ฝีดาษวานร ปี 69 ไทยป่วยสะสม 139 คน เสียชีวิต 2 คน "Clade Ib" แซงสายพันธุ์เดิม

สังคม
12:09
จำนวนผู้ชม 64
Thai PBS
ฝีดาษวานร ปี 69 ไทยป่วยสะสม 139 คน เสียชีวิต 2 คน "Clade Ib" แซงสายพันธุ์เดิม
กรมควบคุมโรคเผยสถานการณ์โรคฝีดาษวานร ปี 2569 พบผู้ป่วยสะสม 139 คน เสียชีวิต 2 คน พร้อมจับตาสายพันธุ์ Clade Ib ที่เพิ่มขึ้นจนมีสัดส่วนมากกว่าสายพันธุ์เดิม ย้ำไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงและรีบพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ

วันนี้ (24 ก.ค.2569) นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคฝีดาษวานร (Mpox) ยังคงเป็นโรคที่มีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยพบผู้ป่วยประปรายตลอดทั้งปี และเริ่มมีแนวโน้มสูงขึ้นตั้งแต่เดือน มิ.ย.เป็นต้นมา ข้อมูลจากโปรแกรมเฝ้าระวังเหตุการณ์โรคและภัยสุขภาพ (M-EBS) กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 18 ก.ค.2569 มีผู้ป่วยสะสม 139 คน เสียชีวิต 2 คน (ทั้ง 2 คนมีเชื้อ HIV ร่วมด้วย) ผู้ป่วยเป็นเพศชาย 135 คน และเพศหญิง 4 คน อายุเฉลี่ย 36 ปี (ช่วงอายุตั้งแต่ 18 – 75 ปี)

ส่วนใหญ่สัญชาติไทย 123 คน (ร้อยละ 88.49) รองลงมาคือเมียนมา 9 คน และสัญชาติอื่น ๆ 7 คน โดยผู้ป่วยกระจายตัวในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เมืองใหญ่และจังหวัดท่องเที่ยว แม้สถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ แต่การป้องกันตนเอง และการเข้ารับการตรวจรักษาอย่างรวดเร็วเมื่อมีอาการสงสัย จะช่วยลดการแพร่เชื้อและป้องกันการเกิดอาการรุนแรงได้

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีปัจจัยเสี่ยงจากการมีเพศสัมพันธ์และสัมผัสใกล้ชิดกับกลุ่มเสี่ยง ในปีนี้พบผู้ป่วยที่ติดเชื้อ Mpox สายพันธุ์ Clade Ib จำนวน 88 คน จาก 139 คน สะท้อนให้เห็นว่า เชื้อสายพันธุ์ Clade Ib พบเพิ่มขึ้นจนมีสัดส่วนมากกว่าสายพันธุ์ Clade II และจากข้อมูลพบว่าเป็นผู้อยู่ร่วมกับ HIV จำนวน 76 คน (ร้อยละ 54.68) จึงควรได้รับการเฝ้าระวังและเข้าถึงการรักษาอย่างต่อเนื่อง

สายพันธุ์ Clade Ib เพิ่มขึ้น แซง Clade II

ปี พ.ศ.2569 ประเทศไทยพบผู้ป่วยสายพันธุ์ Clade Ib เพิ่มขึ้นเด่นชัดตั้งแต่ช่วงปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้ยังไม่พบผู้เสียชีวิตจากสายพันธุ์ Clade Ib จึงเน้นย้ำการเฝ้าระวังเชิงรุกและการสอบสวนโรคในกลุ่มเสี่ยงดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยเชื้อสายพันธุ์ Clade Ib เป็นสายพันธุ์ที่อยู่ในการเฝ้าระวังขององค์การอนามัยโลก (WHO) เนื่องจากกำลังแพร่ระบาดในหลายประเทศ

สำหรับการรักษา ผู้ป่วยโรคฝีดาษวานรส่วนใหญ่สามารถรักษาตามอาการและแยกกักตัวที่บ้านได้ จนหายดี ส่วนผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรง แพทย์จะพิจารณาให้ยาต้านไวรัสตามข้อบ่งชี้ พร้อมแนะนำให้แยกตัวประมาณ 21 วัน หรือจนกว่า ผื่น ตุ่ม จะตกสะเก็ดหลุดลอกออกหมด และผิวหนังกลับมาปกติ

เช็กอาการเสี่ยง มีผื่น ตุ่ม ประวัติเสี่ยง รีบพบแพทย์

ด้าน นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคนี้สามารถติดต่อได้จากการสัมผัสแนบชิดกับผู้ป่วย ได้แก่ ผิวหนังสัมผัสตุ่มหนอง ผื่น สารคัดหลั่ง หรือสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยมะเร็งและโรคเลือดควรระมัดระวังเป็นพิเศษ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการผิดปกติทางผิวหนัง โรคนี้สามารถป้องกันได้ ดังนี้

1.หลีกเลี่ยงการสัมผัสแนบชิดกับผู้ป่วยหรือผู้ที่สงสัยติดเชื้อฝีดาษวานร รวมทั้งหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่ไม่รู้จัก

2.สังเกตอาการผื่นเบื้องต้นด้วยตนเอง เช่น ผื่น/ตุ่มขึ้นตามร่างกาย หรือ ตุ่ม/แผลที่ขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก ปาก

3. มีประวัติสัมผัสแนบชิด หรือมีเพศสัมพันธ์กับผู้ป่วยสงสัย หรือผู้ป่วยยืนยันโรคฝีดาษวานร รวมทั้งกลุ่มผู้ดูแลผู้ป่วยสงสัยหรือผู้ป่วยยืนยันโรคฝีดาษวานร

4.หลังสัมผัสผู้ป่วยภายใน 21 วัน หากมีผื่น ตุ่มน้ำหรือตุ่มหนองขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ หรือ ทวารหนัก หรือ บริเวณรอบ ๆ ตามมือ เท้า หน้าอก ใบหน้า หรือบริเวณปาก ไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต เช่น บริเวณหลังหู คอ ขาหนีบ เจ็บคอ คัดจมูก หรือ ไอ ให้รีบเข้ารับการตรวจที่สถานบริการสุขภาพ หรือโรงพยาบาล โดยแจ้งอาการและประวัติเสี่ยงทันที เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง

กรมควบคุมโรคขอความร่วมมือประชาชนไม่ตื่นตระหนก แต่ขอให้ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุข สังเกตอาการของตนเอง และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง หากมีอาการสงสัยหรือมีประวัติเสี่ยงว่าติดเชื้อ Mpox ขอให้รีบเข้ารับการตรวจรักษาโดยเร็ว เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อและลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรง

อ่านข่าว :

เปิดรับฟังความคิดเห็นมาตรการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด 2 ทางเลือก ถึง 5 ส.ค.

สมช.เดินหน้าพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ ควบคู่ใช้กฎหมาย รับมาเลย์ทำให้สงบได้

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ พระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ.2569