จากขนมแก้เบื่อบนโต๊ะประชุม สู่เครื่องดื่มยอดฮิตทั่วโลก


วันสำคัญ

เชษฐ์ธิดา พิเชษฐไพบูลย์

แชร์

จากขนมแก้เบื่อบนโต๊ะประชุม สู่เครื่องดื่มยอดฮิตทั่วโลก

https://www.thaipbs.or.th/now/content/150

จากขนมแก้เบื่อบนโต๊ะประชุม สู่เครื่องดื่มยอดฮิตทั่วโลก

 

ในปี 1988 บนโต๊ะประชุมของร้านชาแห่งหนึ่งในไต้หวัน ระหว่างการประชุมอันน่าเบื่อ ผู้จัดการฝ่ายการผลิตของร้าน ได้นำขนมหวานที่มีชื่อว่า เฝิ่น เหยิน เป็นเม็ดแป้งกลม ๆ หนึบหนับ เทใส่ลงไปในชาและกินพร้อมกัน ดูเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ แต่ของหวานที่ได้กลับอร่อยเหลือเชื่อ  ขนมหนึบหนับ เข้ากันกับชาหอม ๆ อย่างประหลาด กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเครื่องดื่มยอดฮิตในไต้หวัน

และขนมสุดแปลกบนโต๊ะประชุมของร้านชาในวันนั้น ก็เป็นที่รู้จักแพร่หลาย รวมถึงเข้ามาสู่เมืองไทย ในชื่อของ "ชาไข่มุก"

ผู้ริเริ่มใส่ขนมลงไปในชาคือคุณแทมมี หรือ Lin Hsiu Hui ผู้จัดการฝ่ายการผลิตของร้านชา Chun Shui Tang ในไต้หวัน ที่ตอนนี้เป็นที่รู้จักในฐานะของร้านชาต้นตำรับชานมไข่มุก เธอเป็นคนที่ชอบกินขนม เฝิ่น เหยิน มาก และการนำเฝิ่น เหยิน ไปเทใส่ในชาไต้หวันโดยไม่ตั้งใจในวันนั้น สำหรับเธอเปรียบเหมือนเป็นการทลายขนบของการดื่มชาครั้งยิ่งใหญ่ ที่สร้างวัฒนธรรมการดื่มชาแบบใหม่ ที่ได้ทั้งความหอมของชา และเคี้ยวขนมหวานหนุบหนับไปพร้อม ๆ กันได้ เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้มีผู้ที่สนใจ นำเฝิ่น เหยิน ไปผสมในของหวานชนิดอื่นตามมาอย่างแพร่หลาย เป็นการคิดค้นสิ่งใหม่ที่เปลี่ยนโลกได้เลยทีเดียว

สิ่งที่ทำให้ชาไข่มุก เป็นที่นิยมในไต้หวัน ส่วนหนึ่งก็เพราะ ทั้งชาแดง และขนมเฝิ่น เหยิน เป็นของโปรดของชาวไต้หวันทั้งคู่ เมื่อนำมารวมกันก็กลายเป็นของอร่อยมากกว่าเดิมหลายเท่า

คุณแทมมี ไม่ได้จดลิขสิทธิ์การผลิตชาไข่มุกของเธอ ด้วยความตั้งใจอยากจะให้การกินชาไข่มุกเป็นที่แพร่หลาย นอกจากนี้เธอยังให้พนักงานในร้านช่วยคิดเมนูใหม่หาสูตรอร่อยอยู่เสมอ

ปัจจุบัน ร้านต้นตำรับชาไข่มุก ยังคงเปิดให้บริการอยู่ ซึ่งตลอดเวลา 30 ปี ที่เปิดมาร้านชาแห่งนี้ก็ยังคงมีลูกค้าที่ให้การตอบรับอยู่เสมอ โดยในร้านยังคงมีโต๊ะตัวเก่าตัวเดิมที่เจ้าของร้านใช้ต้อนรับลูกค้าตั้งแต่วันแรกตั้งอยู่

แม้จะเป็นเครื่องดื่มสุดฮิต ที่กินแล้วอร่อยสดชื่น แต่ความอร่อยของชาไข่มุก ก็มีผลกระทบต่อสุขภาพแฝงอยู่ ด้วยความหวาน น้ำตาล และให้พลังงานมากเกินไป โดยจากการสำรวจชาไข่มุกจำนวน 25 ยี่ห้อ พบว่า ยี่ห้อที่มีปริมาณน้ำตาลที่สูงที่สุด สูงถึง 18 ช้อนชา หรือให้พลังงานราว 700 กิโลแคลอรีต่อแก้ว มากกว่าพลังงานจากข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว 1 จานเสียอีก (ราว 630 กิโลแคลอรี) ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้กำหนดไว้ว่า ปริมาณน้ำตาลที่คนเราสามารถกินได้โดยไม่เกิดผลเสียต่อร่างกาย คือวันละไม่เกิน 6 ช้อนชา

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว เทรนด์คนรักสุขภาพที่กำลังมา ก็ทำให้หลายคนที่ชื่นชอบการกินชาไข่มุก หันมาปรับพฤติกรรมการกิน ไม่กินตามใจปาก หรือการสั่งหวานน้อย เพื่อลดการรับน้ำตาลมากเกินไป ร้านชาบางร้านก็คิดค้นสูตรใหม่ ๆ เพื่อสุขภาพมากขึ้น เปลี่ยนจากไข่มุกที่ทำจากแป้ง เป็นขนมอื่น ๆ ที่ให้พลังงานน้อยกว่า

ทุกวันนี้ ชาไข่มุก กลายเป็นเครื่องดื่มทั่วไปที่เป็นที่รู้จัก และเป็นของโปรดของใครหลายคนไปแล้ว จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ อย่างขนมหวานจานโปรดของคนในท้องถิ่น ผสานกับความคิดสร้างสรรค์ไอเดียต่อยอด กลายเป็นของใหม่ที่ถูกอกถูกใจผู้คนอย่างแพร่หลาย

ไม่แน่นะ บางทีอาหารง่าย ๆ ที่คุณชอบกิน วันหนึ่งอาจกลายเป็นอาหารจานโปรดของคนทั่วโลกในอนาคตก็ได้


ข้อมูลดี ๆ จาก
- ดูให้รู้
- คนสู้โรค  

เชษฐ์ธิดา พิเชษฐไพบูลย์

ผู้เขียน: เชษฐ์ธิดา พิเชษฐไพบูลย์

เจ้าหน้าที่เนื้อหาออนไลน์ สายสุ่มกาชา

บทความ NOW แนะนำ