รัฐบาลเตือน 3 จังหวัดริมน้ำแม่กลอง เฝ้าระวังระดับน้ำอาจสูงขึ้น 1 เมตร

ภัยพิบัติ
12:58
จำนวนผู้ชม 119
Thai PBS
รัฐบาลเตือน 3 จังหวัดริมน้ำแม่กลอง เฝ้าระวังระดับน้ำอาจสูงขึ้น 1 เมตร

วันนี้ (29 ก.ย.2569) นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคตะวันตกและภาคตะวันออก ว่า พื้นที่ภาคตะวันตก ได้แก่ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม แจ้งเตือนประชาชนถึงสถานการณ์ระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1 เมตร จากระดับปัจจุบัน

ทั้งนี้ เขื่อนวชิราลงกรณปิดการระบายน้ำมา 2 วัน และคาดว่าจะเปิดระบายน้ำในวันนี้ เพื่อควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อนไม่ให้สูงจนส่งผลกระทบต่อพื้นที่

สำหรับน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ จะไหลลงสู่เขื่อนแม่กลอง จ.กาญจนบุรี ใช้เวลาประมาณ 3 วัน และหากเพิ่มการระบาย จะส่งผลให้ระดับน้ำพื้นที่ท้ายน้ำตั้งแต่กาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม เพิ่มสูงขึ้น โดยแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ ขณะที่มวลน้ำจากเขื่อนแม่กลองจะใช้เวลาประมาณ 17 ชั่วโมงถึง อ.อัมพวา

ดังนั้น หากมีการเพิ่มการระบาย ระดับน้ำพื้นที่ท้ายน้ำจะสูงขึ้นภายในช่วงเวลาดังกล่าว โดยบางพื้นที่มีน้ำท่วมอยู่แล้ว อาจได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดส่งความช่วยเหลือเข้าพื้นที่แล้ว พร้อมเน้นย้ำให้ประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำแม่กลองของ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1 เมตร จากระดับปัจจุบัน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

นายเอกภพ ระบุอีกว่า กรณีความกังวลเกี่ยวกับน้ำที่ทะลักออกจากบริเวณเหมืองเก่า ในพื้นที่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และกรมควบคุมมลพิษลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าจุดดังกล่าวอยู่ห่างจากเหมืองเดิมประมาณ 4 กิโลเมตร โดยเก็บตัวอย่างน้ำและตะกอนนำไปตรวจสอบแล้ว

ขณะที่ จ.เพชรบุรี ยังเป็นพื้นที่เฝ้าระวัง โดยเขื่อนแก่งกระจาน มีน้ำในอ่างประมาณร้อยละ 94 ของความจุอ่าง ปัจจุบันกรมชลประทานระบายน้ำวันละประมาณ 8 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่มีน้ำไหลเข้าอ่างประมาณ 40 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน จึงพยายามใช้เขื่อนหน่วงน้ำไว้ประมาณ 2-3 วัน เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ จ.เพชรบุรี หากประเมินแล้วไม่มีฝนเติมน้ำเข้าอ่างเพิ่ม อาจพิจารณาเพิ่มการระบายน้ำเล็กน้อย เพื่อรักษาระดับน้ำให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ส่วนพื้นที่ภาคตะวันออก จ.ปราจีนบุรี อ.กบินทร์บุรี ผ่านจุดสูงสุดของระดับน้ำแล้วเมื่อวันที่ 28 ก.ย. และมวลน้ำจะไหลต่อไปยัง อ.เมืองปราจีนบุรี โดยวันนี้ระดับน้ำอาจล้นคันกั้นน้ำ ซึ่งจังหวัดแจ้งเตือนประชาชน ขอให้ผู้ที่พักอาศัยในเขตเมืองปราจีนบุรี เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ และติดตามข้อมูลจากหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

ขณะที่ จ.ระยอง วันนี้คาดว่าจะมีฝนตกหนักในพื้นที่ อ.แกลง ประกอบกับมีน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ ซึ่งขณะนี้มีน้ำล้นทางระบายน้ำล้น จึงขอให้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ อ.เมืองระยอง อย่างใกล้ชิด

โฆษกรัฐบาล ยังกล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลว่า "อ่างเก็บน้ำคลองระโอกแตก" ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง โดยพบเพียงน้ำกัดเซาะบริเวณด้านขวาของทางระบายน้ำล้น ซึ่งกรมชลประทานได้ซ่อมแซมแล้ว ขณะที่ตัวอ่างเก็บน้ำยังมีความมั่นคงแข็งแรง จึงขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐและแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้

ด้าน จ.สระแก้ว ขณะนี้สถานการณ์น้ำในพื้นที่ อ.เมือง ระดับน้ำยังทรงตัว โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ จ.ปราจีนบุรี ระยอง และสระแก้ว ในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วม ขอให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ได้อพยพออกจากพื้นที่ไปก่อนหน้านี้ ยังคงอยู่ในจุดที่ปลอดภัยและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

โฆษกรัฐบาล กล่าวอีกว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ จะหารือแผนระยะยาว เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และแนวทางฟื้นฟูหลังสถานการณ์คลี่คลาย รวมถึงการกำหนดกรอบคำของบประมาณจากงบกลาง เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

อ่านข่าว :

เร่งระบายน้ำ "เคหะรามอินทรา-คลองจั่น-ร่มเกล้า" รัฐบาลคาดใช้เวลา 2-3 วัน

ครม.เคาะงบกลางปี 69 วงเงิน 4 พันล้านบาท เยียวยาน้ำท่วม

คพ.เก็บน้ำ-ตะกอน ตรวจการปนเปื้อนโลหะหนัก หลังน้ำป่าซัดฝายบ้านเหมืองสองท่อเสียหาย