ซูจี - ส.ส.เอ็นแอลดีเริ่มทำหน้าที่ ส.ส.พม่าแล้ว
นางออง ซาน ซูจี หัวหน้าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดี พร้อมด้วยสมาชิกพรรคที่ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ทั้ง 33 คน เดินทางมายังอาคารรัฐสภาในกรุงเนปิดอว์ และกล่าวคำสาบานตนในตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพม่า ต่อหน้านายเชว่ มาน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ด้วยถ้อยคำว่าจะปกป้อง และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งสหภาพ ซึ่งคำสาบานตนประโยคนี้ เป็นข้อความที่พรรคเอ็นแอลดีเคยเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงถ้อยคำจากคำว่า "ปกป้องรัฐธรรมนูญ" เป็น "เคารพรัฐธรรมนูญ" และชะลอเวลาการเข้าปฏิบัติหน้าที่ในสภาออกไปกว่า 1 สัปดาห์
หลังเสร็จสิ้นการประชุม นางออง ซาน ซูจี ถูกรุมล้อมด้วยสื่อมวลชนทั้งใน และต่างประเทศ โดยเธอยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า การจัดที่นั่ง ส.ส.พรรคเอ็นแอลดีติดกับที่นั่งที่กันไว้สำหรับทหารที่ได้รับเลือกจากกองทัพให้เข้าทำงานในสภาตามสัดส่วนร้อยละ 25 ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ไม่ได้สร้างปัญหาแต่ประการใด เพราะเธอรู้สึกดีในแง่ดีต่อกองทัพ และแนวทางของพรรคเอ็นแอลดีนั้นไม่ได้ต้องการลดจำนวนสมาชิกสายทหารในสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่าต้องการให้การเมืองพม่า ดำเนินตามค่านิยมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
การเข้าทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรเป็นครั้งแรกของนางออง ซาน ซูจี และ ส.ส.เอ็นแอลดี นับตั้งแต่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยนอกสภามานานกว่า 20 ปี นับเป็นการเปิดศักราชใหม่ทางการเมืองพม่า ซึ่งนายโซ ฮ่อง โฆษกองค์กร Forum for Democracy in Burma องค์กรเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน และประชาธิปไตยในพม่า มองว่าพรรคเอ็นแอลดี และรัฐบาล พล.อ.เต็งเส่ง จะทำงานร่วมกันได้ แม้จะมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก
และแม้ว่าเสียงของพรรคเอ็นแอลดีจะไม่มากเพียงพอที่จะสู้กับเสียงของฝ่ายรัฐบาล และอาจกลายเป็นเพียงตราประทับสร้างความชอบธรรมของรัฐบาลพม่า แต่นายโซ อ่องมองว่าการทำหน้าที่ฝ่ายค้านของพรรคเอ็นแอลดีน่าจะกระตุ้นให้เกิดการอภิปรายในสภาในวงกว้าง ทั้งพรรคฝ่ายค้าน พรรคชาติพันธุ์ไปจนถึงพรรค USDP ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล และผู้แทนในสัดส่วนของกองทัพอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
การปฏิรูปประชาธิปไตยในพม่า ทำให้พม่าได้รับความช่วยเหลือจากหลายประเทศ และหลายองค์กร รวมทั้งธนาคารโลกที่เตรียมคืนความช่วยเหลือให้พม่า ด้านประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย หรือเอดีบี ระบุว่าเอดีบีก็พร้อมให้ความช่วยเหลือพม่า ที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเอดีบีมานานกว่า 20 ปี แต่เงื่อนไขคือพม่าจะต้องชำระหนี้เก่าทึ่ติดค้างรวม 490 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 15,000 ล้านคืนเสียก่อน จึงจะคืนความช่วยเหลือทางการเงินให้
