การปฏิรูปเพื่อประชาธิปไตยในพม่าสร้างความหวังให้ผู้อพยพตามชายแดน
ชาวเมืองพะโกกุ และชุมชนเมียงทางตอนเหนือของพม่าตั้งแถวรอต้อนรับนางออง ซาน ซูจี ผู้นำเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า ระหว่างการเดินสายหาเสียงสนับสนุนในสนามเลือกตั้งซ่อมที่จะมีขึ้นในเดือนเมษายนนี้ โดยพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยหรือเอ็นแอลดี ส่งผู้สมัครชิงชัยเก้าอี้ในสภา 48 ที่นั่ง รวมทั้งนางซูจีด้วย โดยนางซูจีกล่าวต่อผู้สนับสนุนว่า พม่าจะต้องเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกต่อไป เพื่อเปิดประเทศสู่ประชาคมโลก พร้อมทั้งเรียกร้องให้ชาวพม่าต่อสู้กับความยากจนอย่างเต็มกำลัง ซึ่งการทำงานหนักจะทำให้นานาชาติยื่นมือเข้าช่วยเหลือประเทศมากยิ่งขึ้น
หลังกล่าวกับผู้สนับสนุนนางซูจีพร้อมด้วยเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำพม่า และเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำพม่ายังเดินทางไปเยี่ยมโครงการช่วยเหลือคนยากจน ซึ่งดำเนินการโดยองค์กรเอกชนที่ได้รับเงินสนับสนุนจากประเทศต่างๆ
การเดินทางเยือนเมืองพะโกกุนับเป็นการเดินทางออกนอกนครย่างกุ้งเป็นครั้งที่ 5 ของนางซูจี หลังได้รับการปล่อยตัวจากบ้านพักเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2553 และเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นพัฒนาการในทางดี ที่รัฐบาลพลเรือนพม่า ยอมให้ผู้นำเรียกร้องประชาธิปไตยเคลื่อนไหวได้อิสระมากขึ้น ซึ่งเมื่อปี 2546 นางซูจีและผู้สนับสนุนเคยถูกกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลทหารพม่าในขณะนั้น โจมตีขบวนรถขณะเดินทางทำกิจกรรมทางการเมืองในต่างจังหวัด และทำให้นางถูกกักบริเวณนานถึงเกือบ 7 ปี
การเดินหน้าปฏิรูปประชาธิปไตยในพม่า รวมทั้งการเดินหน้าลงนามในสัญญาหยุดยิงกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เริ่มสร้างความหวังแกบรรดาชาวพม่าอพยพที่อาศัยตามค่ายผู้อพยพบริเวณพรมแดนไทย-พม่าว่าจะได้กลับบ้านในพม่า ผู้อพยพบางส่วนอยากจะกลับไปช่วยพัฒนาประเทศ แต่ขณะเดียวกันยังมีความไม่แน่ใจเกิดขึ้นในกลุ่มผู้อพยพ
ผู้อพยพบางส่วนยังไม่เชื่อใจรัฐบาลพม่าว่าจะเดินหน้าปฏิรูปต่อไปอีกนานแค่ไหน รวมทั้งยังไม่มั่นใจในความปลอดภัยหากกลับประเทศในระยะนี้ จึงค้องการรอดูสถานการณ์ให้แน่ใจเสียก่อนว่าจะไม่เป็นอันตราย นอกจากนี้ ยังมีเสียงสะท้อนจากแพทย์หญิงซินเธีย หม่อง คุณหมอที่คอยดูแลสุขภาพผู้อพยพพม่าว่าท้ายที่สุดแล้วควรให้ผู้อพยพมีสิทธิเลือกว่าจะกลับพม่า อยู่ประเทศไทยต่อ หรือจะขอเดินทางไปประเทศที่สาม
พม่ามีผู้อพยพนับล้านคนกระจายอยู่ตามศูนย์อพยพ หรือลักลอบเข้าเมืองไปอยู่ตามชุมชนชาวพม่าใน 5 ประเทศหลักๆ คือไทย บังคลาเทศ อินเดีย จีน และมาเลเซีย และนับเป็นชาติที่มีผู้อพยพมากเป็นอันดับต้นๆของโลก ซึ่งขณะนี้เริ่มประสบปัญหาเรื่องการรับบริจาคอาหารจากประเทศใหญ่ๆ แล้ว เพราะการปฏิรูปของรัฐบาลพม่า ทำให้ชาติผู้บริจาคบางชาติ โดยเฉพาะสหภาพยุโรปเคลื่อนย้ายงบประมาณไปสนับสนุนรัฐบาล จนเกิดความกังวลว่าอาจจะทำให้เกิดภาวะขาดแคลนในค่ายผู้อพยพพม่า
