“Apple Intelligence” อีกก้าวของเทคโนโลยี AI


วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

11 มิ.ย. 67

จิราภพ ทวีสูงส่ง

Logo Thai PBS
“Apple Intelligence” อีกก้าวของเทคโนโลยี AI

ณ งาน WWDC 2024 (Worldwide Developers Conference 2024) ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา จัดระหว่าง 10-14 มิ.ย. 67 “Apple Intelligence” (AI) ได้ถูกนำมาให้คนทั้งโลกได้รู้จัก ซึ่งจะต่างจาก “AI” (Artificial Intelligence) อย่างไร หาคำตอบได้จากคอนเทนต์นี้

ชวนรู้จัก “AI” (Artificial Intelligence)

เทคโนโลยี “ปัญญาประดิษฐ์” (Artificial Intelligence: AI) คือ เทคโนโลยีการสร้างเครื่องจักรให้มีคุณลักษณะทางด้านสติปัญญาและความฉลาดเหมือนมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็น การคิดได้แบบมนุษย์ การกระทำได้แบบมนุษย์ การคิดอย่างมีเหตุผล และการกระทำอย่างมีเหตุผล โดยศาสตร์ที่เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เทคโนโลยี AI มีความสามารถทางสติปัญญาและการเรียนรู้เหมือนมนุษย์ คือ การเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine Learning: ML) ซึ่งหมายถึง ศาสตร์ที่ทำให้คอมพิวเตอร์หรือเครื่องจักรสามารถเรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของข้อมูลที่ถูกป้อนเข้า (Input) และสร้างผลลัพธ์การตอบสนองต่อข้อมูล (Output) ขึ้นมาได้เองโดยไม่ต้องถูกโปรแกรมหรือได้รับการป้อนคำสั่งเข้าไปใหม่ทุกครั้งที่คอมพิวเตอร์หรือเครื่องจักรได้รับข้อมูลใหม่

โดยเป็นการนำศาสตร์ด้านคณิตศาสตร์และสถิติขั้นสูงมาประยุกต์เข้ากับความรู้ด้านการจัดการข้อมูล และการเขียนโปรแกรม มีหลักการ คือ การสร้างองค์ความรู้ในเชิงโมเดลทางคณิตศาสตร์จากข้อมูลป้อนเข้าด้วยตัวเครื่องจักรเองที่สามารถใช้ทำนายอนาคตได้ โดยโมเดลที่ถูกสร้างขึ้นมีความยืดหยุ่นและสามารถที่จะปรับตัวเองเข้ากับข้อมูลใหม่ ๆ ที่ได้รับป้อนเข้าไป ดังนั้น การเรียนรู้ของเครื่องจักร จึงเปรียบเสมือนความคิดระบบหนึ่งจากหลาย ๆ ระบบ ที่อยู่ในสมองของ AI ที่ทำหน้าที่แยกแยะและเรียนรู้ข้อมูลที่ถูกป้อนเข้ามา และประมวลผลออกมาเป็นการตอบสนองต่อข้อมูลที่แตกต่างกัน

ทั้งนี้ หลักการทำงานของ Machine Learning สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ตาม Algorithm ที่ใช้ดังต่อไปนี้

- Supervised Learning เป็นการสอนเครื่องจักรให้เรียนรู้การแบ่งชุดข้อมูลเพื่อสร้างโมเดลการอนุมาน โดยทำตามแบบจากชุดข้อมูลในอดีตที่มีการระบุ Input และ Output ไว้อย่างชัดเจน

- Unsupervised Learning เป็นการสอนเครื่องจักรให้เรียนรู้จากชุดข้อมูลที่ไม่มีการแบ่งกลุ่ม หรือระบุความสัมพันธ์ของข้อมูลไว้ชัดเจน เพราะฉะนั้นการเรียนรู้แบบนี้เครื่องจักรมีหน้าที่ต้องหาความสัมพันธ์และแบ่งกลุ่มของข้อมูลก่อนที่จะสร้างโมเดลการอนุมานขึ้นมา

- Reinforcement Learning เป็นการสอนให้เครื่องจักรเรียนรู้ที่จะคิดหากลยุทธ์ที่ดีที่สุดจากสภาพแวดล้อม เพื่อที่จะได้รับ “รางวัล” หรือ สิ่งตอบแทนที่กำหนดไว้

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนา Algorithm ประเภทใหม่ๆ ของ Machine Learning ขึ้นมาอีก เช่น Deep Learning หรือการเรียนรู้เชิงลึก โดยเป็นการจำลองเครือข่ายประสาทของมนุษย์ให้มีการประมวลผลแบบขนานต่อกันหลายๆ ชั้น ในลักษณะต่อเนื่องกัน ทำให้ Deep Learning สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็วด้วยประสิทธิภาพที่ไม่ลดลง

