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ภายหลังตนลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของท่าเรือระนอง เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา และได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารจังหวัดระนอง ผู้บริหารการท่าเรือแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ประกอบการ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

จากการหารือ ทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่า ท่าเรือระนองมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นประตูการค้าฝั่งอันดามัน เชื่อมโยงประเทศไทยกับอินเดีย บังกลาเทศ ศรีลังกา กลุ่มประเทศ BIMSTEC รวมถึงภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรป แต่การพัฒนาจะต้องดำเนินการทั้งระบบ ตั้งแต่ภายในท่าเรือ พื้นที่หลังท่า ร่องน้ำเดินเรือ ตลอดจนโครงข่ายถนนและระบบรางที่เชื่อมต่อเข้าสู่ท่าเรือ

“นายกรัฐมนตรีได้วางทิศทางไว้อย่างชัดเจนว่า ต้องเร่งทำให้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่สามารถเชื่อมต่อกันและใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ท่าเรือระนองมีทำเลที่ได้เปรียบและมีโอกาสทางการค้า แต่เราต้องทำให้เรือเข้าได้สะดวก ขนถ่ายสินค้าได้รวดเร็ว มีพื้นที่รองรับเพียงพอ และมีถนนกับระบบรางเชื่อมถึงท่าเรืออย่างสมบูรณ์” นายสรรเพชญ กล่าว

สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพภายในท่าเรือ การท่าเรือแห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างดำเนินการจัดหาเครนยกสินค้าเพิ่มเติม ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดระยะเวลาการขนถ่ายสินค้า เพิ่มจำนวนรอบการให้บริการ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสายเรือและผู้ประกอบการ โดยแผนพัฒนาท่าเรือระนองยังครอบคลุมการปรับปรุงท่าเทียบเรืออเนกประสงค์และท่าเทียบเรือตู้สินค้า การติดตั้งเครนสำหรับยกขนสินค้า รวมถึงการพัฒนาลานวางตู้สินค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น

ขณะเดียวกัน จะเร่งจัดระเบียบและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่หลังท่า เพื่อรองรับลานวางตู้สินค้า คลังสินค้า จุดพักรถบรรทุก เขตปลอดอากร และกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ เนื่องจากพื้นที่หลังท่าถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้การรับ ส่ง พัก และกระจายสินค้าเป็นไปอย่างคล่องตัว ไม่เกิดปัญหาสินค้าตกค้างหรือรถบรรทุกสะสมบริเวณหน้าท่า

ในส่วนของร่องน้ำเดินเรือเข้าสู่ท่าเรือระนอง ซึ่งมีระยะทางประมาณ 28 กิโลเมตร จะประสานกรมเจ้าท่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำให้มีความลึกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เรือสินค้าเข้า-ออกได้สะดวก ปลอดภัย และลดข้อจำกัดในการให้บริการเรือขนาดใหญ่

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมจะเร่งพิจารณาการปรับปรุงและขยายทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงชุมพร–ระนอง รวมทั้งการพัฒนาทางเลี่ยงเมืองระนองและทางเลี่ยงเมืองชุมพร เพื่อแก้ไขจุดคอขวด ลดระยะเวลาการเดินทางของรถบรรทุก และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือกับพื้นที่เศรษฐกิจ

นายสรรเพชญ กล่าวอีกว่า Missing Link ที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งคือระบบราง เนื่องจากปัจจุบันการขนส่งสินค้าทางรถไฟมาสิ้นสุดที่สถานีรถไฟสะพลี จ.ชุมพร ก่อนเปลี่ยนถ่ายขึ้นรถบรรทุกและเดินทางต่อไปยังท่าเรือระนองอีกประมาณ 110 กิโลเมตร จึงเห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งศึกษาแนวทางขยายเส้นทางรถไฟจาก อ.ปะทิว จ.ชุมพร เชื่อมต่อมายังท่าเรือระนองโดยตรง

การเชื่อมระบบรางเข้าสู่ท่าเรือ จะช่วยลดขั้นตอนการเปลี่ยนถ่ายสินค้า ลดต้นทุนและระยะเวลาการขนส่ง ลดจำนวนรถบรรทุกบนท้องถนน และทำให้สินค้าจากภาคกลาง ภาคตะวันออก และพื้นที่ต่าง ๆ ของภาคใต้ สามารถเชื่อมต่อออกสู่มหาสมุทรอินเดียได้อย่างรวดเร็วและไร้รอยต่อ

“การพัฒนาท่าเรือระนองต้องเดินไปพร้อมกันทั้งร่องน้ำ ท่าเทียบเรือ เครนยกสินค้า พื้นที่หลังท่า ถนน และระบบราง เมื่อทุกส่วนเชื่อมถึงกัน ท่าเรือระนองจะสามารถทำหน้าที่เป็นประตูการค้าฝั่งอันดามันได้อย่างเต็มศักยภาพ กระทรวงคมนาคมพร้อมรับนโยบายของนายกรัฐมนตรี และจะเร่งประสานทุกหน่วยงานให้การดำเนินงานเกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับระบบโลจิสติกส์ของประเทศในระยะยาว” นายสรรเพชญ กล่าว

อ่านข่าว :

รพ.ซานคามิลโล แถลงการณ์ฉบับที่ 2 ให้แพทย์พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่

“อนุทิน” ชี้ต้องไม่มี “ใต้โต๊ะ-ทุจริต” บั่นทอนการลงทุน พร้อมเดินหน้า “แลนด์บริดจ์”

ชาวระนอง-ชุมพร เดินวิ่งปกป้องระนอง-ชุมพรจาก “โครงการแลนด์บริดจ์-SEC”

หน.พูดคุยสันติสุขฝ่ายไทย ย้ำจุดยืนสร้างพื้นที่ทำงานร่วมบีอาร์เอ็น ลดขัดแย้งชายแดนใต้