หลังเงียบไปพักใหญ่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เคลื่อนไหวแล้ว ด้วยการโพสต์ข้อความ
“ได้ยินข่าวมาว่า จะมีการย้ายผู้บริหารระดับสูงหลาย ๆ กรม เพราะไม่สนองนโยบาย “การเงิน” มากกว่า “การงาน” ฟังแล้วหดหู่ใจกับคนที่ตั้งใจทำงาน
แฝงความรุนแรงอยู่ในที เพราะมีนัยเรื่อง “การเงิน” ซึ่งเป็นเรื่องเชิงผลประโยชน์อยู่ในที กับที่จะมีโอกาสได้ขยับขึ้นจากเดิม
การโพสต์ข้อความของ “ร.อ.ธรรมนัส” เกิดขึ้นในช่วงมีกระแสข่าวหนาหู ให้จับตาการประชุม ครม.วันที่ 21 ก.ค.ให้ดี
เพราะ “เดอะ ซัน” นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาจใช้จังหวะนี้ เสนอรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง เข้าสู่การพิจารณาของ ครม.โดยเฉพาะปลัดกระทรวงคนใหม่ ที่จะมาแทนที่นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ซึ่งจะเกษียณในสิ้นเดือน ก.ย.นี้
สอดรับกับเมื่อ 5-6 วันก่อน นายสุริยะเปิดแง้มเรื่องปลัดกระทรวงคนใหม่ แต่จะยังไม่ได้ชี้ชัดว่า จะเป็นใคร ต้องมีการพิจารณาร่วมกับปลัดกระทรวงคนปัจจุบันก่อน
ยืนยันจะเป็นในกระทรวง และมีคุณสมบัติที่คาดหวังได้ คือ ซื่อสัตย์สุจริต มีความรู้ความสามารถ และที่สำคัญคือต้องขับเคลื่อนนโยบาย ในภาพรวมของกระทรวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และเป็นตามโผ นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กลายเป็นปลัดกระทรวงเกษตรฯคนใหม่ โดยนายสุริยะ ชี้แจงเหตุผลเพิ่มเติมว่า ได้ดูข้อมูลครบถ้วนทุกด้าน ไม่ว่าจะเรื่องซื่อสัตย์สุจริต การทุ่มเทและตั้งใจทำงาน และเรื่องอาวุโส โดยได้มีการปรึกษาหารือในระดับผู้บริหารหลายคน ไม่ใช่การพิจารณาของปลัดกระทรวงคนเดียว ซึ่งสอดรับกับแนวทางการทำงานของนายสุริยะ ในช่วงหลัง ๆ มานี้ ที่มักตัดสินใจเร็วฉับพลัน
ไม่ต่างจากเมื่อครั้ง ลงนามโยกย้ายนายราเชน ศิลปะรายะ จากอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรฯ ไปเป็นผู้ตรวจการ ด้วยเหตุผลว่า ต้องการคนที่มีไฟทำงาน มีกำลังวังชา มาทำงานเพื่อขับเคลื่อนโยบายได้ทันที ไม่เอาคนใกล้เกษียณที่มักจะทำงานแบบ “เกียร์ว่าง”
ทั้งนี้ โดยความเป็นจริง ถือเป็นอำนาจของรัฐมนตรีที่สามารถทำได้ และจะช้าหรือเร็ว ก็ต้องมีการแต่งตั้งโยกย้าย เพื่อทดแทนผู้เกษียณอายุ ที่ต้องพ้นจากตำแหน่งช่วงสิ้นเดือน ก.ย.นี้ ที่มีมากถึง 6-7 ตำแหน่ง
ทั้งปลัด รองปลัด อธิบดี เลขาฯ และผู้ตรวจ โดยเชื่อว่า ต้องมีสลับจัดทัพใหม่ และเพื่อกระชับอำนาจ โดยเลือกคนที่ไว้ใจได้ ขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งสำคัญ ๆ รวมแล้วอาจเกินกว่า 6-7 คนก็เป็นได้
เพียงแต่ กระทรวงเกษตรฯ อยู่ภายใต้การบริหารของพรรคกล้าธรรม และ ร.อ.ธรรมนัส มานาน ตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีช่วยฯ สังกัดพรรคพลังประชารัฐของ “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก่อนขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการ ในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และรัฐบาล “นายอนุทิน 1” แม้บางช่วง จะสลับให้ น.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ และนายอรรถกร ศิริลัทยากร นั่งเป็นรัฐมนตรี แต่ถือว่าวนเวียนอยู่กับพรรคกล้าธรรม และกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส
เมื่อคุมกระทรวงเกษตรฯ ยาวนาน ย่อมมีการจัดวางคนในสายไว้ที่ตำแหน่งสำคัญ ๆ เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล มีรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย เข้าไปดูแลแทน การแต่งตั้งโยกย้ายจัดระเบียบข้าราชการระดับสูงใหม่ ในกระทรวงย่อมต้องมีเกิดขึ้นเช่นกัน
ร.อ.ธรรมนัส ที่มีลูกน้องเก่าจำนวนไม่น้อยอยู่ในกระทรวงเกษตรฯ ย่อมต้องได้รับแจ้งข่าวสาร และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งสำคัญ ๆ ในกระทรวง จึงนำไปสู่การโพสต์ข้อความที่มีนัยดังกล่าว
ถือเป็นเรื่องปกติของข้าราชการและฝ่ายการเมือง ถึงวันหนึ่งเมื่อหมดอำนาจลงก็ต้องปล่อยวาง เพราะเป็นสมบัติผลัดกันชม
ไม่ต่างจากการส่งสัญญาณเชิงข่มขู่ สามารถทำได้ แต่อีกฝ่ายจะเกรงกลัวหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ดังบทกวี “14 ตุลาฯ” ท่อนหนึ่งของวิสา คัญทัพ ที่ว่า “ไม่มีอำนาจใดในโลกหล้า ผู้ปกครองต่างมาแล้วสาปสูญ”
