อุตุฯ เตือนภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนตกหนัก-น้ำป่า
ชาวบ้านปากาฮารัง อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ต้องใช้เรือในการสัญจรหลังน้ำเหนือที่ไหลมาจากจังหวัดยะลาเข้าท่วมหมู่บ้าน และยังเพิ่มระดับสูงขึ้น ชาวบ้านบางส่วนต้องเก็บข้าวของไปไว้ที่ปลอดภัย เพราะเกรงว่าน้ำที่ไหลมาครั้งนี้จะเพิ่มขึ้นอีก โดยหมู่บ้านแห่งนี้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นครั้งที่ 5 แล้ว ในรอบไม่ถึง 1 เดือน ทำให้ขาดรายได้จุนเจือครอบครัว เพราะไม่สามารถออกไปประกอบอาชีพนอกบ้านได้
ส่วนที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่หน่วยพัฒนาเคลื่อนที่ 46 และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สุราษฎร์ธานี นำรถแบ็กโฮเข้าปรับพื้นที่เพื่อทำทางเบี่ยงให้กับชาวบ้านหมู่ 10 บ้านปากฮาย ตำบลคลองสระ และหมู่ 3 บ้านเขาเคี่ยม ตำบลป่าร่อน อำเภอกาญจนดิษฐ์ เพื่อใช้สัญจรชั่วคราว หลังสะพานข้ามคลองในหมู่บ้านถูกน้ำป่าพัดสะพานขาด ขณะเดียวกันทางหน่วยงานในพื้นที่ได้นำเรือท้องแบนมาจอดสำรองไว้ หากเกิดน้ำป่าอีกครั้ง ชาวบ้านจะได้ใช้เรือสัญจรชั่วคราว ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อื่นๆ ไม่น่าเป็นห่วง เพราะสภาพอากาศเริ่มเปิด หากฝนไม่ตกมาอีก เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ
ขณะที่ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ปัญหาน้ำท่วม สภาผู้แทนราษฎร รับฟังข้อมูลจากหน่วยงานป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ โดยในที่ประชุม ทางชลประทานจังหวัดสงขลาเสนอต่อกรรมาธิการแก้ปัญหาน้ำท่วม ให้จัดงบประมาณขยายคันคลอง ร.1 ที่รองรับน้ำจากคลองอู่ตะเภาเพื่อให้สามารถระบายน้ำลงสู่ทะเลได้มากขึ้น จากเดิมที่ระบายน้ำได้ 900 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มเป็น 1,200 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยใช้งบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ จะนำข้อเสนอดังกล่าวไปเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องแก่ไข
ขณะที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังเตือนประชาชนในภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดชุมพร ถึงจังหวัดสงขลา ให้เฝ้าระวังภาวะฝนตกหนักออกไปอีกในช่วง 1-2 วันนี้ เพราะกระแสลมตะวันออกยังเคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้ จึงให้ประชาชนในพื้นที่ลาดเชิงเขาระวังน้ำป่าไหลหลากอีกครั้ง ส่วนชาวเรือควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้
