“ข้าวไทย” เจอศึกหนัก คู่แข่งรอบด้าน จับตา “เอลนีโญ” หนุนดีมานด์โลก

เศรษฐกิจ
16:35
จำนวนผู้ชม 41
Thai PBS
“ข้าวไทย” เจอศึกหนัก คู่แข่งรอบด้าน  จับตา “เอลนีโญ” หนุนดีมานด์โลก

ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย มีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหลายล้านครัวเรือน และมีพื้นที่เพาะปลูกคิดเป็นสัดส่วนสูงของพื้นที่เกษตรทั้งหมด ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 3 ประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก ร่วมกับอินเดียและเวียดนาม โดยมีจุดแข็งด้านคุณภาพและความหลากหลายของสายพันธุ์ข้าว มากกว่าการแข่งขันด้านราคา แม้ว่าไทยจะมีจุดแข็ง โดยเฉพาะ ข้าวหอมมะลิไทย ซึ่งเป็นสินค้าพรีเมียม ได้รับการยอมรับในตลาดโลกด้านคุณภาพและกลิ่นหอม

“ข้าวไทย” เจอศึกหนัก คู่แข่งรอบด้าน  จับตา “เอลนีโญ” หนุนดีมานด์โลก

“ข้าวไทย” เจอศึกหนัก คู่แข่งรอบด้าน จับตา “เอลนีโญ” หนุนดีมานด์โลก

แต่ความท้าทายของอุตสาหกรรมข้าวไทยคือ มีต้นทุนการผลิตสูงกว่าคู่แข่ง เช่น อินเดีย เวียดนาม และปากีสถาน การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากประเทศคู่แข่ง รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ค่าระวางเรือ และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และนโยบายความมั่นคงทางอาหารของประเทศผู้นำเข้า ซึ่งอาจลดการนำเข้าบางช่วง

ชี้สงคราม สู้รบ กระทบตลาดส่งออกข้าวไทย

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์” นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอสออนไลน์ ถึงสถานการณ์การส่งออกข้าว ว่า 6 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย.) ไทยส่งออกข้าวแล้ว 3.5 ล้านตัน จากเป้าทั้งปี 7 ล้านตัน ดังนั้นในช่วง 1-2 เดือนหลังจากนี้ คาดว่าจะยังส่งออกได้เฉลี่ย 700,000 ตัน/เดือน เนื่องจากประเทศฟิลิปปินส์และมาเลเซีย ยังมีความต้องการสั่งซื้อข้าวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ตลาดที่หายไปอย่างอิรัก เริ่มกลับมาซื้อแต่จะไม่ใช้ลักษณะเดิมที่ซื้อตรงจากผู้ส่งออก แต่จะเป็นการซื้อผ่านประเทศที่สามอย่างตุรกี โดยข้าวจะถูกส่งไปยังตุรกีและขนส่งโดยรถบรรทุกเข้าอิรักอีกที

“นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์” นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย

“นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์” นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย

ทั้งนี้ในอดีตอิรักเคยสั่งซื้อข้าวเดือนละ 80,000-90,000 ตัน โดยปี 2568 ไทยส่งออกข้าวขาว 5% ไปอิรักประมาณ 1 ล้านตัน ส่วนปีนี้ถือว่าลดลงอย่างมาก โดยไทยส่งออกไปอิรักแค่เดือนเดียวเพียง 90,000 ตันเท่านั้น และไม่มีการส่งออกไปอีกเลยซึ่งหากดูจากสถานการณ์เชื่อว่าตลาดอิรักคงไม่กลับมาเหมือนเดิม เพราะการสู้รบยังคงรุนแรงขึ้น ประกอบกับการส่งออกไปอิรักจากนี้คงต้องผ่านประเทศที่สาม ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนของผู้นำเข้าที่สูงขึ้นอีกตันละ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯโดยเฉพาะโลจิสติกส์ที่ปรับตัวขึ้น เพราะต้องผ่านตุรกีวิ่งข้ามไปอิรักระยะทางประมาณ 300-400 กิโลเมตร เป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นตลาดอิรักคงไม่กลับสู่ภาวะปกติในเร็วๆนี้

