บางพื้นที่ของ
เจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ 13 สงขลา เร่งบูรณะกำแพงเมืองเก่าสงขลา อายุ 175 ปี ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2379 สมัยรัชการที่ 3 ซึ่งพังลงมา จากพายุฝนตกหนักเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ทำให้กำแพงบางส่วนพังลงมาความยาว เกือบ 20 เมตร ล่าสุดการบูรณะใกล้แล้วเสร็จเหลือเพียงการสร้างและตกแต่งใบเสมาใบสุดท้าย และมั่นใจว่า ตัวกำแพงจะมีความแข็งแรงกว่าเดิม เนื่องจากภายในตัวกำแพงได้ใช้เหล็กยึดทั้งด้านนอกและด้านในเอาไว้ทุก ๆ 2 เมตร ตลอดความยาว 150 เมตร สามารถรองรับปริมาณฝนที่ตกหนักในช่วงฤดูมรสุมได้
ส่วนฝนที่ตกต่อเนื่องในช่วงนี้ทำให้เกิดดินสไลด์หลายจุด ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่พรุ ป่าคลองกั่ว และ ป่าเทือกเขาไฟไหม้ ตำบลเขาพระ อำเภอรัตภูมิ ขณะที่ในหลายตำบลของอำเภอควนขนุน เขาชัยสน และ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ซึ่งอยู่ในที่ลุ่มติดกับทะเลสาบสงขลาถูกน้ำท่วมขังสูงประมาณ 1 เมตร ชาวบ้านกว่า 10,000 ครอบครัว ต้องประสบภัยน้ำท่วมเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 2 เดือน โดยขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าช่วยเหลือ
ส่วนที่ตำบลเขาปู่ อำเภอศรีบรรพต เป็นอีกจุดที่ฝนที่ตกหนักทำให้น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดไหลหลากลงมาในพื้นที่และกัดเซาะถนนหมู่บ้านและคอสะพานในหมู่ที่ 9 เสียหาย
ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า สภาวะฝนตกหนักและคลื่นลมแรงในอ่าวไทย จะเริ่มเบาบางลงไปตั้งแต่วันนี้ (19 ธ.ค.) เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนเริ่มมีกำลังอ่อนลงซึ่งจะทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังอ่อนลงไปด้วย
อย่างไรก็ตามยังคงเฝ้าจับตาว่า พายุโซนร้อน "วาชิ" ที่พัดถล่มประเทศฟิลิปปินส์ก่อนหน้านี้ ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบกับภาคใต้ตอนล่างตั้งแต่ 21 ธันวาคม ซึ่งจะทำให้มีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้นในช่วงดังกล่าวหรือไม่
