หลายประเทศทั่วโลกจัดงานฉลองต้อนรับปีใหม่อย่างยิ่งใหญ่
การจัดงานฉลองต้อนรับปีใหม่ที่กรุงปักกิ่งของจีน มีการจัดงานที่หอฟ้าเทียนถาน เป็นโบราณสถานที่จักรพรรดิ์ในราชวงค์หมิงและราชวงศ์ชิง ใช้เป็นที่บูชาสักการะฟ้าดิน เพื่อให้การเกษตรอุดมสมบูรณ์ จุดเด่นของงานนี้คือการแสดงแสงสีที่หอฟ้าเทียนถาน ซึ่งสะท้อนถึงเมืองจีนในยุคอดีต,ปัจจุบันและอนาคต ส่วนที่เซี่ยงไฮ้ มีการจัดงานที่ย่านเดอะบันด์ ถนนเลียบฝั่งแม่น้ำฮวงฝูซึ่งแน่นขนัดไปด้วยผู้คนที่มาชมการแสดงแสงสี และที่ฮ่องกงยังคงจัดงานอย่างยิ้งใหญ่อลังการด้วยการจุดพลุดอกไม้ไฟบริเวณอ่าววิคตอเรีย
ส่วนบรรยากาศวันปีใหม่ในกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือแตกต่างจากที่อื่นๆ โดยวันนี้ประชาชนยังคงเดินทางไปไว้อาลัยให้กับนายคิม จอง อิล อดีตผู้นำผู้ล่วงลับ ด้วยการนำดอกไม้ไปวางหน้ารูปปั้น และรูปภาพขนาดใหญ่ที่มีอยู่ทั่วเมือง ขณะที่สื่อของรัฐบาลส่งสาส์นไปยังประชาชนว่า เกาหลีเหนือภายใต้การนำของนายคิม จอง อุน ผู้นำคนใหม่ รัฐบาลจะแก้ปัญหาความอดอยาก, เพิ่มศักยภาพให้กับกองทัพ และจะปกป้องผู้นำคนใหม่ด้วยชีวิต
ขณะที่ฝั่งยุโรป การฉลองปีใหม่ที่กรุงลอนดอนของอังกฤษ โดยสถานที่จัดงานอยู่บริเวณแม่น้ำเทมส์มีฉากหลังเป็นลอนดอนอาย ชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์และหอนาฬิกาบิ๊กเบน คาดว่ามีคนเข้าร่วมการนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ประมาณ 250,000 คน ขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ในยุโรปฉลองช่วงเวลาเข้าสู่ปีใหม่ด้วยการจุดพลุดอกไม้ไฟอย่างยิ่งใหญ่ อย่างเช่นกรุงมอสโคว์ของรัสเซีย, กรุงปารีสของฝรั่งเศส, กรุงเบอร์ลินของเยอรมนี, กรุงแมดริดของสเปน และนครอิสตันบูลของตุรกี
ส่วนที่สหรัฐอเมริกา บรรยากาศการจัดงานที่ย่านไทมส์สแควร์ ในมหานครนิวยอร์ค คึกคักเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งปีนี้มีนักร้องดังอย่างเลดี้ กาก้า ร่วมกดปุ่มเปิดลูกบอลคริสตัลยักษ์กับนายไมเคิล บลูมเบิร์ก นายกเทศมนตรีของนครนิวยอร์ค ซึ่งการเปิดลูกบอลคริสตัลยักษ์ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทำกันมาตั้งแต่ปี 2450
การจัดงานที่นครริโอ เดอ จาเนโร ของบราซิล ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่พลาดไม่ได้ เพราะสถานที่จัดงานคือชายหาดโคปาคาบาน่า ชายหาดอันเลื่องชื่อซึ่งแน่นขนัดไปด้วยผู้คนประมาณ 2 ล้านคน ที่มาชมคอนเสิร์ตและการแสดงพลุดอกไม้ไฟ ที่ใช้ดอกไม้ไฟมากถึง 24 ตัน