ลุ้นฟิลิปปินส์-มาเลเซีย สั่งซื้อข้าวเพิ่ม รองรับ “เอลนีโญ”

นายกกิตติมศักดิ์ฯ กล่าวอีกว่า ในช่วง1-2 เดือนจากนี้จะมีการส่งมอบข้าวให้กับฟิลิปปินส์และมาเลเซีย และต้องติดตามต่อว่าทั้ง 2 ประเทศจะซื้อข้าวกับไทยต่อหรือไม่ เพราะข้าวอินเดียและปากีสถานกำลังออกครอปใหม่ในเดือนก.ย.นี้ประกอบกับราคาข้าวของทั้งอินเดียและปากีสถาน มีราคาที่ถูกกว่าข้าวไทย แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าข้าวไทยจะแพงกว่าข้าวอินเดียและปากีสถาน แต่ทั้ง2ประเทศยังซื้อข้าวไทยเพราะต้องการข้าวใหม่ ในขณะที่อินเดียเป็นข้าวเก่าแม้ว่าราคาจะต่างกัน 50-60 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน

“ข้าวไทย” เจอศึกหนัก คู่แข่งรอบด้าน  จับตา “เอลนีโญ” หนุนดีมานด์โลก

“ข้าวไทย” เจอศึกหนัก คู่แข่งรอบด้าน จับตา “เอลนีโญ” หนุนดีมานด์โลก

การซื้อกับอินเดีย อาจจะมีปัญหาเรื่องส่งมอบและเป็นข้าวเก่า 2 ประเทศนี้ ไม่นิยมกินข้าวเก่าถือว่าเป็นโอกาสของข้าวไทยที่แม้ราคาจะแพงกว่า แต่ทั้งนี้ต้องระวังข้าวเวียดนาม เพราะฟิลิปปินส์และมาเลเซียเริ่มหันไปซื้อข้าวเวียดนามเพราะราคาถูกกว่าไทย

อย่างไรก็ตามดูผลผลิตข้าวนาปรังที่จะออกมาในช่วง ส.ค.-ก.ย. ประมาณ 3 ล้านตันข้าวเปลือก ว่าราคาจะปรับลดลงมาหรือไม่ ซึ่งถ้าราคาลงมาระดับหนึ่งคาดว่าฟิลิปปินส์และมาเลเซียจะยังคงซื้อข้าวไทย คาดว่าปีนี้ฟิลิปปินส์จะนำเข้าไม่ต่ำกว่า 6 ล้านตัน จากปกติที่นำเข้า 3.5-5 ล้านตัน เนื่องจากมีการประเมินว่าผลผลิตในประเทศอาจได้รับผลกระทบจากเอลนีโญที่ค่อนข้างรุนแรงทำให้ปริมาณข้าวในประเทศลดลง 1.5-2 ล้านตันทำให้ฟิลิปปินส์จะต้องนำเข้าข้าวเพิ่มเพื่อสต็อกด้านความมั่นคงทางด้านอาหาร

“ข้าวไทย” เจอศึกหนัก คู่แข่งรอบด้าน  จับตา “เอลนีโญ” หนุนดีมานด์โลก

“ข้าวไทย” เจอศึกหนัก คู่แข่งรอบด้าน จับตา “เอลนีโญ” หนุนดีมานด์โลก

เช่นเดียวกับมาเลเซียช่วงสถานการณ์ปกติจะนำเข้าปีละ 1.4-1.5 ล้านตัน แต่คิดว่าปีนี้รัฐบาลมาเลเซียกลัวในเรื่องของเอลนีโญและผลผลิตในประเทศที่ลดลง ดังนั้น รัฐบาลสั่งให้เบอร์นาส หรือ Padiberas Nasional Berhad (Bernas) เป็นบริษัทเอกชนรายเดียวในประเทศมาเลเซียที่ได้รับสัมปทานผูกขาดจากรัฐบาล ให้ทำสต็อกข้าวจาก 3 เดือนเป็น 9 เดือน เพื่อป้องกันการขาดแคลนหรือเกิดเหตุการณ์วิกฤตเรื่องอาหาร ดังนั้นคาดว่ามาเลเซียจะมีการซื้อข้าวเพิ่มเป็น 2 ล้านตัน

