วันนี้ (28 ก.ย.2569) นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะ โฆษก สทนช. กล่าวถึงการติดตามและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา แม่กลอง ท่าจีน ป่าสัก บางปะกง ชายฝั่งทะเลตะวันออก และเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์
นายไพฑูรย์ ระบุว่า ช่วงวันที่ 28-29 ก.ย. อิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวมะตะบัน ส่งผลให้มีฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของประเทศไทย บริเวณภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ จ.แม่ฮ่องสอน ตาก กำแพงเพชร กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ระยอง จันทบุรี ตราด และนครนายก จากนั้นปริมาณฝนจะเริ่มลดลง
สทนช.ประสานทุกหน่วยงานและจังหวัด เร่งเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในแต่ละลุ่มน้ำอย่างใกล้ชิด โดยสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออกและลุ่มน้ำบางปะกง จากฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ตะวันออก ส่งผลให้ระดับน้ำใน อ.เมืองจันทบุรี และคลองวังตโนด เอ่อล้นตลิ่งและมีแนวโน้มแผ่ขยายวงกว้าง
ขณะที่เขื่อนประแสร์ มีปริมาณน้ำสูงถึง 112% เนื่องจากที่ผ่านมาต้องหน่วงน้ำไว้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบพื้นที่ท้ายเขื่อน และเขื่อนขุนด่านปราการชล มีปริมาณน้ำ 98% เร่งพร่องระบายน้ำที่อัตรา 250 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา (อ.คลองเขื่อน อ.บางน้ำเปรี้ยว และ อ.บางคล้า) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย และ จ.ปราจีนบุรี ระดับน้ำล้นตลิ่ง 45 ซม.
ส่วนลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำป่าสัก ปริมาณน้ำจากแม่น้ำปิงที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ (28 ก.ย.) ประกอบกับลำน้ำสาขาไหลมาสมทบ ทำให้น้ำไหลผ่านสถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ เพิ่มขึ้นแตะระดับ 2,100 ลบ.ม./วินาที เขื่อนเจ้าพระยา มีระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 17.50 เมตร เทียบกับระดับทะเลปานกลาง (เกณฑ์สูงสุด)
ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธาน มีมติให้กรมชลประทานพิจารณาผันน้ำเข้าพื้นที่ลุ่มต่ำฝั่งตะวันตกและตะวันออก รวมถึงทุ่งรับน้ำที่เก็บเกี่ยวแล้ว เพื่อคงอัตราการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาไว้ที่ 2,000 ลบ.ม./วินาที ให้ได้นานที่สุด ก่อนพิจารณาปรับเพิ่มขึ้นตามความจำเป็น
ด้านเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำสูงถึง 96% และมีความเสี่ยงเกินความจุในช่วง 1-2 วันนี้ จึงต้องระบายน้ำลงแม่น้ำป่าสัก ส่งผลให้เขื่อนพระรามหก เตรียมปรับเพิ่มการระบายเป็น 600 ลบ.ม./วินาที โดยยังต้องเฝ้าระวังปัจจัยน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งคาดว่าจะทรงตัวไปจนถึงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ต.ค.
รองเลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมว่า ลุ่มน้ำแม่กลองยังต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากเขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนศรีนครินทร์ มีปริมาณน้ำค่อนข้างมากจนเกือบเต็มความจุ โดย 2 วันที่ผ่านมามีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนวชิราลงกรณมากกว่า 300 ล้าน ลบ.ม. อีกทั้งกำลังจะมีปริมาณฝนเข้ามาเพิ่ม จึงมีความจำเป็นต้องพิจารณาเปิดประตูระบายน้ำล้น หรือสปิลเวย์ เพื่อความปลอดภัยของโครงสร้างเขื่อน เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำบริเวณท้ายเขื่อนแม่กลอง
ที่ประชุมฯ ให้กรมชลประทาน ร่วมกับ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม พิจารณาแนวทางการรับมือ หากดำเนินการปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนแม่กลองที่ระดับ 1,500-2,000 ลบ.ม./วินาที โดยจังหวัดท้ายน้ำจัดตั้งศูนย์พักคอย พร้อมติดตั้งเครื่องจักรผลักดันน้ำ และแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าแล้ว
ด้านลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ปัจจุบันเขื่อนแก่งกระจาน มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 94% เหลือพื้นที่รับน้ำเพียง 40 ล้าน ลบ.ม. คาดว่าเต็มความจุภายในวันนี้ (28 ก.ย.) จึงต้องระบายน้ำเพิ่มที่อัตรา 100 ลบ.ม./วินาที โดยเขื่อนเพชรบุรีเตรียมรับมวลน้ำดังกล่าว ซึ่งกรมชลประทานวางแผนผันน้ำเข้าคลองส่งน้ำฝั่งซ้าย-ขวา และควบคุมการระบายลงแม่น้ำเพชรบุรีที่อัตรา 160 ลบ.ม./วินาที จะทำให้มีน้ำไหลผ่านตัวเมืองเพชรบุรี โดยจ.เพชรบุรี เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์เรียบร้อยแล้ว
ส่วนลุ่มน้ำท่าจีน รับน้ำจากฝั่งตะวันตกและตะวันออก เข้าสู่แม่น้ำท่าจีนในอัตรา 80 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้มีน้ำเอ่อล้นตลิ่งและท่วมขังในบางจุดของ จ.นครปฐมและสมุทรสาคร ซึ่งหน่วยงานในพื้นที่เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลโดยเร็ว
นายไพฑูรย์ ยืนยันว่า สทนช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะร่วมกันบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มกำลังและสมดุล เร่งระบายน้ำลงสู่ทะเล เพื่อให้ประชาชนและชุมชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
อ่านข่าว :
ตั้งวอร์รูมสู้ภัยน้ำท่วม "แฟลตคลองจั่น" ช่วยประชาชน 20,000 ชีวิต
"สิตางศุ์" ฉายภาพอุทกภัย 69 ฝนถล่มหลายพื้นที่ น้ำท่วมกระจายทั่วหลายลุ่มน้ำ
แบงก์รัฐ-พาณิชย์ ออกมาตรการ เยียวยา“ลูกค้า-ลูกหนี้” ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม
