ธนาคารโลกเชื่อไทยรับมือวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปได้
ธนาคารโลกให้ความเห็นว่าวิกฤตเศรษฐกิจยุโรป จะส่งผลกระทบกับการส่งออกของไทยไปประเทศยุโรป ทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่ก็ถือเป็นโอกาสของไทย ในการขยายการส่งออกสู่ตลาดอื่น และจะเป็นปัจจัยที่ทำให้การรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแข็งแกร่งขึ้น เมื่อเทียบกับเศรษฐกิจในภาคส่วนอื่นๆ ของโลก ที่ชะลอตัว
สำหรับข้อมูลการนำเข้าสินค้าของสหภาพยุโรป 3 เดือนของปีนี้ ยอดนำเข้าลดลง โดยการนำเข้าจากจีน ซึ่งเป็นมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในยุโรป ลดลงร้อยละ 5.56 โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกล เสื้อผ้า และเฟอร์นิเจอร์ ขณะที่การนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ลดลงร้อยละ 14 ซึ่งทั้งสองประเทศเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย หากได้รับผลกระทบ ไทยก็กระทบเช่นกัน ทั้งนี้นายกิตติรัตน์ยืนยันว่า ยังไม่ปรับลดเป้าหมายการส่งออกปีนี้ ซึ่งประเมินว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 15
ขณะที่การประชุมผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศทั่วโลก โดย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เพื่อประเมินสถานการณ์รับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปในวันนี้ (28 มิ.ย.) นายกิตติรัตน์ กล่าวว่าเตรียมเสนอรายงานเชิงลึกให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ ในระหว่างประชุมเชิงปฏิบัติการ ในวันเสาร์นี้(30 มิ.ย.) และจะเสนอแผนการปรับกลยุทธการส่งออก ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
ทั้งนี้เบื้องต้นยังไม่มีการออกมาตรการช่วยเหลือใดเป็นพิเศษ หรือตั้งกองทุนช่วยผู้ส่งออก เพราะเห็นว่าสถานการณ์ยังไม่เลวร้าย แต่กำชับให้ทูตพาณิชย์ในประเทศกลุ่มยุโรป เพิ่มสัดส่วนการขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศบริกซ์ ได้แก่บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน ขณะที่ทูตพาณิชย์รายหนึ่งให้ความเห็นว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ละเลยความสำคัญการขยายตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียน ทั้งที่มีอัตราการขยายตัวสูง สามารถทดแทนปริมาณการส่งออกที่ลดลงได้