หากดูจากตัวเลขที่ประเมินไว้ คิดว่าไทยน่าจะส่งออก 7 ล้านตันตามเป้าที่ตั้งไว้ เดือน ก.ค.-ส.ค.จะส่งออกไปต่ำกว่า 7 แสนตัน ส่วน ก.ย.-ต.ค. ต้องมาดูตัวเลขอีกที ส่วนปัญหาเอลนีโญที่ทำให้หลายประเทศมีการนำเข้าข้าวเพิ่มนั้น ขณะนี้ยังไม่มีใครบอกได้ว่า เอลนีโญจะรุนแรงเพียงใด มีแต่คาดการณ์ ว่าจะเป็นซุปเปอร์เอลนีโญหรือสตรองเอลนีโญ หรือจะเอลนีโญธรรมดา

“ข้าวไทย” เจอศึกหนัก คู่แข่งรอบด้าน  จับตา “เอลนีโญ” หนุนดีมานด์โลก

“ข้าวไทย” เจอศึกหนัก คู่แข่งรอบด้าน จับตา “เอลนีโญ” หนุนดีมานด์โลก

คาด “เอลนีโญ” ฉุดผลผลิตข้าวลดทั่วโลก

ทั้งนี้กระทรวงเกษตรฯคาดการณ์ ผลผลิตจะลดลง โดยนาปรังจะลดลง 5 แสนตันข้าวเปลือก ข้าวนาปีลดลง 1 ล้านตันข้าวเปลือกแต่เชื่อว่าผลผลิตไม่น่าลดลงเพราะ 1.ราคาข้าวยังดี 2.นาปรังส่วนใหญ่ปลูกที่ภาคกลางที่มีระบบชลประทานที่ดี และ3.น้ำในเขื่อนปีนี้ไม่ขาดแคลน

สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ ข้าวนาปี เพราะสิ่งที่จะเกิดจากวันนี้ หากเอลนีโญมีผลกระทบจริงและฝนทิ้งช่วง ส.ค.-ก.ย. ฝนตกน้อยหรือไม่ตกอาจจะมีปัญหา เพราะข้าวนาปีอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ผลผลิตปีหนึ่งประมาณ 25 ล้านตันข้าวเปลือก ซึ่งต้องดูข้าวนาปีเป็นหลักว่ามีผลกระทบมากน้อยแค่ไหน

“ข้าวไทย” เจอศึกหนัก คู่แข่งรอบด้าน  จับตา “เอลนีโญ” หนุนดีมานด์โลก

“ข้าวไทย” เจอศึกหนัก คู่แข่งรอบด้าน จับตา “เอลนีโญ” หนุนดีมานด์โลก

ตอนนี้เราไม่ได้เห็นราคาข้าวเปลือกราคาที่ 5,000-6,000 บาทในความชื้น 15% แต่ราคาข้าวขาว 5% ราคาอยู่ที่ 9,500 บาทต่อตัน ข้าวหอมมะลิราคาไปถึง 19,000 บาทต่อตันข้าวเปลือก ที่ชาวนาบอกว่าราคาข้าวยังต่ำ ไม่รู้ว่าชาวนาจังหวัดไหน ตอนนี้สต็อกข้าวทั้งหมดอยู่ที่โรงสีเป็นหลัก

สำหรับราคา FOB เดือน ก.ค. ข้าวไทยเคยราคาขึ้นไปถึง 485-490 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน หลังจากนั้นก็ทยอยลงมาที่ 460 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ตัน แต่ยังถือว่าแพงกว่าคู่แข่ง สาเหตุที่ราคาร่วง เพระราคาขึ้นไปเร็วมาก จาก 11 บาท/กก. ขึ้นไป 15 บาท/กก. หรือขึ้นมาตันละ 4,000 บาท ประมาณ 100 ดอลลาร์/ตัน (ค่างินบาทที่ 33 บาท/ดอลลาร์) ส่วนหนึ่งเพราะส่งออกมากในช่วงที่ผ่านมาและเป็นการเก็งกำไรของโรงสี

