รองนายกฯ สั่งรมว. 9 กระทรวงเศรษฐกิจวางแผน - จับตาศก.ยุโรป เน้นผลิกวิกฤตเป็นโอกาส

เศรษฐกิจ
09:40
จำนวนผู้ชม 35
Thai PBS
 รองนายกฯ สั่งรมว. 9 กระทรวงเศรษฐกิจวางแผน - จับตาศก.ยุโรป เน้นผลิกวิกฤตเป็นโอกาส

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี หารือ สั่งการรมว.เศรษฐกิจ 9 กระทรวงติดตามสภาพเศรษฐกิจยุโรป ให้เตรียมแผนรองรับให้ทันท่วงที

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแถลงการประชุมหารือ เพื่อติดตามภาวะเศรษฐกิจ ครั้งที่ 5/2555 โดยที่ประชุมได้รับทราบแนวทางการรับมือวิกฤตเศรษฐกิจยูโรโซน 10 ข้อตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานนี้ (19 มิ.ย.2555) และเห็นชอบให้หน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการในทันที

โดยมีสาระสำคัญให้รัฐมนตรีเศรษฐกิจ 9 กระทรวงประชุมร่วมกันทุกสัปดาห์ เพื่อติดตามวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจของประเทศยุโรป และประเทศที่ทำการค้ากับยุโรป เช่น จีน สหรัฐอเมริกา เพื่อเตรียมมาตรการรองรับได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ การทำรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจของหน่วยงานต่าง ๆ ในแต่ละวันนั้นให้ทำผ่านเทมเพล็ตรวมที่กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกำลังจะจัดทำขึ้น

นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงพาณิชย์หามาตรการรองรับผลกระทบที่คาดว่าอาจเกิดขึ้นใน 4 อุตสาหกรรมหลักของไทยที่ส่งออกไปยังทวีปยุโรป ได้แก่ อุตสาหกรรมสิ่งทอ อิเล็กทรอนิคส์ อัญมณี และรถยนต์ โดยให้วิเคราะห์เป็นรายบริษัท ขณะที่กระทรวงการคลังจะทำหน้าที่พิจารณามาตรการปรับโครงสร้างหนี้ต่างประเทศของรัฐวิสาหกิจให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินยูโร โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจของกระทรวงคมนาคม เช่น การบินไทย การรถไฟ เป็นต้น

ส่วนสถานการณ์เศรษฐกิจของไทยในขณะนี้ นายกิตติรัตน์ ยืนยันว่า อัตราแลกเปลี่ยนของไทยมีเสถียรภาพที่ดี มีความมั่นคงสูง ยังมีความสามารถในการบริหารหนี้สาธารณะหรือกู้เงินเพิ่มได้อีก ขณะที่ยังเชื่อว่ายุโรปจะสามารถควบคุมไม่ให้วิกฤตลุกลามได้ อย่างไรก็ตาม ไทยจะไม่ประมาท และได้มอบหมายให้ทุกกระทรวงไปหาแนวทางพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ขณะเดียวกันได้ประสานไปยังสถาบันต่าง ๆ ให้เตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมจัดตั้งกองทุนพยุงหุ้นในกรณีจำเป็น ซึ่งขณะนี้ถือว่า มีความพร้อมจัดตั้งได้แล้ว เพราะที่ผ่านมา พบว่า การตั้งกองทุนพยุงหุ้นไม่ได้กระทบต่อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ไทยตามที่สถาบันต่าง ๆ เคยกังวลแต่กลับเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจภาพรวม นอกจากนี้ที่ ประชุมยังมอบหมายให้กระทรวงแรงงานไปศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเลิกจ้างงานใน ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2543 เพื่อหาแนวทางป้องกันไม่ให้มีการเลิกจ้างงานในอนาคต เนื่องจากการจ้างกลับเข้ามาทำงานเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก