ฝ่ายค้านพม่าอ้าง
การเลือกตั้งซ่อมครั้งประวัติศาสตร์ของพม่าสิ้นสุดลงในเวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าไทย 30 นาที ซึ่งทันทีที่การเลือกตั้งเสร็จสิ้นลง เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยนับคะแนนต่างเริ่มนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง โดยพรรคเอ็นแอลดีภายใต้การนำของนางออง ซาน ซูจี อ้างว่านางซูจี ชนะการเลือกตั้งซ่อมที่เขตกอมู ด้วยคะแนนร้อยละ 82 ของคะแนนทั้งหมด
คำประกาศนี้เป็นเพียงการกล่าวอ้างของพรรคเอ็นแอลดีที่ส่งคนร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง แต่ยังไม่ได้รับคำยืนยันผลเลือกตั้งเบื้องต้นของ กกต. ส่วนผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ จึงจะสามารถประกาศได้
การเลือกตั้งที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ในรอบครึ่งศตวรรษของพม่าได้รับการจับตาจากทั่วโลกว่าจะเป็นตัวบ่งชี้ความจริงใจของรัฐบาลพม่า ในการปฏิรูปประเทศเพื่อประชาธิปไตย และอาจนำไปสู่การผ่อนปรนการคว่ำบาตรจากหลายประเทศ ซึ่งนานาชาติส่งผู้สังเกตการณ์ในวันเลือกตั้งมาเข้าร่วมสังเกตการณ์ตามคำเชิญของรัฐบาลพม่า และค่อนข้างพอใจกับกระบวนการที่ได้เห็น
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่านายสุรินทร์ พิจสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวว่า ได้รับรายงานจากคณะสังเกตการณ์ว่าการเลือกตั้งผ่านไปค่อนข้างเรียบร้อย และไม่ได้มีข้อกล่าวหาเรื่องการโกงการเลือกตั้งที่ร้ายแรงนัก
แต่ขณะเดียวกัน มีเสียงร้องเรียนถึงความไม่ชอบมาพากล โดยเฉพาะบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ชาวพม่าหลายคน กล่าวว่า พวกเขาไม่มีรายชื่อทั้งที่ย้ายทะเบียนมาอยู่ในเขตเลือกตั้งหลายปีแล้ว
และก่อนหน้านี้โฆษกพรรคเอ็นแอลดีออกมาระบุว่ามีความผิดปกติกับบัตรเลือกตั้ง หลังมีประชาชนจากหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ ร้องมาทางพรรคว่ามีการนำขี้ผึ้งมาเคลือบที่ช่องลงคะแนนของพรรคเอ็นแอลดี ซึ่งการกระทำเช่นนี้ จะทำให้สามารถลบสัญลักษณ์บนบัตรเลือกตั้งได้ภายหลัง นำไปสู่การโกงเลือกตั้งได้
ชาวพม่าไม่น้อยมองว่ากระบวนการเลือกตั้งซ่อมในวันนี้แตกต่างจากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2553 ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือ และต่างตั้งความหวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ประเทศ ชาวพม่าบางส่วนมองว่าขณะนี้ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง กำลังพยายามปฏิรูปประเทศ และถ้าหากนางออง ซาน ซูจีได้รับเลือกตั้งเข้าสภาน่าจะทำให้สถาณการณ์ของประเทศเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น
