6 โรคผิวหนังพบบ่อย ช่วงน้ำท่วม-หน้าฝน แนะล้าง-เช็ดให้แห้ง เลี่ยงเดินเท้าเปล่า

ภัยพิบัติ
08:23
จำนวนผู้ชม 50
Thai PBS
6 โรคผิวหนังพบบ่อย ช่วงน้ำท่วม-หน้าฝน แนะล้าง-เช็ดให้แห้ง เลี่ยงเดินเท้าเปล่า

วันนี้ (29 ก.ย.2569) สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ เตือนประชาชนที่ต้องสัมผัสน้ำท่วมให้ระวังปัญหาโรคผิวหนัง จากความชื้นและน้ำที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรค สิ่งสกปรก สารเคมี และสิ่งปฏิกูล แนะทำความสะอาดร่างกายและเช็ดผิวให้แห้งหลังสัมผัสน้ำ เพื่อลดโอกาสเกิดการระคายเคืองและติดเชื้อ

นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การแช่น้ำหรือสัมผัสน้ำเป็นเวลานานทำให้ผิวหนังเปื่อยและสูญเสียเกราะป้องกันตามธรรมชาติ ส่งผลให้เกิดการระคายเคือง ผื่นแดง อาการคัน หรือแผลที่ผิวหนัง และเพิ่มโอกาสการติดเชื้อ โดยเฉพาะบริเวณเท้าและซอกพับที่มีความอับชื้น อาจเสี่ยง โรคน้ำกัดเท้า การติดเชื้อราที่ผิวหนัง และการติดเชื้อแบคทีเรีย

นพ.วีรวัต อุครานันท์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า โรคผิวหนังที่ต้องระวังในช่วงอุทกภัยและมักเกิดในหน้าฝนนั้นที่พบบ่อยมี 6 โรค ได้แก่ โรคเกลื้อน โรคกลาก โรคน้ำกัดเท้า โรคเท้าเหม็น โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง และผื่นผิวหนังอักเสบจากแมลง

การป้องกันตนเองสามารถทำได้โดย การอาบน้ำ สระผม ทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังจากเดินฝน หลังลุยน้ำควรล้างมือ ล้างเท้า ด้วยสบู่และน้ำสะอาดแล้วเช็ดให้แห้งอยู่เสมอ สวมเสื้อผ้าที่สะอาด เสื้อผ้าที่แห้งสนิทไม่อับชื้น หากต้องลุยน้ำควรสวมรองเท้าบูท หรือรองเท้าที่สามารถป้องกันน้ำได้ หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า และปิดแผลหรือรอยถลอกให้มิดชิด เมื่อมีอาการผิดปกติทางผิวหนังที่มีความรุนแรงมากขึ้นแนะนำให้พบแพทย์เพื่อการรักษาที่ทันเวลา

6 โรคผิวหนังที่ควรระวัง

1. โรคเกลื้อน

เป็นผื่นวงกลมหลายวง มีขุยละเอียด สีแตกต่างกัน มักเกิดบริเวณลำตัว เช่น หลัง หน้าอก ท้อง ไหล่ และคอ โดยเฉพาะผู้ที่มีเหงื่อออกมากและสวมเสื้อผ้าอับชื้น

2. โรคกลาก

เป็นผื่นวงที่มีขอบเขตชัดเจน มีขุย เริ่มจากอาการคันและผื่นแดง ก่อนลามเป็นวงออกไปเรื่อย ๆ และมักมีอาการคันมากขึ้น

3. โรคน้ำกัดเท้า

เกิดจากการระคายเคืองผิวหนังจากความอับชื้นและการสัมผัสสิ่งสกปรกในบริเวณน้ำท่วมขัง หลังลุยน้ำอาจเกิดผื่นบริเวณเท้าและซอกนิ้วเท้า บางรายอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย

4. โรคเท้าเหม็น

เกิดจากเชื้อแบคทีเรียบางชนิดบริเวณผิวหนังชั้นนอก มีอาการเท้าลอก มีกลิ่นรุนแรงกว่าปกติ และอาจพบหลุมหรือรูพรุนเล็ก ๆ บริเวณฝ่าเท้าและง่ามเท้า

5. ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและความชื้นในอากาศ ทำให้มีผื่นแดง ผิวแห้งลอก และมีอาการคันมาก โดยมักพบบริเวณข้อพับแขน ข้อพับขา ใบหน้า แขน ขา และซอกคอ

6. ผื่นผิวหนังอักเสบจากแมลง

ในช่วงฤดูฝนอาจมีแมลงเพิ่มจำนวนขึ้น เช่น ยุง หมัด ไร และด้วงก้นกระดก หากสัมผัสหรือถูกแมลงอาจทำให้เกิดผื่นผิวหนังอักเสบได้

อ่านข่าว

GISTDA เปิดภาพดาวเทียม น้ำท่วมขังใน 29 จังหวัด 1.6 ล้านไร่

กรมชลฯ แจ้งเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 30 ก.ย.นี้

"แม่น้ำท่าจีน" ล้นตลิ่ง ท่วมบ้านเรือน อ.สามพราน ชาวบ้านยกของขึ้นที่สูง เฝ้าระวังน้ำหนุน