" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news20062012/92558-imagejpeg-135125.jpg
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า จากการติดตามสถานการณ์ปํญหาวิกฤตเศรษฐกิจยูโรป ได้สั่งการให้ที่ประชุมศึกษาผลกระทบจากวิกฤติยูโรโซนทั้งทางตรง และทางอ้อม โดยทางอ้อมคือการดูผลกระทบจากการทำธุรกรรมกับผู้ค้าที่อยู่ในกลุ่มกลุ่มยูโรโซนทั้งหมดซึ่งต้องทำรายละเอียดให้ชัดเจนที่สุด
พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันและจุดเสี่ยงด้านต่าง ๆ เช่น เรื่องแรงงาน ผลประกอบการของแต่ละธุรกิจ ว่าธุรกิจใดบ้างที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากรัฐฐาลจะสามารถเตรียมการป้องกันโดยไม่ประมาท พร้อมเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเป็นระยะส่วน เรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการในขณะนี้คือภาคอุตสาหกรรมทั้งอุตสาหกรรมส่งออกและสิ่งทอที่จะต้องเรียกเข้าหารือร่วมกันว่า ต้องการให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลืออย่างไร
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า ยังไม่ทราบว่าวิกฤติยูโรโซนจะกระทบกับเป้าหมายทางเศรษฐกิจของไทยหรือไม่เพราะตัวเลขภาพรวมจะดูผลกระทบจาก วิกฤติยูโรโซนก่อนว่าทางยุโรปจะมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร โดยให้ทางสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธปท. และกระทรวงการคลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
พร้อมประเมินว่า หากเกิดเหตุการเลวร้ายที่สุดจะกระทบไทยอย่างไรและจะแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างไร ขณะเดียวกันรัฐบาลจะดูแลกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี และกระ ตุ้นเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้นรวมทั้งสร้างความเข้มแข็งให้โรงงานอุตสาหกรรม ส่วนเรื่องของจีดีพีนั้น นายกรัฐมนตรียังต้องการให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ ร้อยะล 5.5-6.5 แต่ทั้งนี้ต้องรอประเมินสถานการณ์ก่อน