“ข้าวไทย” เจอศึกหนัก คู่แข่งรอบด้าน  จับตา “เอลนีโญ” หนุนดีมานด์โลก

“ข้าวไทย” เจอศึกหนัก คู่แข่งรอบด้าน จับตา “เอลนีโญ” หนุนดีมานด์โลก

USDA คาดการณ์สต็อกข้าวโลกหาย 2.8%

นายชูเกียรติ มองว่า เอลนีโญ ปี 2569–2570 เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการผลิตข้าวโลก โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ /เอเชียใต้ และแอฟริกา ขณะที่ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และต้นทุนพลังงานยิ่งซ้ำเติมตลาดข้าวโลก โดย USDA คาดการณ์การค้าข้าวโลก ปี 2570 ผลผลิตข้าวโลกจะลดลง 1.6% เหลือ 537.2 ล้านตันข้าวสาร และสต็อกข้าวโลกจะลดลง 2.8% เหลือ 192.6 ล้านตันข้าวสาร

“ข้าวไทย” เจอศึกหนัก คู่แข่งรอบด้าน  จับตา “เอลนีโญ” หนุนดีมานด์โลก

“ข้าวไทย” เจอศึกหนัก คู่แข่งรอบด้าน จับตา “เอลนีโญ” หนุนดีมานด์โลก

หากเอลนีโญมีความรุนแรงตามที่หลายสำนักคาดการณ์จะกระทบกับประเทศผู้ผลิต ไม่ว่าจะเป็น "ไทย" คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากปริมาณฝนที่ต่ำและน้ำในอ่างเก็บน้ำลดลง โดยเฉพาะการทำนาปรังในปี 2570 ส่งผลให้ผลผลิตอาจลดลง 5–10% หากเกิดภาวะแล้งรุนแรง “เวียดนาม” พื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงมีความเสี่ยงจากภัยแล้งและการรุกล้ำของน้ำเค็ม คาดว่าผลผลิตอาจลดลง 3–7%

"ฟิลิปปินส์” เป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูง โดยมีการประเมินว่าหากเกิดเอลนีโญรุนแรง ผลผลิตข้าวอาจลดลงได้ประมาณ 6 ล้านตันข้าวเปลือก เมื่อเทียบกับภาวะปกติ ส่งผลให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ “อินโดนีเซีย” คาดว่าผลผลิตอาจลดลงประมาณ 11% จากผลกระทบของภัยแล้งและการลดพื้นที่เพาะปลูกในบางพื้นที่ และ “ อินเดีย” แม้มีความเสี่ยงจากฝนมรสุมที่แปรปรวน แต่ยังมีสต็อกข้าวขนาดใหญ่ จึงคาดว่าจะยังรักษาสถานะผู้ส่งออกอันดับหนึ่งของโลกได้ และสามารถช่วยบรรเทาความตึงตัวของตลาดโลก

“ข้าวไทย” เจอศึกหนัก คู่แข่งรอบด้าน  จับตา “เอลนีโญ” หนุนดีมานด์โลก

“ข้าวไทย” เจอศึกหนัก คู่แข่งรอบด้าน จับตา “เอลนีโญ” หนุนดีมานด์โลก

ดังนั้นแนวโน้มความต้องการนำเข้าข้าวโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยฟิลิปปินส์ยังเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ที่สุด คาดนำเข้ามากกว่า 5 ล้านตันเพื่อชดเชยผลผลิตทีลดลง ขณะที่อินโดนีเซียและมาเลเซียมีแนวโน้มนำเข้าเพิ่มขึ้นหากผลผลิตลดลงตามที่คาดการณ์และรองรับการบริโภคภายในประเทศ เพราะ 40% พึ่งพาการนำเข้า

ส่วนประเทศในแอฟริกาหลายแห่ง จะเพิ่มการนำเข้า เพื่อรักษาความมั่นคงทางอาหาร เช่นเดียวกับจีนยังอาจนำเข้าเพื่อบริหารสต็อกและรักษาเสถียรภาพราคาภายในประเทศ อย่างไรก็ตามการค้าข้าวโลกยังขยายตัว แม้อุปทานลดลง โดย USDA คาดว่าปริมาณการค้าข้าวโลกปี 2570 จะทำสถิติสูงสุดที่ 62.9 ล้านตัน สะท้อนว่าความต้องการนำเข้าของหลายประเทศยังอยู่ในระดับสูง

