" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news03072012/95350-imagepng-139331.png
นายสมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทย ระบุภายหลังการบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 อาจจะทำให้การส่งออกกุ้งไปยังอียู ลดลงเหลือไม่ถึงร้อยละ 5 จาก ร้อยละ 20-25 จึงต้องการให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ เพื่อไม่ให้ไทยต้องเสียเปรียบคู่แข่ง อย่างประเทศมาเลเซีย หรือ เร่งเจรจาทำการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ กับอียู ซึ่งสอดคล้องกับศูนย์วิจัยกสิกรที่แนะให้ภาครัฐ เร่งเจรจาและลงนามเอฟทีเอ กับอียู ก่อนที่หลักเกณฑ์จีเอสพีใหม่จะมีผลอย่างเป็นทางการ
สมาคมส่งออกกุ้งไทยระบุว่า กุ้งที่ส่งออกไปยังสหภาพยุโรป หรือ อียู จะเป็นหนึ่งในสินค้าที่จะต้องเสียภาษีในอัตราใหม่ หลังอียู ปรับหลักเกณฑ์การให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร หรือ จีเอสพี โดยกุ้งดิบจะเสียภาษีเต็มอัตราร้อยละ 12 ขณะที่กุ้งสุก และปรุงแต่งจะเสียภาษีร้อยละ 20
โดยหลักเกณฑ์ใหม่ของอียู จะมุ่งให้ประโยชน์กับประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุด ทำให้ประเทศที่ได้รับสิทธิพิเศษลดลงจาก 176 ประเทศ เหลือ 75-80 ประเทศไทยเข้าข่ายประเทศที่อาจสูญเสียสิทธิ เนื่องจากไทยได้รับการจัดกลุ่มโดยธนาคารโลก ให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีระดับรายได้ปานกลางค่อนข้างสูงเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาไทยใช้สิทธิจีเอสพี ของ อียู มากเป็นอันดับ 3 รองจากอินเดียและบังคลาเทศ
ศูนย์วิจัยกสิกรประเมินว่าสินค้าไทยที่ส่งออกไปอียูโดยเฉลี่ยแล้วอาจมีราคาสูงขึ้นประมาณร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับราคาที่ส่งออกภายใต้ระบบจีเอสพีเดิม พร้อมคาดว่าสินค้าที่จะได้รับผลกระทบ จะมีประมาณร้อยละ 39 ของสินค้าที่ไทยส่งออกไปยังอียู
