เขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์เริ่มระบายน้ำเพื่อใช้ในฤดูแล้งแล้ว เน้นช่วยชลประทาน-การเกษตร

ภูมิภาค
09:37
จำนวนผู้ชม 59
Thai PBS
เขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์เริ่มระบายน้ำเพื่อใช้ในฤดูแล้งแล้ว เน้นช่วยชลประทาน-การเกษตร

ขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์เริ่มระบายน้ำตามแผนบริหารจัดการน้ำในฤดูแล้ง โดยเน้นความต้องการเพื่อนำไปใช้เพาะปลูกในช่วงฤดูแล้งและและกิจกรรมการใช้น้ำอื่นๆ รวมถึงเตรียมพร้อมพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำเพื่อเตรียมรับปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯ ที่อาจมีมากกว่าปกติในช่วงฤดูฝนปีนี้

นายกิตติ ตันเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ในปี 2555 ปริมาณน้ำต้นทุนของเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ (สิ้นสุดฤดูกักเก็บ ณ 31 ตุลาคม 2554) รวมกันอยู่ที่ 16,239 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ซึ่งมากกว่าปีที่ผ่านมา 6,611 ล้าน ลบ.ม. โดยคณะทำงานวางแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ประกอบด้วยหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมการข้าว กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมประชาสัมพันธ์ และ กฟผ. โดยมีอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานฯ จะเริ่มวางแผนบริหารและจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ในช่วงฤดูแล้งนี้ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2554 โดยนำข้อมูลปริมาณความต้องการใช้น้ำเบื้องต้นซึ่งได้รับจากกรมชลประทานและ กฟผ. ที่ร่วมกันตรวจสอบปริมาณน้ำที่สามารถนำไปใช้เพาะปลูกได้ในช่วงฤดูแล้งและและกิจกรรมการใช้น้ำ ไปพิจารณาความเหมาะสมในการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ให้ตรงตามความต้องการในการเพาะปลูกช่วงฤดูแล้ง และกิจกรรมการใช้น้ำ เช่น การอุปโภค บริโภค รักษาสมดุลระบบนิเวศน์และผลักดันน้ำเค็มช่วงฤดูแล้ง ซึ่งในปีนี้ คณะทำงานฯ สรุปปริมาณการระบายน้ำจากทั้งสองเขื่อนในช่วงฤดูแล้งปี 2555 (พ.ย. 54 – เม.ย.55) ปริมาณรวม 11,865 ล้าน ลบ.ม. โดยระบายจากเขื่อนภูมิพลปริมาณ 7,237 ล้าน ลบ.ม. และ เขื่อนสิริกิติ์ ปริมาณ 4,630 ล้าน ลบ.ม.

ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ กฟผ. กล่าวเพิ่มเติมว่า แผนการระบายน้ำดังกล่าวนี้ นอกจากเป็นการวางแผนเพื่อประโยชน์สูงสุดในด้านการชลประทาน โดยในส่วนของการผลิตไฟฟ้าเป็นเพียงผลพลอยได้จากการระบายน้ำผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเท่านั้น นอกจากนี้ปริมาณการระบายน้ำที่กำหนดขึ้นในปีนี้ ได้พิจารณาถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดภัยแล้งและการสำรองความจุในอ่างเพื่อรองรับปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนที่อาจมีมากในในช่วงฤดูฝนปีนี้เอาไว้ด้วย

“เมื่อสิ้นสุดการระบายน้ำในช่วงฤดูแล้ง ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์จะลดลงมาอยู่ในเกณฑ์ควบคุมระดับน้ำตัวล่าง (Lower Rule Curve) ซึ่งใกล้เคียงกับระดับน้ำเฉลี่ยของช่วงเวลาดังกล่าว คือ เขื่อนภูมิพลจะเหลือปริมาตรน้ำในอ่างฯ ร้อยละ 56 มีความจุสามารถรับน้ำในช่วงฤดูฝนได้อีก 5,906 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนสิริกิติ์จะเหลือปริมาตรน้ำในอ่างฯ ร้อยละ 58 มีความจุสามารถรับน้ำในช่วงฤดูฝนได้อีก 4,007 ล้าน ลบ.ม. อย่างไรก็ตามการระบายน้ำจะปรับเปลี่ยนไปตามสภาพน้ำไหลเข้าเขื่อนเพื่อควบคุมให้อ่างเก็บน้ำทั้งสองมีความพร้อมสามารถรองรับปริมาณน้ำที่อาจมีมากเหมือนปีที่ผ่านมาได้อย่างปลอดภัย” นายกิตติกล่าว