ทีดีอาร์ไอ แนะรัฐบาลทบทวนนโยบายประชานิยม หวั่นซ้ำรอยกรีซ

เศรษฐกิจ
16:35
จำนวนผู้ชม 36
Thai PBS
ทีดีอาร์ไอ แนะรัฐบาลทบทวนนโยบายประชานิยม หวั่นซ้ำรอยกรีซ

ครบรอบ 1 ปี ภายใต้การบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่รัฐบาลมุ่งรักษาฐานเสียง ผ่านนโยบายประชานิยม ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ทำให้ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย แนะนำให้รัฐบาลทบทวนนโยบายประชานิยม

ในรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สามารถดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ ตามที่เคยหาเสียงไว้กับประชาชนเกือบครบทุกโครงการ ทั้งรับจำนำข้าว ขึ้นค่าแรง เงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท บ้านหลักแรก รถยนต์คัน ลดภาษีนิติบุคคล

แต่ส่วนใหญ่เป็นนโยบายประชานิยม ที่ทำให้รายได้ของรัฐบาล ลดลง และเสี่ยงต่อการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ นโยบายปรับขึ้นค่าจ้างวันละ 300 บาท ทำให้อุตสาหกรรมย้ายฐานการผลิต

รศ.นิพนธ์ พัวพงศกร ประธานสถาบันวิจัย เพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ อธิบายเรื่องนี้ว่า รัฐบาลมัวแต่แก้ปัญหาทางการเมืองของตัวเอง จึงพยายามสร้างความพอใจให้กับประชาชน โดยใช้เงิน ทั้งที่ตระหนักดีว่า บางโครงการสร้างเสียหายต่อภาครัฐ และขีดความสามารถในการแข่งขัน

แม้รัฐบาล ออกพระราชกำหนดเกี่ยวกับการเงิน การคลังจำนวน 4 ฉบับ เพื่อรองรับการกู้เงินลงทุนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ แต่ในความเป็นจริง การกู้เงินที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ 2548 จนถึงปัจจุบันรวมกันไม่ต่ำกว่า 2 ล้านล้านบาทแล้ว หมดไปกับโครงการประชานิยม

ทำให้ไทยศักยภาพการลงทุนของไทยต่ำลง สวนทางกับประเทศคู่แข่ง ทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ที่อันดับความสามารถในการแข่งขันดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมุ่งเน้นการวิจัย และพัฒนา

ประธานทีดีอาร์ไอ เสนอให้รัฐบาลยกเลิกนโยบายรับจำนำข้าวเปลือก บ้านหลังแรก รถยนต์คันแรก เพื่อลดภาระการคลัง และเตรียมรับมือจากปัญหาเศรษฐกิจโลก ที่ไม่แน่นอน แต่หากรัฐบาล ยืนกรานเดินหน้ามุ่งนโยบายประชานิยม ก็ควรเปิดเผยข้อเท็จจริง และผลการดำเนินงานอย่างโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

การทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาล แต่ไม่ทำให้หนี้สินครัวเรือนลดลง ซ้ำยังใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตมากขึ้น อันเป็นผลจากค่าครองชีพสูงขึ้น และภาระรายจ่ายฟื้นฟูจากเหตุน้ำท่วม จนถึงขณะนี้ ยังไม่เห็นภาพชัดว่า รัฐบาลจะเพิ่มรายได้จากแหล่งใด ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้น แต่กลับได้ยินแนวคิดการกู้เงินเพิ่มขึ้น โดยอ้างว่าเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ไปพร้อมๆ กับการเดินหน้านโยบายประชานิยม จะนำประเทศไปสู่จุดเสี่ยง ไม่ต่างจากกรีซ