วิกฤติแม่น้ำโขงส่อเค้ารุนแรงกว่าทุกปี

ภูมิภาค
06:47
จำนวนผู้ชม 23
Thai PBS
วิกฤติแม่น้ำโขงส่อเค้ารุนแรงกว่าทุกปี

ศูนย์สำรวจอุทกวิทยา โขงเจียม กรมทรัพยากรน้ำ เผย สถานการณ์น้ำโขงลดต่ำลงกว่าทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขาที่ไหลลงแม่น้ำโขงมีปริมาณลดลง ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ต่ำกว่าตลิ่งเกือบ 10 เมตร ในจังหวัดอุบลราชธานี เริ่มส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทางการเกษตรที่อยู่ริมแม่น้ำ

นายเผย บุรีแสง หัวหน้าศูนย์สำรวจอุทกวิทยาโขงเจียม กรมทรัพยากรน้ำ เปิดเผย ว่า สถานการณ์น้ำโขงที่ลดลงส่วนหนึ่งเกิดจากเขื่อนในประเทศจีนกักน้ำไว้ รวมถึงปริมาณน้ำสาขาที่ไหลลงแม่น้ำโขงปีนี้มีปริมาณลดลง จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปริมาณน้ำโขงลดลงกว่าทุกปี

ด้าน เกษตรกรที่ปลูกผักริมแม่น้ำโขง ในอำเภอเขมราช จังหวัดอุบลราชธานี ต้องเดินลงไปตักน้ำจากแม่น้ำโขงวันละกว่า 40 เที่ยว เพื่อนำขึ้นมารดผักที่ปลูกไว้ เนื่องจากปริมาณน้ำโขงลดลงต่ำกว่าตลิ่งเกือบ 10 เมตร ทำให้ไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาใช้ได้ โดยชาวบ้าน เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำโขงปีนี้ลดลงกว่าทุกๆปีในช่วงเวลาเดียวกัน จึงเกรงว่าฤดูแล้งในเดือนมีนาคม อาจประสบปัญหาวิกฤติขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง

ส่วนปริมาณน้ำที่วังทะลุ ตำบลกระโพธิ์ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ที่เริ่มแห้งขอด ส่งผลให้ช้างในหมู่บ้านช้างกว่า 300 เชือก ไม่สามารถลงไปเล่นน้ำได้ ทั้งนี้นายศิริศักดิ์ ร่วมพัฒนา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งเกิดจากเขื่อนยางในอำเภอท่าตูม ที่ใช้เก็บกักน้ำชำรุด เบื้องต้นได้ประสานไปยังชลประทานจังหวัด ให้เร่งซ่อมแซมเพราะหากเข้าสู่ฤดูแล้งช้างอาจได้รับผลกระทบเพราะขาดน้ำ

ขณะที่จังหวัดพิจิตร ชาวนาในตำบลรังนก อำเภอสามงาม เร่งซ่อมบำรุงบ่อน้ำจากใต้ดิน ด้วยการล้างทำความสะอาดอุปกรณ์สำหรับสูบน้ำ พร้อมทั้งตรวจความพร้อมของบ่อสูบน้ำจากใต้ดิน เพื่อเตรียมรับมือภัยแล้ง หลังแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ที่เคยถูกน้ำท่วมสูงก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่แห้งขอดแล้วเกือบทั้งหมด ทำให้ไม่มีน้ำที่จะมาล่อเลี้ยงต้นข้าว ชาวนาบางส่วนจึงต้องใช้น้ำใต้ดิน ในการเพาะปลูกตลอดระยะเวลา 3 เดือนข้างหน้าก่อนเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ตำบลรังนก มีการทำนาไว้กว่า 10,000 ไร่ การสูบน้ำจากใต้ดินมาใช้ จะส่งผลให้ต้นทุนในการทำนาเพิ่มสูงขึ้นอีก