วันนี้ (28 ก.ย.2569) เฟซบุ๊กแฟนเพจของกรมอุตุนิยมวิทยา ออกมาแจ้งเตือนสภาพอากาศ เกี่ยวกับการเคลื่อนตัวของกลุ่มฝนที่จะเคลือนไปยังภาคเหนือภาคตะวันออก และ หลายจังหวัดของภาคกลางด้วยรูปแบบของการใช้ภาษา คล้ายกับการพูดคุยกันของบุคคลทั่วไป ทำให้ชาวโซเชียลคอมเมนต์ชมการปรับวิธีการสื่อสารที่เข้าใจง่ายขึ้น แม้ว่าการปรับเปลี่ยนจะล่าช้าไปบ้าง
ตัวอย่างของการสื่อสารแบบเข้าใจง่ายๆ ดังนี้
ทุกคน...ฝนกำลังไปหานะคะ
ช่วง 10.30–13.30 น. ใครอยู่ 13 จังหวัดนี้ เตรียมตัวกันหน่อยค่ะ บางจุดฝนจะมาแรงและตกเยอะ
แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก
นครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี
นครนายก ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด
มีคนที่เราห่วงอยู่จังหวัดไหน ส่งไปบอกกันนะคะ
กำลังจะออกไปไหน เช็กฝน เช็กเส้นทางกันก่อน ส่วนบ้านไหนมีน้ำท่วมหรือน้ำขังอยู่แล้ว ระวังฝนมาเติมอีกค่ะ
กรมอุตุฯ เตือนภัยฝนตกแบบใหม่ ปรับภาษา-การสื่อสาร ให้เข้าใจง่ายขึ้น สังคมออนไลน์ชื่นชม
ในภาวะวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีเสียงเรียกร้องจากประชาชนให้กรมอุตุนิยมวิทยา ปรับรูปแบบการรายงานสภาพอากาศ ให้เข้าใจง่ายและสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งรูปแบบของการสื่อสารล่าสุดที่ปรับเปลี่ยนแล้ว มีดังนี้
- ลดศัพท์เทคนิค เปลี่ยนเป็นภาษาของคนทั่วไป จากเดิมที่ต้องรายงานทิศทางลมหรือค่าร้อยละของพื้นที่ เปลี่ยนมาใช้ถ้อยคำที่เข้าใจง่าย สั้น กระชับ และเป็นกันเองเหมือนเพื่อนเตือนเพื่อน
- อัปเดตสถานการณ์แบบเรียลไทม์ เน้นการรายงานเรดาร์ฝนแบบปัจจุบันและพยากรณ์ระยะสั้นมาก เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เขตเมืองและจุดเสี่ยง สามารถเช็กสภาพอากาศก่อนเดินทางได้ทันที แทนการออกประกาศฉบับรวมที่รอกลางวัน/กลางคืนอย่างเดียว
- การใช้กราฟิกดิจิทัลย่อยง่าย มีการทำสรุปสาระสำคัญของประกาศยาวๆ ให้อยู่ในรูปกราฟิกไฮไลต์สั้นๆ สรุปชัดเจนว่า "ภาคไหนรอด ภาคไหนต้องระวัง" ช่วยลดความน่าเบื่อของเอกสารราชการ
กรมอุตุฯ เตือนภัยฝนตกแบบใหม่ ปรับภาษา-การสื่อสาร ให้เข้าใจง่ายขึ้น สังคมออนไลน์ชื่นชม
ล่าสุดนายสนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วิเคราะห์ เรื่อง "แจ้งเตือนช้า เกิดมหาอุทกภัย..หน่วยงานไหน?..ทำอะไรผิดพลาด" โดยระบุว่า น้ำท่วมครั้งใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพและภาคตะวันออก เกิดจากฝนตกแช่หมุนวนในพื้นที่ยาวนาน จนปริมาณน้ำฝนในกทม.พุ่งสูงกว่า 340 มม.ในรอบ 43 ปี บ้านเรือนประชาชนจมน้ำ ทรัพย์สินเสียหายมหาศาล ขนย้ายหนีไม่ทัน ก่อนเกิดเหตุการณ์การแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าเป็นเรื่องสำคัญ การแจ้งที่ล่าช้าและไม่ชัดเจนทำให้สูญเสียมาก
พร้อมกับกล่าวถึงกรมอุตุนิยมวิทยาว่า มีหน้าที่หลักในการพยากรณ์อากาศ และออกประกาศเตือนภัย รอบนี้ได้ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักถึงหนักมากล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง (เช่น ประกาศเตือนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 22-23 กันยายน) และอัปเดตทิศทางการเคลื่อนตัวของกลุ่มฝนสลับเป็นระยะ เพื่อเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวัง แต่การสื่อสารไม่ชัดเจน พูดในวงกว้าง ทำให้ประชาชนไม่ตระหนัก
การแจ้งเตือนควรจะแบ่งออกตามเกณฑ์สถานการณ์และความเร่งด่วน การเตือนภัยล่วงหน้า (เฝ้าระวัง) ไม่ต่ำกว่า 120 ชั่วโมง (ประมาณ 5 วัน) เมื่อพบสิ่งบอกเหตุอาจเกิดพายุหรือฝนตกหนักสะสม จากกรมอุตุฯ
อ่านข่าว :
กกพ.จ่อชง "ลดค่าไฟ" ช่วยน้ำท่วม หารือหน่วยงานใน 1-2 สัปดาห์
ศธ.สั่งปิดเรียน รร.สังกัด สพฐ.-เอกชน-นานาชาติ ใน 4 จังหวัดน้ำท่วม
