เกิดเหตุซ้ำ กลิ่นคล้ายคลอรีนรั่วไหล จาก
หลังเหตุระเบิดของบริษัทบีเอสที อิลาสโตเมอร์ส จำกัด ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในพื้นที่ นายวิรัตน์ ศิริสกุลงาม ประธานหอการค้าจังหวัดระยอง กล่าวว่า ขณะนี้ระยองอยู่ในช่วงเทศกาลผลไม้ เมื่อเกิดเหตุดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของนักท่องเที่ยว จึงจะเร่งประชาสัมพันธ์ความปลอดภัยต่อไป ส่วนกลุ่มนักลงทุนยังไม่พบความกังวล เพราะเข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุ
สำหรับสิ่งที่กังวลมากที่สุดคือระบบรักษาความปลอดภัย การแจ้งเตือนและแผนรองรับ ที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมามีความพยายามจัดตั้งศูนย์เตือนภัยในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ในวันที่ 8 พ.ค.นี้ จะหารือในคณะกรรมการบูรณาการจังหวัดระยองถึงเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.20 น. วันที่ 6 พฤษภาคม มีรายงานว่า มีชาวบ้านในพื้นที่โดยรอบบริษัท อดิตยา เบอร่า เคมิคอล ไทยแลนด์ ถูกนำส่งโรงพยาบาลมาบตาพุด และโรงพยาบาลบ้านฉาง กว่า 30 คน โดยมีอาการแสบตา และแสบจมูก สอบถามข้างต้นพบว่ามีการสูดก๊าซ กลิ่นคล้ายคลอรีน โดยทางบริษัท อดิตยา เบอร่า เคมีคอล ปิดทำการ เนื่องจากเหตุระเบิดของบริษัท บีเอสที โดยเจ้าหน้าที่ของอดิตยา ไม่สามารถให้รายละเิอียดใดๆ ได้
ด้าน ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ส่งผลกระทบความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและประชาชนในพื้นที่ ด้วยสามารถคุมเหตุการณ์ไม่ให้ลุกลาม หรือเกิดผลกระทบด้านมลพิษได้ ทั้งสั่งการให้ปรับปรุงระบบการแจ้งเตือน ไปยังชุมชนรอบนิคม โดยเฉพาะระบบของหอกระจายข่าว ที่ต้องปรับระดับเสียงให้ดังขึ้น เนื่องจากเมื่อเกิดเหตุมีฝนตก ประชาชนจึงไม่ได้ยินเสียงแจ้งเตือน
ทั้งนี้ จ.ระยองมีรายได้จากการทำนิคมอุตสาหกรรมกว่าร้อยละ 86 ของจีดีพี ซึ่งเป็นการทำอุตสาหกรรมหนัก เช่น ปิโตรเลียมและสารเคมี กว่าร้อยละ 70 มีการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ โดยระบบสาธารณูปโภครองรับยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