Writing Tools ใช้งานได้กับทั้งระบบสามารถปรับสำนวนการเขียน พิสูจน์อักษร และสรุปเนื้อหาในข้อความได้เกือบทุกที่ที่เขียน ภาพจาก Apple

จาก AI สู่ “Apple Intelligence”

สำหรับ “Apple Intelligence” (AI) เป็นระบบอัจฉริยะส่วนบุคคลที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานหรือช่วยเหลือผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยออกแบบมาใช้กับ iPhone, iPad, macOS Sequoia รวมถึง Siri และ ChatGPT (Apple ประกาศความร่วมมือกับ OpenAI) ที่รวมเอาโมเดลเจเนอเรทีฟมาเข้ากับบริบทเฉพาะตัวบุคคลเพื่อส่งมอบข้อมูลข่าวสาร ทำความเข้าใจ สร้างภาษาและรูปภาพ รวมถึงทำสิ่งต่าง ๆ ข้ามไปมาระหว่างแอปฯ ให้ง่ายขึ้นและเร็วขึ้น โดยสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับความเป็นส่วนตัวในด้าน AI ด้วย Private Cloud Compute

ผู้ใช้สามารถบันทึกเสียง ถอดเสียง และสรุปเนื้อหาในเสียงได้แล้วทั้งในแอปโน้ตและโทรศัพท์ ภาพจาก Apple

4 ฟังก์ชัน Apple Intelligence

AI : Apple Intelligence นั้นได้มีการออกแบบฟีเจอร์เป็น 4 ฟังก์ชันหลัก ๆ คือ ภาษา (Language), รูปภาพ (Images) การกระทำ (Action) และบริบทส่วนตัว (Personal Context) โดยมีฟังก์ชันดังนี้

ภาษา : 
- ช่วยสรุปเนื้อหาต่าง ๆ ถอดเสียงเป็นข้อความ (Text) 
- ช่วยร่างเอกสารต่าง ๆ ไปจนถึงพิสูจน์อักษร และปรับอารมณ์ของเนื้อหา (ภาษาทางการ, พูดทั่วไป)
- แจ้งเตือนตามลำดับความสำคัญของเนื้อหา 
- แนะนำคำตอบกลับอัตโนมัติ ทั้งในแชตต่าง ๆ รวมถึงอีเมล

รูปภาพ :
- มีระบบช่วยสร้างภาพ สร้าง Emoji ตามคำสั่ง

การกระทำ :
- ระบบมีความเข้าใจภาษาที่เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น (อารมณ์เราคุยกับคนจริง ๆ) ช่วยให้การสั่งงาน-ค้นหาสิ่งต่าง ๆ ภายในเครื่อง สามารถทำได้ง่ายยิ่งขึ้น

บริบทส่วนตัว :
จะเน้นความเป็นส่วนตัว ให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัย ข้อมูลไม่หลุดออกไปภายนอก โดยเซิร์ฟเวอร์ Private Cloud Compute ออกแบบมาเป็นการเฉพาะ ซึ่งจะไม่มีการเก็บข้อมูล และมีการให้เข้ารหัสอีกชั้นเพื่อความปลอดภัย

📌อ่าน รับมือยังไง? เมื่อ Apple ปล่อย AI ที่คิดแทนมนุษย์ (แทบ) ทุกอย่าง 

Tim Cook ซีอีโอของ Apple กล่าวว่า Apple Intelligence จะช่วยพลิกโฉมสิ่งที่ผู้ใช้กำลังใช้อยู่ ด้วยแนวทางที่ไม่เหมือนใคร โดยการนำ AI แบบเจเนอเรทีฟมารวมเข้ากับบริบทเฉพาะตัวของผู้ใช้เพื่อส่งมอบข้อมูลข่าวสารที่ใช้ประโยชน์ได้จริง โดยสามารถเข้าถึงข้อมูลเป็นส่วนตัวและปลอดภัย

ขณะที่ Dipanjan Chatterjee นักวิเคราะห์จาก Forrester กล่าวว่า ด้วยความแตกต่างของ Apple Intelligence จะช่วยสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้ได้ แต่ถึงอย่างนั้นยังไม่ได้ล้ำกว่า AI คู่แข่งมากเท่าใด

ทั้งนี้ Apple Intelligence จะใช้งานในเวอร์ชันภาษาอังกฤษเท่านั้น โดยการรองรับภาษาไทย ต้องติดตามความคืบหน้าในภายหลัง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : depa, apple, reuters

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Apple IntelligenceAppleAIปัญญาประดิษฐ์Artificial IntelligenceเทคโนโลยีTechnologyInnovationนวัตกรรมThai PBS Sci And Tech Thai PBS Sci & Tech Innovation Tech World
จิราภพ ทวีสูงส่ง
ผู้เขียน: จิราภพ ทวีสูงส่ง

เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล สำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส / Specialist Contents / Journalist / Writer / Creative Copywriter / Proofreader Lover : (jiraphob.thawisoonsong@gmail.com)