วันนี้ ( 22 ก.ค.2569)นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การส่งออกเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบของไทยไปทวีปยุโรปในเดือนพ.ค. 2569 มีมูลค่า 148.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 40.7% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน เร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจนจากเดือนเม.ย.ที่ขยายตัว8.5% และเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบ 7 เดือน (นับตั้งแต่ ต.ค. 68) ส่งผลให้การส่งออกในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 มีมูลค่ารวม 783.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว18.9%
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)
โดยสินค้าส่งออกสำคัญที่ขยายตัวโดดเด่นในเดือนพ.ค. ได้แก่ เครื่องปรับอากาศแบบเปลี่ยนวงจรความเย็นหรือวงจรความร้อน (กลุ่มปั๊มความร้อน) ขยายตัว 70.6% ส่วนประกอบของเครื่องปรับอากาศ ขยายตัว 49.6% และแบบติดหน้าต่างหรือฝาผนัง ขยายตัว 21.6%
สำหรับปัจจัยสำคัญมาจากคลื่นความร้อน (Heat Wave) ที่รุนแรงและเกิดขึ้นเร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะในยุโรปตะวันตกช่วงเดือนพ.ค.2569 จากปรากฏการณ์โดมความร้อน (Heat Dome) ที่ปกคลุมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยรายวันในหลายพื้นที่สูงกว่าค่าปกติมากกว่า 10 องศาเซลเซียส โดยโปรตุเกส สหราชอาณาจักร และไอร์แลนด์ ต่างบันทึกอุณหภูมิเดือนพ.ค.สูงสุดเท่าที่เคยตรวจวัด
วิกฤตโลกเดือดพลิกเป็นโอกาส แอร์ไทยบุกยุโรป เจาะตลาดสีเขียวฝ่าศึกการค้าโลก
โดยฝรั่งเศสมีวันที่ร้อนที่สุดของเดือนพ.ค.เป็นประวัติการณ์ ขณะที่ยุโรปตะวันตกและตอนกลาง รวมถึงบางภูมิภาคของยุโรปตะวันออก ต่างประสบกับสภาพอากาศแห้งแล้งกว่าปกติ สภาพอากาศที่ร้อนจัดผิดปกติเช่นนี้ ประกอบกับการคาดการณ์ล่วงหน้าว่าฤดูร้อนปีนี้จะร้อนกว่าปกติ กระตุ้นให้ผู้นำเข้าและผู้ค้าปลีกยุโรปเร่งสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า เพื่อรองรับอุปสงค์ในช่วงจุดสูงสุดของฤดูร้อน (มิ.ย.-ส.ค.)
เมื่อพิจารณารายประเทศ พบว่า ตลาดหลักในทวีปยุโรปส่วนใหญ่ขยายตัวสอดคล้องกับสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นผิดปกติเกือบทั่วทั้งภูมิภาค โดยเยอรมนีเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่ง มูลค่า 30.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ /ฝรั่งเศส/ สหราชอาณาจักร และสเปน
วิกฤตโลกเดือดพลิกเป็นโอกาส แอร์ไทยบุกยุโรป เจาะตลาดสีเขียวฝ่าศึกการค้าโลก
นอกจากนี้กลุ่มตลาดยุโรปเหนือขยายตัวในอัตราสูงต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี อาทิ ฟินแลนด์ และสวีเดน สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดที่มีอัตราการครอบครองเครื่องปรับอากาศต่ำเพียงประมาณ20% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยครัวเรือนทั่วโลกที่37% ในปี 2565
สำหรับแนวโน้มระยะถัดไป ประเมินว่าอุปสงค์เครื่องปรับอากาศในยุโรปมีแนวโน้มยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องในไตรมาสที่ 3 เนื่องจากยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนระลอกใหม่ที่รุนแรงยิ่งขึ้นในช่วงปลายเดือนมิ.ย. โดยหลายประเทศยังคงทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุด ใกล้ระดับ 40 องศาเซลเซียส ประกอบกับการคาดการณ์ฤดูกาลขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ช่วงเดือนก.ค.ถึงก.ย. 2569 ที่ชี้ว่าอุณหภูมิในทวีปยุโรปมีแนวโน้มสูงกว่าค่าปกติต่อเนื่อง โดยเฉพาะยุโรปใต้และยุโรปกลาง จากภาวะเอลนีโญที่กำลังทวีกำลัง
วิกฤตโลกเดือดพลิกเป็นโอกาส แอร์ไทยบุกยุโรป เจาะตลาดสีเขียวฝ่าศึกการค้าโลก
