วันนี้ (27 ก.ย.2569) นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) แนะนำว่า เมื่อสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายจนสามารถเข้าสำรวจพื้นที่ได้อย่างปลอดภัยแล้ว ควรตรวจสอบความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย พร้อมเก็บหลักฐานความเสียหายให้ครบถ้วนก่อนดำเนินการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์
สำหรับบ้านเรือนและรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม สำนักงาน คปภ.แนะนำให้ดำเนินการตาม 4 ขั้นตอนสำคัญ ดังนี้
1.ตรวจสอบความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย
ผู้เอาประกันภัยควรตรวจสอบว่า กรมธรรม์ประกันภัยที่มีอยู่ให้ความคุ้มครองกรณีน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบวงเงินความคุ้มครองและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยได้ผ่าน LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ.รอบรู้” ในเมนู “กรมธรรม์ของฉัน (My Policy)” เพื่อดูรายละเอียดความคุ้มครองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 ให้ความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม ขณะที่ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+ และ 3+ ควรตรวจสอบเพิ่มเติมว่าได้ซื้อความคุ้มครองกรณีน้ำท่วมเพิ่มเติมไว้หรือไม่
ส่วนประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย ควรตรวจสอบว่ากรมธรรม์ระบุความคุ้มครองภัยน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติไว้ด้วยหรือไม่
2.เก็บหลักฐานความเสียหายให้ครบถ้วน
ผู้เอาประกันภัยควรถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอ ความเสียหายทั้งภาพรวมและรายละเอียดของทรัพย์สินที่ได้รับผลกระทบ เช่น กรณีบ้านเรือน ถ่ายภาพทรัพย์สินที่เสียหายแบบเจาะจงทีละชิ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้าง พื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า กรณีรถยนต์ ถ่ายภาพให้เห็นสภาพรถทั้งภายนอก ภายใน ห้องเครื่อง รวมถึงบันทึกระดับน้ำหรือรอยคราบน้ำไว้เป็นหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
3.ติดต่อบริษัทประกันภัยโดยเร็ว
ผู้เอาประกันภัยควรแจ้งเหตุแก่บริษัทประกันภัยทันทีที่สามารถดำเนินการได้ พร้อมเตรียมข้อมูลที่จำเป็น เช่น เลขที่กรมธรรม์ ทะเบียนรถ วัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุ ตลอดจนรายละเอียดความเสียหาย เพื่ออำนวยความสะดวกในการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน และเก็บเลขที่ใบเคลม (Claim No.) ไว้สำหรับติดตามสถานะ
4.เตรียมเอกสารประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
ผู้เอาประกันภัยควรจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ภาพถ่ายความเสียหาย สำเนาทะเบียนรถ สำเนาทะเบียนบ้านหรือสำเนาโฉนดที่ดิน และเอกสารประกอบอื่นๆ กรณีบริษัทประกันวินาศภัยมีการร้องขอ
สำนักงาน คปภ. ได้กำหนดแนวปฏิบัติตามมาตรฐานการซ่อมรถยนต์ ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการประเมินความเสียหายและการซ่อมแซม โดยแบ่งระดับความเสียหายออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่
- ระดับ A น้ำท่วมถึงพรมพื้นรถยนต์ ค่าซ่อมประมาณ 8,000-10,000 บาท
- ระดับ B น้ำท่วมถึงเบาะนั่ง ค่าซ่อมประมาณ 15,000-20,000 บาท
- ระดับ C น้ำท่วมถึงส่วนล่างของคอนโซลหน้า ค่าซ่อมประมาณ 25,000-30,000 บาท
- ระดับ D น้ำท่วมถึงส่วนบนของคอนโซลหน้า ค่าซ่อมประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป
- ระดับ E รถยนต์จมน้ำทั้งคัน บริษัทประกันภัยจะพิจารณาความเสียหายตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย
ทั้งนี้ หากเข้าข่ายเป็นความเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) บริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย
ในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 สำนักงาน คปภ.จะเชิญบริษัทประกันวินาศภัยประชุมหารือแนวทางการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้เอาประกันภัย ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม
หากประชาชนผู้เอาประกันภัยมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการประกันภัย การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน หรือสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนคปภ. 1186 หรือ LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ. รอบรู้” ตลอด 24 ชั่วโมง
อ่านข่าว :
เตือน 16 จังหวัด เฝ้าระวังดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก 27-29 ก.ย.นี้
ครม.อนุมัติวันหยุดราชการกรณีพิเศษ 28-29 ก.ย.นี้ พื้นที่ 4 จังหวัด
รฟท.ปิดทางชั่วคราว น้ำท่วมสันรางคลองตัน-หัวหมาก งดเดินรถสายตะวันออกเพิ่ม 6 ขบวน
