วันนี้ (29 ก.ย.2569) นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ชี้แจงกรณีถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการออกคำสั่งปิดประตูระบายน้ำของเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก โดยยืนยันว่า การลงพื้นที่เมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ไม่ได้มีคำสั่งให้ปิดเขื่อนเป็นการถาวร แต่เป็นการหารือกับหน่วยงานที่อยู่หน้างานถึงความเป็นไปได้ในการชะลอการระบายน้ำ เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่
นายพลพีร์ระบุว่า ในวันดังกล่าวได้ลงพื้นที่ประชุมภาพรวมสถานการณ์ของจังหวัดร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด และได้รับรายงานว่าปริมาณน้ำในเขื่อนอยู่ที่ประมาณร้อยละ 97 ยังไม่ถึงระดับร้อยละ 100 ขณะที่น้ำที่เติมเข้ามาจากพื้นที่เขาใหญ่คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 20 ของปริมาณน้ำฝน
หารือชะลอน้ำ หวังลดผลกระทบประชาชน
เมื่อเดินทางถึงบริเวณหน้าเขื่อน นายพลพีร์ระบุว่า ได้สอบถามผู้อำนวยการเขื่อนขุนด่านปราการชลว่า สามารถชะลอการปล่อยน้ำได้หรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบว่าสามารถดำเนินการได้ จากนั้นจึงสอบถามต่อว่าสามารถปิดประตูระบายน้ำเป็นการชั่วคราวได้หรือไม่ และได้รับคำตอบว่าสามารถปิดได้เช่นกัน
นายพลพีร์อธิบายว่า เจตนารมณ์ในขณะนั้นคือ หากระดับน้ำภายในบ้านเรือนประชาชนอยู่ที่ประมาณ 30 เซนติเมตร การชะลอการระบายน้ำจากเขื่อนอาจช่วยรักษาระดับน้ำไม่ให้เพิ่มขึ้น หรืออาจทำให้ระดับน้ำลดลงได้ ขณะที่หากยังระบายน้ำออกจากเขื่อนต่อเนื่อง ระดับน้ำในพื้นที่ก็อาจเพิ่มสูงขึ้น จึงต้องการหาทางลดผลกระทบต่อประชาชนในช่วงเวลานั้น
ย้ำไม่เคยสั่งปิดถาวร ปิดแค่ 2 ชั่วโมง
นายพลพีร์ยืนยันว่า ไม่เคยสั่งให้ปิดเขื่อนเป็นการถาวร หรือสั่งให้ปิดจนกว่าน้ำจะแห้ง พร้อมระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวเกิดจากการสอบถามและหารือกับหน่วยงานที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ ไม่ใช่คำสั่งให้ปิดเขื่อนโดยไม่มีการประเมินสถานการณ์
จากข้อมูลที่ได้รับในขณะนั้น เมื่อสอบถามว่าสามารถปิดประตูระบายน้ำได้นานเพียงใด ได้รับคำตอบว่าสามารถปิดได้ประมาณ 2 ชั่วโมง และหลังจากนายพลพีร์เดินทางออกจากพื้นที่และยังไม่ถึงกรุงเทพมหานคร ประตูระบายน้ำก็ถูกเปิดกลับแล้ว จึงยืนยันว่าไม่ได้มีคำสั่งให้ปิดเขื่อนเป็นเวลานานหรือปิดอย่างถาวร
นายพลพีร์กล่าวว่า แม้ตนไม่ได้จบด้านวิศวกรรมหรือการบริหารจัดการน้ำ แต่ย่อมไม่มีใครต้องการให้สถานการณ์พัฒนาไปถึงขั้นเขื่อนแตก พร้อมกล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า
ไม่มีใครที่จะสามารถโง่พอให้เขื่อนแตก เพราะหากปริมาณน้ำเกิน 100% จนทำให้เขื่อนแตกและมวลน้ำไหลลงมาสู่พื้นที่ประชาชน ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นย่อมรุนแรงกว่าปัญหาน้ำท่วมที่กำลังเผชิญอยู่
พร้อมกันนี้ นายพลพีร์กล่าวว่าน้อมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหมด และยอมรับว่าการดำเนินการในวันนั้นอาจถูกนำไปตั้งคำถามถึงความเหมาะสม แต่ย้ำว่าการหารือเกิดขึ้นจากข้อมูลและสถานการณ์ที่ทุกหน่วยงานในพื้นที่รับทราบร่วมกัน ณ เวลานั้น
รับสื่ออาจทำให้เข้าใจผิด
นายพลพีร์ย้ำอีกครั้งว่า เหตุการณ์วันที่ 27 ก.ย.เป็นการพูดคุยและหารือร่วมกันของหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่ เพื่อหาทางชะลอน้ำและลดผลกระทบต่อประชาชน แต่เมื่อกลับออกจากพื้นที่แล้ว มีการนำเสนอข่าวในลักษณะว่า "มท.2 สั่งให้ปิดเขื่อน" ซึ่งอาจทำให้ภาพรวมของเหตุการณ์มีความรุนแรงกว่าข้อเท็จจริงตามที่ตนชี้แจง
อย่างไรก็ตาม นายพลพีร์ระบุว่า เข้าใจประเด็นดังกล่าวในมิติของการสื่อสารข้อมูลต่อประชาชน และไม่ติดใจการวิพากษ์วิจารณ์ โดยในวันที่ลงพื้นที่ยังเห็นว่าระดับน้ำเริ่มลดลง และประชาชนบางส่วนสามารถกลับเข้าสู่บ้านเรือนได้
นอกจากนี้ นายพลพีร์กล่าวขอบคุณนักวิชาการที่ออกมาให้ความเห็นและวิเคราะห์สถานการณ์ โดยหวังว่าลูกศิษย์ของอาจารย์ที่ออกมาวิเคราะห์ ก็จะมองไปถึงผลกระทบและความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ด้วย
อ่านข่าว :
"ไชยชนก" ซัดข่าวปลอม Tomorrow.io ยังอยู่ขั้นตอนศึกษา
"สุริยะ" เผยชง ครม.ช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาท วงเงิน 1,150 ล้านบาท
การรถไฟฯ งดเดินรถช่วง "ท่ากิเลน-น้ำตก จ.กาญจนบุรี" 6 ขบวน เหตุน้ำท่วมทาง
