" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news07012012/58011-imagepng-82933.png
พื้นที่ติดริมทะเลสาบสงขลา อย่างตำบลทะเลน้อย ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน และตำบลลำปำ อำเภอเมืองพัทลุง ยังคงมีน้ำท่วมสูง 30-50 ซม. เนื่องจากน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้น้ำที่ไหลมาจากอำเภอต่างๆ เพื่อระบายลงทะเลสาบสงขลา เอ่อล้นท่วมบ้านชาวบ้านกว่า 200 ครัวเรือน
ขณะที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ประชาชนและเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานร่วมกันทำความสะอาดถนนสายเศรษฐกิจในเขตเมือง หลังน้ำลดระดับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมทำความสะอาดในครั้งนี้ด้วย ขณะที่ชาวบ้านหลายคนยังรู้สึกกังวลและไม่มั่นใจ เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกได้ออกประกาศว่า 1-2 วันนี้ ฝนจะกลับมาตกหนัก และจะเกิดน้ำท่วมซ้ำ หลายคนจึงไม่ประมาท ขนของมีค่าไว้บนที่สูง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง
ส่วนที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี สถานการณ์น้ำท่วมในหลายอำเภอเริ่มคลี่คลายแล้ว ทหารหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 46 กองทัพไทยจึงได้นำเครื่องจักรกลหนักเข้าไปซ่อมแซมถนนและสะพานที่เสียหายจากถูกกระแสน้ำพัด ส่วนความเสียหาย ขณะนี้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสรุปเบื้องต้นมีทั้งหมด 10 อำเภอ มีประชาชนเดือดร้อนกว่า 100,000 คน มีผู้เสียชีวิต 1 คน พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 400 ไร่ ถนนและสะพานเสียหายกว่า 80 แห่ง มูลค่าเสียหายประมาณ 35 ล้านบาท
แม้หลายพื้นที่น้ำเริ่มลดลงแล้ว แต่ในตำบลบาราเฮาะ และตำบลปากาฮารัง อำเภอเมืองปัตตานี ที่อยู่ติดแม่น้ำปัตตานี บางพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขัง และน้ำเริ่มเน่า ส่งกลิ่นเหม็น ขณะที่บางจุดซึ่งอยู่สูง น้ำเริ่มลดปริมาณ ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งทำความสะอาดบ้าน
ส่วนที่จังหวัดยะลา มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมถ์ นำถุงยังชีพพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 800 ชุด มอบให้ประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม จำนวน 6 ตำบลในพื้นที่อำเภอรามัน จังหวัดยะลา หลังน้ำป่าไหลเข้าท่วมบ้านเรือน เมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา สร้างความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ
ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม จังหวัดยะลา สรุปสถานการณ์อุทกภัยพื้นที่จังหวัดยะลา มีทั้งหมด 6 อำเภอ ประชาชนเดือนร้อนกว่า 50,000 คน เสียชีวิต 1 คน พื้นที่เกษตรเสียหายกว่า 4,000 ไร่ บ้านเรือนเสียหาย 5 หลัง ถนนและสะพานเสียหายเกือบ 70 แห่ง
