วันนี้ (6 พ.ย.2569) นางศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ในฐานะโฆษกกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ตามที่ รมว.เกษตรและสหกรณ์ สั่งให้กรมวิชาการเกษตรตรวจสอบการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ของกะเพรา 4 พันธุ์ ได้แก่แก้วจุรี01 แก้วจุรี02 แก้วจุรี03 และแก้วจุรี04 ว่าเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ กรมวิชาการเกษตรได้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและเอกสารที่เกี่ยวข้อง พบว่าการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ทั้ง 4 พันธุ์ ดำเนินการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ในฐานะโฆษกกรมวิชาการเกษตร
กรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินการตามกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการขอจดทะเบียน การพิจารณาคำขอจดทะเบียน การประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียน และแบบหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ พ.ศ. 2546 โดยตรวจสอบเอกสารประกอบคำขอ ประวัตินักปรับปรุงพันธุ์ ที่มาและประวัติการปรับปรุงพันธุ์ รายละเอียดลักษณะสำคัญของพันธุ์ และข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ พบว่ามีเอกสารครบถ้วนและถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของพันธุ์พืชใหม่ตามหลัก DUS ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์สำคัญในการพิจารณาว่าพันธุ์พืชที่ยื่นขอจดทะเบียนมีคุณสมบัติเป็นพันธุ์พืชใหม่ตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่
กรมวิชาการเกษตรเผยผลตรวจการจดทะเบียนคุ้มครองกะเพรา 4 สายพันธุ์ของซีพีแรมถูกกฎหมาย
โดยพิจารณาจาก 3 หลักเกณฑ์สำคัญ คือ Distinctness ความแตกต่างจากพันธุ์อื่นอย่างเด่นชัด Uniformity ความสม่ำเสมอของลักษณะประจำพันธุ์ และ Stability ความคงตัวของลักษณะประจำพันธุ์ โดยปลูกเปรียบเทียบ กับพันธุ์ CPR1 ซึ่งเป็นพันธุ์ตั้งต้น และ พันธุ์เขียวใบใหญ่ 059 ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงที่สุด จำนวน 2 ฤดูปลูก
ผลการตรวจสอบพบว่ากะเพราทั้ง 4 พันธุ์มีลักษณะประจำพันธุ์แตกต่างจากพันธุ์เปรียบเทียบอย่างชัดเจนทั้งรูปร่างใบ ขนาดใบ และความหนาของใบ รวมถึงมีความสม่ำเสมอและความคงตัวของลักษณะประจำพันธุ์ตามเกณฑ์ที่กำหนด
สำหรับขั้นตอนการประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียน กรมวิชาการเกษตรได้ประกาศเป็นเวลา 90 วันเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียยื่นคัดค้านตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด โดยพันธุ์แก้วจุรี01 ประกาศเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2566 ถึงวันที่ 12 ก.พ. 2567 ส่วนพันธุ์แก้วจุรี02–04 ประกาศเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2566 ถึงวันที่ 27 มี.ค. 2567 เมื่อครบกำหนดระยะเวลาประกาศโฆษณา ไม่มีผู้ยื่นคัดค้านกรมวิชาการเกษตรจึงได้ออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ทั้ง 4 พันธุ์
กรมวิชาการเกษตรเผยผลตรวจการจดทะเบียนคุ้มครองกะเพรา 4 สายพันธุ์ของซีพีแรมถูกกฎหมาย
โฆษกกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า การจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืชพ.ศ. 2542 ไม่ใช่สิทธิที่จำกัดเฉพาะบริษัทเอกชนรายใดรายหนึ่ง แต่เป็นสิทธิตามกฎหมายที่เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไป นักปรับปรุงพันธุ์ มหาวิทยาลัย บริษัทเอกชน และหน่วยงานต่างๆ สามารถยื่นขอจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ได้เช่นเดียวกัน หากมีการปรับปรุงพันธุ์จนได้พันธุ์พืชใหม่ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยผู้ยื่นคำขอทุกรายต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบตามมาตรฐานเดียวกัน
การจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ทั้ง 4 พันธุ์ เป็นการให้สิทธิคุ้มครองเฉพาะพันธุ์ที่ได้รับการจดทะเบียนเท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมกะเพราพันธุ์พื้นเมืองหรือพันธุ์ทั่วไปที่เกษตรกรและประชาชนใช้ประโยชน์อยู่ในปัจจุบัน เกษตรกรยังสามารถปลูกและใช้ประโยชน์จากกะเพราพันธุ์พื้นเมืองและพันธุ์ทั่วไปได้ตามปกติ รวมถึงสามารถนำกะเพราพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองมาอย่างถูกต้องไปปลูกเพื่อบริโภค เก็บใบจำหน่าย หรือนำไปประกอบอาหารจำหน่ายได้อย่างอิสระ
ส่วนการนำพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองไปขยายพันธุ์เพื่อการค้า เช่น ผลิตเมล็ดพันธุ์ เพาะต้นกล้า หรือปักชำกิ่งเพื่อจำหน่ายในลักษณะส่วนขยายพันธุ์ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ทรงสิทธิก่อน
นับตั้งแต่มีการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์กะเพราทั้ง 4 พันธุ์จนถึงปัจจุบันเกินกว่า 2 ปีครึ่งแล้วยังไม่มีเกษตรกร ผู้บริโภค หรือร้านค้าใด มาร้องเรียนที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกี่ยวกับผลกระทบจากการจดทะเบียนดังกล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรจัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ณ ศูนย์ราชการสะดวกกรมวิชาการเกษตร เพื่อเป็นช่องทางในการรับเรื่องร้องทุกข์ หากมีผู้ใดได้รับผลกระทบจากการจดทะเบียนดังกล่าว ให้มาร้องทุกข์ได้
อ่านข่าว :
ม.เกษตร ยืนยันกะเพราพันธุ์แก้วจุรี ของซีพีแรม ไม่สามารถผสมข้ามสายพันธุ์ได้
มก. ยันเอกชนฟ้องไม่ได้ ปม "เกสรกะเพราแก้วจุรี" ปลิวผสมพันธุ์พื้นบ้าน
เกษตรกรกังวลละเมิดสิทธิ แม้รัฐ-เอกชนยัน "กะเพรา CPRAM" ไม่กระทบสายพันธุ์เดิม