“ไทย” ผู้ส่งออกข้าวเบอร์ 3ของโลก รั้งท้ายเวียดนาม

นายชูเกียรติ กล่าวว่า ปีนี้ ไทยยังคงเป็นผู้ส่งออกข้าวเบอร์ 3 ของโลกเช่นเดิม เพราะถ้าดูตัวเลข 6 เดือนแรกที่ส่งออกได้ 3.5 ล้านตัน อินเดียส่งออก 12 ล้านตัน เวียดนาม ส่งออก 4.5 ล้านตัน โดยราคาข้าวเวียดนามอยู่ที่ 415-420 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ส่วนอินเดีย ราคา 355-360 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ปากีสถาน ราคาขึ้นมาที่ 390 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ส่วน ราคาข้าวเมียนมาราคาใกล้เคียงกับไทยที่ 450-460 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน

“ข้าวไทย” เจอศึกหนัก คู่แข่งรอบด้าน  จับตา “เอลนีโญ” หนุนดีมานด์โลก

“ข้าวไทย” เจอศึกหนัก คู่แข่งรอบด้าน จับตา “เอลนีโญ” หนุนดีมานด์โลก

สิ่งที่ลูกค้าคอมเพลนเกี่ยวกับข้าวไทย คือ ราคาหอมมะลิแพงมาก 1,200 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ซึ่งทุกตลาดชะลอมาก ทั้งตลาดสหรัฐฯและตลาดจีน โดยเฉพาะตลาดจีนซื้อข้าวหอมมะลิไทยลดลงมากและหันไปซื้อข้าวกัมพูชาแทน อย่างข้าวผกาลำดวน ซึ่งคุณสมบัติใกล้เคียงข้าวหอมมะลิไทยอย่างมากและราคาต่างกันเพียง 400 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน โดยข้าวผกาลำดวนของกัมพูชาราคาอยู่ที่ 800 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ซึ่งน่าเป็นห่วง หากปล่อยไปแบบนี้ในอนาคตตลาดข้าวหอมมะลิจะถูกกลืนไปเรื่อยๆและถ้าไปแล้วไปลับไม่กลับมาเพราะคนกินเริ่มชินกับข้าวของคู่แข่ง

“ข้าวไทย” เจอศึกหนัก คู่แข่งรอบด้าน  จับตา “เอลนีโญ” หนุนดีมานด์โลก

“ข้าวไทย” เจอศึกหนัก คู่แข่งรอบด้าน จับตา “เอลนีโญ” หนุนดีมานด์โลก

สิ่งที่ผู้ส่งออกกังวลและต้องการให้หน่วยงานรัฐเร่งดำเนินการ คือ ทำอย่างไร “ข้าวกินอิ่ม” สามารถแข่งขันได้ดีขึ้นและมีต้นทุนถูกลง เพราะการที่ข้าวของไทยมีราคาแพงกว่า ข้าวเวียดนาม เมียนมาร์ อินเดีย ปากีสถาน เหตุผลเพราะว่า ผลผลิตต่อไร่ของไทยต่ำกว่าและไทยมีพันธุ์ข้าวที่ไม่หลากหลาย ซึ่งหากจะมองไปในระยะยาว ต้องทำอย่างไรให้อุตสาหกรรมข้าวไทยโตอย่างยั่งยืน ดังนั้นหน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องเร่งพัฒนาและมองหาจุดอ่อนของข้าวไทยให้สามารถกลับมาแข็งขันได้และทำอย่างไรให้ต้นทุนข้าวไทยถูกลงและมีผลผลิตที่เพิ่มขึ้นซึ่งจะช่วยทำให้อึตสาหกรรมข้าวไทย ชาวนาไทย อยู่ได้ในระบบการค้าโลก

อ่านข่าว:

เกมรุกข้าวไทยแดนมังกร “ชนินทร หริ่มเจริญ” ชี้คุณภาพเหนือราคา คือ คำตอบ

ข้าวไทยปักหมุด "กว่างโจว" รุกจีนตอนใต้ ดัน"ข้าวประณีต"เจาะตลาดพรีเมียม

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง