นายกฯ สั่งผู้ว่าฯ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบคลื่นซัดถล่มชายฝั่ง
สภาพคลื่นลมบริเวณชายหาดชุมชนหัวถนน ตำบลมะเร็ต อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังคงมีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง คลื่นสูงเกือบ 2 เมตร แม้ความแรงของคลื่นจะลดลงกว่าเมื่อวานนี้ (25 ธ.ค.) แต่ชาวเรือทั้งหมดนำเรือจอดเทียบท่า ตามคำเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ที่ให้เฝ้าระวังคลื่นลมไปจนถึงวันที่ 28 ธ.ค.นี้
ถนนบริเวณบ้านดาโต๊ะ ตำบลแหลมโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ก็เป็นพื้นที่หนึ่งที่ถูกคลื่นซัดขาด รวม 3 ช่วง ระยะทางกว่า 80 เมตร ชาวบ้านกว่าพันครอบครัวไม่สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้ หลายคนยืนยันว่า แม้บ้านเสียหายจากคลื่นลมพายุหลายครั้งแล้ว แต่จะขอปักหลักจนกว่าทางการจะจัดสรรที่อยู่ใหม่ให้
ส่วนที่จังหวัดชุมพร นายพินิจ เจริญพานิช ผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งให้เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาลในพื้นที่อำเภอปะทิว ไปจนถึงอำเภอละแม รวม 5 อำเภอ เร่งสำรวจบ้านที่เสียหายจากคลื่นลมแรงเมื่อวานนี้ (25 ธ.ค.) พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์ ชดเชยบ้านที่เสียหายทั้งหมดไม่เกิน 30,000 บาท และเสียหายบางส่วนไม่เกิน 20,000 บาท คาดว่ามีบ้านเสียหายประมาณ 100 หลัง
ส่วนที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คลื่นลมยังคงซัดกระหน่ำชายฝั่งอำเภอหัวหินและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง แต่เริ่มอ่อนกำลังลงแล้ว โดยเฉพาะบริเวณสะพานปลา อำเภอหัวหิน ชาวประมงบางส่วนได้เคลื่อนย้ายเรือประมงขึ้นฝั่ง
เทศบาลเมืองหัวหินมีการเฝ้าระวังพื้นที่ชายฝั่งตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งประกาศห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเล และกีฬาทางน้ำทุกชนิดในช่วง 2-3 วันนี้
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้ดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ขณะนี้ได้ประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว 6 จังหวัด ส่วนแนวทางการช่วยเหลือเยียวยา ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถใช้งบทดลองฉุกเฉินดูแลประชาชนได้ทันที นายกรัฐมนตรีระบุว่า อาจจำเป็นต้องมีการรวมศูนย์เพื่อบูรณาการการเตือนภัยเพิ่มเติม โดยจะนำปัญหาที่เกิดขึ้นมาหารือกับทางคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้นักวิชาการช่วยกันวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางการแก้ไขต่อไป
