อธิบดีกรมอุทยานฯ เร่งหาทางป้องกันช้างป่าถูกฆ่า
นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส หลังการเข้าพบพลเอกนพดล วรรธโนทัย ข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ในฐานะที่ปรึกษาโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ สำนักราชเลขาธิการ ถึงพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ กรณีที่ช้างป่าถูกล่าและเผานั่งยาง ว่าจะพยายามดำเนินการค้นหาหลักฐาน เพื่อหาตัวคนร้ายมาลงโทษโดยเร็วที่สุด
ส่วนความคืบหน้า การลงพื้นที่ตรวจสอบ และขุดซากช้างของเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 นครปฐม และ ศูนย์พิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบุรี เพื่อหาร่องรอยกระสุน พบความเป็นไปได้ว่า อาวุธที่ฆ่าช้างจะเป็นอาวุธที่ร้ายแรงและชาวบ้านในพื้นที่ไม่มีไว้ในครอบครอง เนื่องจากเป็นการยิงในระยะใกล้ ซึ่งที่ผ่านมาการฆ่าช้างมักจะเกิดจากความต้องการงาช้าง หรือ เป็นความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างที่เข้ามากินพืชผลการเกษตร แต่จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ ได้ข้อมูลเบื้องลึกว่า มีบุคคลภายนอกเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่และประกอบอาชีพจัดกรุ๊ปทัวร์ชาวต่างชาติไปยังจังหวัดภาคใต้ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการฆ่าช้างในลักษณะที่ผิดปกติ คือ มีการตัดชิ้นส่วนอวัยวะช้างไปปรุงอาหาร ก่อนเผาอำพราง ทำให้เชื่อได้ว่า การล่าช้างครั้งนี้ ทำกันเป็นขบวนการใหญ่ โดยมีกลุ่มนายทุนสนับสนุน
อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยอมรับว่า การดูแลช้างป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ไม่สามารถทำได้อย่างทั่วถึง เนื่องจาก มีพื้นที่รับผิดชอบมากกว่า 1 ล้านไร่ และมีช้างอยู่มากกว่า 3 พันตัว แต่เจ้าหน้าที่มีจำนวนน้อยจึงไม่เพียงพอในการดูแล จึงมีแนวคิดที่จะดึงชาวบ้านที่อยู่โดยรอบอุทยานฯเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลช้าง โดยจะจัดตั้งเป็นกองทุน เพื่อจ่ายเงินชดเชยให้กับชาวบ้านในกรณีที่พืชผลการเกษตรถูกช้างป่าทำลาย เพื่อลดความขัดแย้ง คาดว่า จะเรียบร้อยพร้อมดำเนินการประมาณกลางเดือนมกราคมนี้
