" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news20022012/67182-imagejpeg-96440.jpg
โฆษกกระทรวงน้ำมันของอิหร่านประกาศหยุดขายน้ำมันให้กับบริษัทของอังกฤษและฝรั่งเศสและว่าอิหร่านกำลังดำเนินการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศอื่นเพื่อทดแทนการส่งออกน้ำมันไปยังทั้ง 2 ประเทศ โดยคำประกาศของอิหร่านมีขึ้นเพื่อตอบโต้มาตรการห้ามซื้อน้ำมันของสหภาพยุโรปหรืออียูที่จะมีผลบังคับใช้กับอิหร่านในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ เพื่อกดดันให้อิหร่านล้มเลิกโครงการนิวเคลียร์ต้องสงสัย ทั้งนี้ กลุ่มอียูทั้ง 27 ชาตินำเข้าน้ำมันจากอิหร่านประมาณร้อยละ 18 ของปริมาณน้ำมันทั้งหมดที่นำเข้า
อย่างไรก็ตาม คาดกันว่าการตัดสินใจของอิหร่านในครั้งนี้จะส่งผลกระทบไม่มากนัก เนื่องจากฝรั่งเศสนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านเมื่อปีที่แล้วเพียงร้อยละ 3 ขณะที่เชื่อกันว่าอังกฤษไม่ได้นำเข้าน้ำมันจากอิหร่านแล้ว แม้ว่าจะไม่ส่งผลทบกับทั้ง 2 ประเทศ แต่เป็นสัญญาณเตือนไปยังประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอียูที่นำเข้าน้ำมันจากอิหร่านในปริมาณที่มากกว่า รวมทั้งอิตาลี สเปน และกรีซ
อิหร่านเป็นชาติผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่สุดอันดับ 2 ของกลุ่มโอเปครองจากซาอุดิอาระเบีย โดยส่งออกน้ำมันถึง 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในจำนวนนี้ร้อยละ 70 ส่งออกไปยังเอเชีย โดยเฉพาะจีนกับอินเดีย ขณะที่กว่าร้อยละ 20 ส่งออกไปยังสหภาพยุโรป
ด้านคณะผู้ตรวจสอบของสำนักงานพลังงานปรมาณูสากลหรือไอเออีเอได้เดินทางจากกรุงเวียนนา เมืองหลวงของออสเตรียมุ่งหน้าไปยังอิหร่านแล้วเพื่อเจรจาปัญหานิวเคลียร์กับเจ้าหน้าที่ของอิหร่านเป็นเวลา 2 วัน ท่ามกลางความตึงเครียดจากความวิตกของนานาชาติว่าอิหร่านกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่นักการทูตตะวันตกคาดการณ์ว่าการเจรจาในครั้งนี้คงจะไม่บรรลุผลใดๆ ที่น่าพอใจ
ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่านได้เริ่มการซ้อมรบทางบกเป็นเวลา 2 วันเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของกองทัพในการป้องกันประเทศจากคุกคามภายนอก หลังเกิดความตึงเครียดกับอิสราเอล โดยการซ้อมรบมีขึ้นที่นอกเมืองยาซด์ ทางภาคกลางของประเทศ
