น้ำป่าไหลเข้าท่วม อ.หลังสวน จ.ชุมพร
น้ำป่าจากเทือกเขาอำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร ไหลเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ เขตเทศบาลเมืองหลังสวน ระดับน้ำสูงอยู่ที่ 30 - 50 เซนติเมตร และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ชาวบ้านและเจ้าของร้านค้าต้องขนย้ายทรัพย์สินหนีน้ำ ส่วนถนนสายหลักช่วงกิโลเมตรที่ 33 - 34 บ้านหนองพรม ตำบลแหลมปอ อำเภอสวี ถูกน้ำท่วมประมาณ 30 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ โดยจังหวัดชุมพรมีพื้นที่ถูกน้ำท่วมทั้งหมด 5 อำเภอ คือ อำเภอสวี อำเภอทุ่งตะโก อำเภอหลังสวน อำเภอละแม และอำเภอพะโต๊ะ ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามระดมกำลังช่วยเหลือ แต่เนื่องจากติดช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ ทำให้การทำงานขาดการประสานในบางจุด
ขณะที่ชาวบ้านในตำบลกระแตก ตำบลพลายวาส ตำบลท่าทอง และตำบลท่าอุแท อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ต้องฝ่ากระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว เพื่ออพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย หลังหมู่บ้านถูกน้ำท่วมสูง 1 เมตร ขณะที่ถนนมีน้ำท่วมสูงประมาณ 30 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ขณะเดียวกัน ที่หมู่ 13 บ้านหน้าถ้ำ ตำบลท่าอุแท อำเภอกาญจนดิษฐ มีชาวบ้านกว่า 30 คน ติดอยู่ในหมู่บ้าน เนื่องจากกระแสน้ำไหลเชี่ยวไม่สามารถอพยพออกมาได้ ทางหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธา ต้องเดินเท้า เพื่อนำถุงยังชีพและอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งนำอาหาร เข้าไปช่วยเหลือ
ส่วนที่อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ทหารค่ายอภัยบริรักษ์ นำถุงยังชีพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 300 ถุง มอบให้ชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม พื้นที่หมู่ 10 ตำบลปันแต อำเภอควนขนุน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยพื้นที่ปันแต มีผู้ประสบภัย กว่า 300 ครอบครัว นอกจากนี้ พื้นที่การเกษตร ทั้งสวนยางพารา นาข้าว และสวนผลไม้ ก็ถูกน้ำท่วมเสียหายกว่า 5,000 ไร่
ส่วนที่จังหวัดนราธิวาสตำรวจตระเวนชายแดน ได้นำสิ่งของพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องนุ่งห่ม และสังกะสี มอบให้ชาวบ้านหมู่ 1 ตำบลบ้านตาเปาะ และตำบลสุวารี อำเภอรือเสาะ หลังประสบอุทกภัย ถูกน้ำท่วมบ้านพังเสียหาย สร้างความปลื้มปิติแก่ผู้ประสบอุทกภัย ส่วนอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สถานการณ์น้ำท่วมกลับสู่ภาวะปกติแล้ว มีเพียงหมู่บ้านลัดดานิเวศน์เท่านั้น ที่ยังคงมีน้ำท่วมขังอีกหลายหลัง ซึ่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกแจกจ่ายยาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
