"อภิสิทธิ์" ไม่เห็นด้วยนโยบายเงินบริจาคให้โรงเรียน ระบุตอกย้ำความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

สังคม
07:25
จำนวนผู้ชม 31
Thai PBS
"อภิสิทธิ์" ไม่เห็นด้วยนโยบายเงินบริจาคให้โรงเรียน ระบุตอกย้ำความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงความกังวลเกี่ยวกับแนวคิดของ รมว.กระทรวงศึกษาเกี่ยวกับเรื่องเงินแป๊ะเจี๊ยะแล้ว นายอภิสิทธิ์ยังแสดงความเป็นห่วงถึงการเพิ่มชั่วโมงเรียนในโรงเรียนอีกด้วย เพราะหากดำเนินนโยบายด้านการศึกษาไปผิดทางอาจจะยิ่งทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องคุณภาพการศึกษาได้“ผมสนใจ 2 เรื่องที่รัฐมนตรีศึกษาพูดขณะนี้นอกจากเรื่องนี้แล้วอีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าสำคัญเหมือนกันก็คือ คำพูดหรือความคิดที่บอกว่าจะมีการเพิ่มชั่วโมงเรียนในโรงเรียน ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากว่า ขณะนี้วิกฤติของการศึกษาไทยคือเรื่องของคุณภาพ ถ้าเราไม่มาวิเคราะห์ปัญหาให้ถูกว่าปัญหาคุณภาพของเราตอนนี้คืออะไร ผมว่ามันก็จะอันตราย เพราะว่าถ้าเราเดินไปผิดทางก็อาจจะยิ่งทำให้เราไม่สามารถแก้ปัญหาได้”

นายอภิสิทธิ์กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้คนไทยไม่ได้เรียนน้อย แต่มีปัญหาเรื่องประสิทธิผลในการเรียนรู้เพราะถูกยัดเยียดเนื้อหาความรู้มากจนเกินไป ส่วนหนึ่งมาจากความเบื่อหน่ายจากการที่ถูกเพิ่มชั่วโมงเรียน ตนยืนยันก่อนว่าคนไทยไม่ได้เรียนน้อย แต่ว่าปัญหาก็คือ ประสิทธิผลของการเรียนน้อย และเราควรไปดูในกรณีเปรียบเทียบกับหลายต่อหลายประเทศว่าแค่ไหนถึงจะเป็นความพอดี ขณะนี้ก็จะเห็นว่าเด็กก็เครียดจะแย่อยู่แล้ว พอเจอน้ำท่วมต้องเรียนวันเสาร์ด้วย แล้วก็ยังมีเรื่องการติวอีก ปัญหามีอยู่ว่าเราจะปรับปรุงให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการเรียนรู้อย่างไรมากกว่า การเรียนมากแล้วไปเพิ่มภาระ เพิ่มความเครียด บางทีต้องใช้คำว่าเหมือนกับต้องไปยัดเยียดเนื้อหาสาระความรู้มากจนเกินไปจนเป็นปัญหา และความจริงแล้วจะเห็นว่าคนของเราที่มีปัญหาก็คือขีดความสามารถในการเรียนรู้และไฝ่รู้ไม่ได้รับการกระตุ้น ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากความเบื่อหน่ายจากการที่ถูกเรียนมาก ใช้เวลามากกับเนื้อหาสาระ และการท่องจำ ในรัฐบาลที่แล้วนั้นกำลังผลักดันกับการปรับเรื่องการใช้เวลาของเด็กว่าเรียนในโรงเรียนน้อยลง ที่มาพูดถึง 70:30 ว่าให้เรียนจากกิจกรรม ให้เรียนจากชีวิตจริง ให้เรียนจากเรื่องของการทำงานกลุ่มมากขึ้น ก็ควรจะทบทวนเนื้อหาสาระที่ไม่จำเป็น เพราะความจริงแล้วในยุคปัจจุบันจะมีความรู้ใหม่ ๆ ที่เราจะต้องรู้เกิดขึ้นเกือบตลอดเวลา

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงคุณภาพการศึกษาของไทยที่เสื่อมถอยในขณะนี้ว่า เพราะโรงเรียนกลัวนักเรียนต้องเรียนซ้ำชั้น เมื่อโยงกับเรื่องการรับนักเรียนเข้าเรียนแล้วจึงต้องเร่งหาความพอดีในแง่สิทธิการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่หากเปิดโอกาสให้คนเอาเงินมาเหมือนกับซื้อที่เรียนได้นั้น เรื่องนี้จะเป็นอันตราย“เรื่องหนึ่งที่ผมตั้งข้อสังเกตว่าคุณภาพการศึกษาไทยที่เสื่อมถอยลงมา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเราให้สอบได้ เดี๋ยวนี้ซ่อมกันจนครูซ่อมให้จนสำเร็จมากกว่าที่จะเข้มงวดกวดขัน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าหากเอาเรื่องเงินบริจาค มาผูกกับเงื่อนไขการศึกษาแล้ว จะเป็นการตอกย้ำความเหลื่อมล้ำ ความเท่าเทียม และความเสมอภาคทางการศึกษา เพราะคนที่มีเงินจะได้เปรียบเรื่องการศึกษา โดยรัฐรองรับระบบนี้ ซึ่งจะเป็นการดำเนินนโยบายการศึกษาไปในทางที่ผิด“เรื่องเงินบริจาคหรือเงินต่าง ๆ ที่พูดกันมาตลอดจะทำอย่างไรอย่าให้มาผูกกันเป็นเงื่อนไขเพราะพอมาเป็นเงื่อนไขแล้วจะหยุดที่ตรงไหน และจะเป็นการไปตอกย้ำความเหลื่อมล้ำกันเข้าไปอีก ความจริงแล้วการศึกษานั้นเป็นกระบวนการที่เราหวังว่าจะสร้างความเท่าเทียมหรือความเสมอภาคและลดความเหลื่อมล้ำมากกว่า เพราะเราคิดว่าคนที่มาจากครอบครัวที่ยากจนแล้ว หากมีโอกาสได้รับการศึกษาที่ดีก็จะมีโอกาสในการสร้างรายได้ สร้างอาชีพ สร้างอนาคตให้กับตนเอง วันนี้ถ้าบอกว่าคนที่มีเงินได้เปรียบเรื่องการศึกษาโดยปริยาย โดยรัฐเข้าไปรองรับระบบนี้ในระบบของรัฐเสียเองผมว่ามันก็คงจะเป็นการเดินไปในทางที่ผิด