ผอ.สนค. กล่าวอีกว่า ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้สินค้าคงคลังของผู้ค้าปลีกยุโรปถูกระบายออกอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มสั่งซื้อเพื่อเติมสต็อกอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับสัญญาณจากผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศรายใหญ่ของเอเชียที่รายงานยอดขายในยุโรปเพิ่มขึ้นและคาดว่าอุปสงค์จะแข็งแกร่งตลอดฤดูกาล นอกจากแรงหนุนในระยะสั้น ตลาดยุโรปยังมีปัจจัยเชิงโครงสร้างที่เอื้อต่อการเติบโตในระยะยาว โดยทวีปยุโรปเป็นทวีปที่อุณหภูมิเพิ่มขึ้นรวดเร็วที่สุดในโลก เพิ่มขึ้นประมาณ 0.53 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษนับตั้งแต่กลางปี ค.ศ. 1990 หรือมากกว่า 2 เท่าของค่าเฉลี่ยโลก
ในขณะที่อัตราการครอบครองเครื่องปรับอากาศของครัวเรือนยังอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับนโยบายของสหภาพยุโรปที่ส่งเสริมระบบปั๊มความร้อน (Heat Pump) ซึ่งใช้งานได้ทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาว ทำให้เครื่องปรับอากาศในภูมิภาคยุโรปกำลังเปลี่ยนสถานะจาก “สินค้าฟุ่มเฟือยเป็นสินค้าจำเป็น” ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญของผู้ส่งออกไทยในการขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง
วิกฤตโลกเดือดพลิกเป็นโอกาส แอร์ไทยบุกยุโรป เจาะตลาดสีเขียวฝ่าศึกการค้าโลก
ทวีปยุโรปกำลังก้าวขึ้นเป็นตลาดที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น และช่วยกระจายความเสี่ยงด้านการส่งออกของไทยในภาวะที่การพึ่งพาตลาดหลักบางแห่งมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น สะท้อนได้จากสัดส่วนของทวีปยุโรปต่อการส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ไปตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของตลาดยุโรปมีเงื่อนไขเชิงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมกำกับอยู่ โดยเฉพาะเมื่อตลาดหลักในทวีปยุโรปส่วนใหญ่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งมีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดและมักเป็นบรรทัดฐานให้ประเทศอื่นในภูมิภาค
วิกฤตโลกเดือดพลิกเป็นโอกาส แอร์ไทยบุกยุโรป เจาะตลาดสีเขียวฝ่าศึกการค้าโลก
ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรมุ่งพัฒนาสินค้ากลุ่มประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงและระบบ Heat Pump ที่สอดรับกับนโยบายด้านพลังงานและลดคาร์บอนของ EU พร้อมติดตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะการทยอยจำกัดการใช้สารทำความเย็นที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนสูง และควรยกระดับการแข่งขันจากด้านราคาสู่ด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพพลังงาน และมาตรฐานสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มที่ยั่งยืนในตลาดที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม อากาศร้อนจัดในยุโรปไม่ใช่เหตุการณ์ชั่วคราว แต่กำลังกลายเป็นความปกติใหม่ของภูมิภาค ไทยในฐานะผู้ส่งออกเครื่องปรับอากาศรายใหญ่ ควรใช้จังหวะนี้เร่งเจาะตลาดยุโรปที่ยังมีช่องว่างการเติบโตสูง พร้อมพัฒนาสินค้าและเครื่องปรับอากาศประหยัดพลังงานให้สอดรับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป เพื่อเปลี่ยน "โลกเดือด" ให้เป็น "โอกาสทอง" ของอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน
อ่านข่าว:
ข้าวไทยปักหมุด "กว่างโจว" รุกจีนตอนใต้ ดัน"ข้าวประณีต"เจาะตลาดพรีเมียม
ปลุกกระแสโกโก้ไทยสู่ High Value พืชทางเลือก สู่ พืชเศรษฐกิจ “รักษ์โลก-สุขภาพ” สู้ศึกราคาตลาดโลก
Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง
