ร้อนนี้ เช็กสัญญาณอันตราย "ฮีทสโตรกในสัตว์เลี้ยง"


Thai PBS Care

Thai PBS Digital Media

แชร์

ร้อนนี้ เช็กสัญญาณอันตราย "ฮีทสโตรกในสัตว์เลี้ยง"

https://www.thaipbs.or.th/now/content/2430

ร้อนนี้ เช็กสัญญาณอันตราย "ฮีทสโตรกในสัตว์เลี้ยง"

เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน อุณหภูมิที่พุ่งสูงไม่ได้ส่งผลเพียงแค่ร่างกายมนุษย์เท่านั้น ฮีทสโตรกในสัตว์เลี้ยง ก็เป็นภัยเงียบที่อันตรายถึงชีวิตเช่นกัน โดยเฉพาะสุนัขและแมวที่มีกลไกระบายความร้อนต่างจากมนุษย์อย่างมาก การรู้จักสัญญาณเตือน วิธีปฐมพยาบาล และการป้องกัน จึงเป็นสิ่งที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคนต้องรู้ไว้


ฮีทสโตรกในสัตว์เลี้ยงคืออะไร? ทำไมถึงอันตราย

ฮีทสโตรกในสัตว์เลี้ยง หรือโรคลมแดดในสัตว์ คือภาวะที่ร่างกายสัตว์ไม่สามารถระบายความร้อนออกมาได้ทันถ่วงที เนื่องจากกลไกควบคุมอุณหภูมิล้มเหลว ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายพุ่งสูงกว่าปกติจนอวัยวะสำคัญล้มเหลว


สุนัขและแมวมีต่อมเหงื่อเฉพาะบริเวณ ฝ่าเท้าและจมูก เท่านั้น และอาศัย การหายใจหอบเป็นหลัก ในการระบายความร้อน ซึ่งมีประสิทธิภาพน้อยกว่ามนุษย์มาก เมื่ออากาศร้อนจัด ร่างกายจึงสะสมความร้อนได้ง่ายและเกิดฮีทสโตรกได้รวดเร็ว


อุณหภูมิอันตรายของสัตว์เลี้ยง

  • อุณหภูมิร่างกายปกติสุนัข-แมว: 38.5 – 39.5 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิเริ่มอันตราย: สูงกว่า 40 องศาเซลเซียส
  • ฮีทสโตรกเต็มขั้น: สูงกว่า 41 องศาเซลเซียส (106°F) — อวัยวะเริ่มล้มเหลว
  • อุณหภูมิห้องอันตรายสำหรับแฮมสเตอร์: สูงกว่า 30 องศาเซลเซียส



สายพันธุ์ไหนเสี่ยงฮีทสโตรกในสัตว์เลี้ยงมากที่สุด?

สุนัขพันธุ์เสี่ยงสูง

  • สุนัขพันธุ์หน้าสั้น (Brachycephalic) บูลด็อก (อังกฤษ/ฝรั่งเศส), พัก, บ็อกเซอร์, ชิห์สุ, ปักกิ่ง เพราะทางเดินหายใจสั้นและแคบ ระบายความร้อนผ่านการหอบได้ไม่ดี
  • สุนัขพันธุ์ขนหนา/ขนสองชั้น ไซบีเรียนฮัสกี้, อลาสกันมาลามิวต์, ซามอยด์, เช็ตแลนด์ชีพด็อก เพราะขนกักเก็บความร้อนในฤดูร้อน
  • สุนัขพันธุ์ใหญ่/น้ำหนักมาก เซนต์เบอร์นาร์ด, มาสทิฟ, ลาบราดอร์ที่อ้วน เพราะร่างกายใหญ่ระบายความร้อนได้ช้า
  • สุนัขกลุ่มเสี่ยงเพิ่มเติม สุนัขสูงอายุ, มีโรคประจำตัว (หัวใจ, ระบบหายใจ), ขนสีดำ (ดูดซับความร้อนมากกว่า)

     

แมวพันธุ์เสี่ยงสูง

  • แมวพันธุ์หน้าสั้น (Brachycephalic) อย่างเช่น เปอร์เซีย, หิมาลายัน, เอ็กโซติกชอร์ตแฮร์ เพราะโครงหน้าสั้นส่งผลต่อการหายใจและระบายความร้อน
  • แมวที่พันธุ์ขนยาว เช่น เมนคูน, แร็กดอลล์, นอร์เวย์เจียนฟอเรสต์แคท เพราะขนหนาทำให้ร้อนจัดในสภาพอากาศร้อน
  • แมวพันธุ์ไร้ขน (Sphynx) แม้ไม่มีขน แต่ผิวหนังดูดซับความร้อนได้เร็ว และระบบควบคุมอุณหภูมิอาจด้อยประสิทธิภาพ
  • แมวอ้วนหรือสูงอายุ เพราะปรับตัวกับความร้อนได้ช้า



สัตว์เลี้ยงชนิดอื่นที่เสี่ยงฮีทสโตรก

  • กระต่าย เพราะไม่มีต่อมเหงื่อ ระบายความร้อนผ่านใบหูเป็นหลัก ขนหนาและตัวเล็กทำให้ไวต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิมาก โดยเฉพาะพันธุ์ขนยาวอย่างแองโกลา
  • หนูตะเภาและแฮมสเตอร์ เพราะตัวเล็ก ระบบควบคุมอุณหภูมิไม่มีประสิทธิภาพ อาจเสี่ยงมากหากกรงอยู่ในที่ร้อนเกิน 30°C
  • นกต่างๆ เพราะนกหายใจเร็วเมื่อร้อน แต่หากอุณหภูมิสูงเกินไปอาจเสียชีวิต โดยเฉพาะนกแก้วและนกคอกคาทูขนหนา



วิธีสังเกตอาการฮีทสโตรกในสัตว์เลี้ยง เช็กให้ครบ 9 สัญญาณ

ยิ่งพบเร็ว ยิ่งรักษาได้ทัน นี่คือ 9 สัญญาณอันตราย ที่ต้องรู้เมื่อเจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคนต้องจำ
1.หายใจรุนแรง หอบมากกว่าปกติ อ้าปากค้าง หายใจไม่ทัน
2.อุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 41°C (106°F) วัดได้จากเทอร์โมมิเตอร์ทางทวารหนัก
3.น้ำลายยืด จมูกและปากเปียกมากผิดปกติ
4.เซื่องซึม นอนอยู่กับที่ไม่ขยับ หรือเดินเซ ทรงตัวไม่ได้
5.หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ หรือเต้นผิดจังหวะ
6.ม่านตาขยาย อาจจำเจ้าของไม่ได้ หรือดุกว่าปกติในระยะเวลาสั้น ๆ
7.ตา เหงือก และลิ้นแดงกว่าปกติ  สัญญาณที่ชัดเจนมากในสุนัข
8.อาเจียนหรือท้องเสีย เนื่องจากอวัยวะภายในเริ่มได้รับผลกระทบ
9.ชักหรือหมดสติ  ภาวะวิกฤต ต้องนำส่งสัตวแพทย์ทันที


 

ฮีทสโตรกในสัตว์เลี้ยง วิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง ทำอะไรก่อน?


⚠️ สำคัญมาก ห้ามใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัด เพราะอาจทำให้สัตว์เลี้ยงช็อกได้! ควรลดอุณหภูมิร่างกายอย่างค่อยเป็นค่อยไปด้วยน้ำที่อุณหภูมิห้อง

  1. นำสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่ร้อน ย้ายไปยังบริเวณที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก มีพัดลมหรือแอร์
  2. ปลดพันธนาการทุกอย่าง อย่างเช่น ปลอกคอ สายจูง หรือเสื้อผ้า เพื่อให้หายใจสะดวกขึ้น
  3. เช็ดตัวด้วยผ้าชุบน้ำอุณหภูมิห้อง เน้นบริเวณจุดอับที่มีหลอดเลือดใหญ่ เช่น รักแร้ ขาหนีบ ใต้ฝ่าเท้า
  4. นวดบริเวณขา เพื่อกระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือด
  5. ให้ดื่มน้ำสะอาดอุณหภูมิห้อง หากสัตว์ยังมีสติและกลืนได้ห้ามบังคับ
  6. นำส่งสัตวแพทย์ทันที แม้อาการดีขึ้นแล้ว เพราะอวัยวะภายในอาจยังได้รับความเสียหายอยู่

     

วิธีป้องกันฮีทสโตรกในสัตว์เลี้ยงในช่วงหน้าร้อน

  • จัดสภาพแวดล้อมให้เย็น เปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ วางสัตว์เลี้ยงในบริเวณที่อากาศถ่ายเทดี
  • เติมน้ำสะอาดตลอดวัน วางภาชนะน้ำหลายจุด อาจเพิ่มน้ำแข็งเล็กน้อยในฤดูร้อน
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายช่วง 11.00–15.00 น. เป็นช่วงที่อุณหภูมิสูงสุด
  • พาอาบน้ำหรือเล่นน้ำ ช่วยลดความร้อนในร่างกายได้ดี
  • ดูแลสัตว์เลี้ยงกลุ่มเสี่ยงพิเศษ สัตว์ป่วย สูงอายุ พักฟื้น และพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
  • ไม่ปล่อยสัตว์ไว้ในรถ อุณหภูมิในรถจอดกลางแดดอาจสูงถึง 60°C ภายใน 10 นาที อันตรายถึงชีวิต



นอกจากฮีทสโตรกในสัตว์เลี้ยง ยังต้องระวังโรคอะไรอีกในหน้าร้อน?

1. พยาธิเม็ดเลือด (Tick-borne Disease)
พบในสุนัขทุกเพศ ทุกวัย ทุกสายพันธุ์ ตัวการสำคัญคือ เห็บ ซึ่งเป็นพาหะของโรค หากสุนัขติดเชื้อจะมีอาการไข้สูง เซื่องซึม ไม่อยากอาหาร และอาจเสียชีวิตได้หากอาการรุนแรง
• ป้องกัน หมั่นทำความสะอาดสุนัขและกำจัดเห็บสม่ำเสมอ ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันเห็บที่สัตวแพทย์แนะนำ

2. ท้องเสีย (Heat-related Diarrhea)
อากาศร้อนทำให้เชื้อแบคทีเรียในอาหารเติบโตได้เร็วขึ้น รวมถึงสัตว์เลี้ยงที่กินน้ำมากผิดปกติจากความร้อนอาจเกิดอาการถ่ายเหลวได้
•วิธีรับมือ งดอาหาร 6–12 ชั่วโมง เพื่อพักการทำงานของลำไส้ เสริมน้ำเกลือทดแทนแร่ธาตุ หากไม่ดีขึ้นให้รีบพาไปพบสัตวแพทย์

3. โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies)
เกิดได้ทั้งในสุนัขและแมว สาเหตุมักมาจากการสัมผัสน้ำลายสัตว์ติดเชื้อผ่านการกัด ข่วน หรือเลียบริเวณที่มีรอยแผล อาการได้แก่ อารมณ์แปรปรวน กัดทุกอย่าง น้ำลายไหลมากผิดปกติ
• ป้องกัน พาสัตว์เลี้ยงฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง ตามกฎหมาย
 


สรุปรับมือฮีทสโตรกในสัตว์เลี้ยงอย่างชาญฉลาด

ฮีทสโตรกในสัตว์เลี้ยงเป็นภาวะฉุกเฉินที่สามารถป้องกันได้ หากเจ้าของรู้จักสัญญาณเตือนและปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง
1.รู้จักสายพันธุ์ของตัวเอง สัตว์เลี้ยงพันธุ์หน้าสั้น ขนหนา หรือสูงอายุ ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
2.สังเกต 9 อาการฮีทสโตรก โดยเฉพาะการหอบรุนแรง เซื่องซึม และลิ้น/เหงือกแดงผิดปกติ
3.ปฐมพยาบาลด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็ง เช็ดตัวและพาไปพบสัตวแพทย์ทันที
4.ป้องกันก่อนเกิด จัดบ้านให้เย็น มีน้ำตลอดวัน และไม่ทิ้งสัตว์ไว้ในรถเด็ดขาด
5.ระวังโรคอื่นในหน้าร้อนด้วย พยาธิเม็ดเลือด ท้องเสีย และโรคพิษสุนัขบ้า
 


FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฮีทสโตรกในสัตว์เลี้ยง

Q1 ฮีทสโตรกในสัตว์เลี้ยงต่างจากในคนอย่างไร?
คำตอบ สัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขและแมวระบายความร้อนได้น้อยกว่ามนุษย์มาก เพราะมีต่อมเหงื่อเฉพาะบริเวณฝ่าเท้าและจมูก และอาศัยการหายใจหอบเป็นหลัก ทำให้เกิด ฮีทสโตรกในสัตว์เลี้ยง ได้เร็วกว่าในอุณหภูมิเดียวกัน


Q2 สุนัขพันธุ์ไหนเสี่ยงฮีทสโตรกในสัตว์เลี้ยงมากที่สุด?
คำตอบ พันธุ์หน้าสั้นอย่างบูลด็อก พัก และชิห์สุ เสี่ยงมากที่สุด เพราะทางเดินหายใจสั้นและแคบ รองลงมาคือพันธุ์ขนหนาอย่างไซบีเรียนฮัสกี้ และสุนัขขนาดใหญ่หรือที่มีน้ำหนักเกิน


Q3 ถ้าสัตว์เลี้ยงเป็นฮีทสโตรก ต้องทำอะไรก่อน?
คำตอบ ย้ายสัตว์ไปที่เย็นทันที ปลดปลอกคอออก เช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง (ห้ามใช้น้ำเย็นจัด) แล้วรีบนำส่งสัตวแพทย์ แม้อาการจะดูดีขึ้นก็ตาม เพราะอวัยวะภายในอาจยังได้รับความเสียหาย


Q4 ทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ในรถได้นานแค่ไหน?
คำตอบ ไม่ควรทิ้งไว้เลยแม้แต่นาทีเดียว อุณหภูมิในรถจอดกลางแดดสามารถพุ่งสูงถึง 60°C ภายใน 10 นาที ซึ่งทำให้สัตว์เลี้ยงเกิดฮีทสโตรกและเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว


Q5 กระต่ายและแฮมสเตอร์เสี่ยงฮีทสโตรกในสัตว์เลี้ยงไหม?
คำตอบ เสี่ยงมากครับ กระต่ายระบายความร้อนผ่านใบหูเป็นหลัก หากอยู่ในที่ร้อนจะเกิดอาการได้เร็ว ส่วนแฮมสเตอร์มีระบบควบคุมอุณหภูมิไม่ดี ไม่ควรให้กรงอยู่ในที่ที่อุณหภูมิเกิน 30°C
 

หน้าร้อนนี้ ดูแล “สัตว์เลี้ยง” ให้ปลอดภัย ไม่ประสบกับโรคร้าย เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดไป…

  • ฮีทสโตรกหน้าร้อน อันตรายในสัตว์เลี้ยง 

บทความแนะนำ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หน้าร้อนฮีตสโตรกสัตว์เลี้ยง

ผู้เขียน: Thai PBS Digital Media

บทความ NOW แนะนำ