รวม “งานศิลปะ” ที่ทำให้เกิด “การตั้งคำถาม” จาก “แกลเลอรี” สู่ “ท้องถนน” ถึง “สนามหลวง”


Lifestyle

อธิเจต มงคลโสฬศ

Thai PBS
แชร์

รวม “งานศิลปะ” ที่ทำให้เกิด “การตั้งคำถาม” จาก “แกลเลอรี” สู่ “ท้องถนน” ถึง “สนามหลวง”

https://www.thaipbs.or.th/now/content/2700

รวม “งานศิลปะ” ที่ทำให้เกิด “การตั้งคำถาม”  จาก “แกลเลอรี” สู่ “ท้องถนน” ถึง “สนามหลวง”

 

KAWS ศิลปินชื่อดังกำลังกลายเป็นที่พูดถึง เมื่องานศิลปะขนาดใหญ่ของเขาได้รับการนำมาจัดแสดงขึ้น ณ ใจกลาง “สนามหลวง” โดยมีฉากหลัง คือ “วัดพระแก้ว” จนเกิดการตั้งคำถามจากสังคมอันหลากหลาย…

บางคนมองว่า ตัวการ์ตูนดังกล่าวดูไม่เหมาะสมกับสถานที่ บ้างก็มีความเห็นว่าเป็นงานศิลปะที่ช่วยโปรโมตประเทศไทย ทำให้ผู้คนเดินทางมาชมความงามที่ดูแปลกตา

งานศิลปะกำลังก่อให้เกิดข้อถกเถียงและความคิดเห็นต่าง ๆ นานา ทว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกของปรากฏการณ์ลักษณะนี้ Thai PBS ชวนทุกคนไปสำรวจดู ศิลปะที่ทำให้เกิดการตั้งคำถาม ข้อถกเถียง ที่ผ่านมามีอะไรบ้าง ?

จากศิลปะ “โถฉี่” ของมาร์เซล ดูชองป์ สู่ข้อถกเถียงในแวดวงศิลปะ

Fountain งานศิลปะในปี 1917 ของมาร์เซล ดูชองป์ (Marcel Duchamp) ศิลปินชาวฝรั่งเศส ที่มีผลงานท้าทายแนวคิดทางศิลปะในยุคสมัยนั้น ด้วยตัวชิ้นที่เป็นเพียงโถปัสสาวะธรรมดาที่มีใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน มาแสดงให้เป็นงานศิลปะ โดยเขาได้ส่งงานดังกล่าวไปร่วมจัดนิทรรศการศิลปะของสมาคมศิลปินอิสระในนิวยอร์ก (Society of Independent Artists) ผ่านนามแฝงที่ปรากฏเป็นลายเซ็นต์บนโถ ในชื่อ R.Mutt

โถฉี่ชิ้นนี้ถูกคัดออก แต่กลับได้รับความสนใจจากสาธารณะมากกว่าชิ้นงานอื่น ๆ เนื่องจากความหมายแฝงของมันที่ชวนให้เกิดข้อถกเถียง ทั้งว่าศิลปะคือสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว และถึงขั้นว่าสามารถฉี่รดได้ หลายปีต่อมา ตัวงาน Fountain ค่อย ๆ สะสมชื่อเสียงและความโด่งดัง แม้โถปัสสาวะชิ้นเดิมจะสูญหายไปนานแล้ว แต่ดูชองป์ได้สั่งทำใหม่ในปี 1950 จัดแสดงขึ้นในอีกหลายแห่ง และถูกประมูลไปด้วยมูลค่าสูงถึง 1.7 ล้านเหรียญสหรัฐในเวลาต่อมา

Fountain งานศิลปะในปี 1917 ของมาร์เซล ดูชองป์ (Marcel Duchamp)

Fountain งานศิลปะในปี 1917 ของมาร์เซล ดูชองป์ (Marcel Duchamp)

“กราฟฟิตี” ศิลปะนอกแกลเลอรีของ Banksy

การขีดเขียนในพื้นที่สาธารณะที่เรียกกันว่า กราฟฟิตี มีที่มาจากรากศัพท์คำว่า “sqraffiato” ในภาษาอิตาลีที่แปลว่าการขูด ตัด หรือสลัก การขีดเขียนนพื้นที่สาธารณะด้วยการพ่นสี เขียนข้อความต่าง ๆ เพื่อสื่อสารความหมายบางอย่าง มีนัยยะหนึ่งที่ชัดเจนคือการแสดงออกถึงการปฏิเสธการปกครอง นำมาสู่ข้อถกเถียงที่ว่า สิ่งเหล่านี้เป็นงานศิลปะหรืออาชญากรรมที่ทำให้บ้านเมืองเสียหาย

ข้อถกเถียงดังกล่างทวีความเข้มข้นขึ้นจากการมาถึงของผลงานกราฟฟิตีของ Banksy ที่สร้างชิ้นงานกราฟฟิตีที่มีการนำเสนอให้เห็นถึงคุณค่าในแง่ศิลปะ ผ่านชิ้นงานที่น่าสนใจมากมาย เช่น ข้อความ I DON’T BELIEVE IN GLOBAL WARMING ที่ถูกพ่นไว้ตามกำแพง โดยให้ขอบล่างของข้อความ จมอยู่ในน้ำ สะท้อนถึงภาวะโลกร้อน หรือผลงาน Girl with Balloon ภาพเด็กผู้หญิงยื่นมือไปหาลูกโป่งสีแดงรูปหัวใจที่สื่อถึงความหวัง

กราฟิตีของ Banksy นำไปสู่เส้นแบ่งของการแยกระหว่างกราฟฟิตีที่ทำลายทรัพย์สินกับงานศิลปะ อย่างไรก็ตาม ข้อถกเถียงเกี่ยวกับกราฟิตีตามพื้นที่สาธารณะยังคงมีอยู่จนปัจจุบัน เพราะการพ่นข้อความที่เป็นชื่อ ตัวตนของคนกลุ่มเล็กนั้นก็มีแง่มุมของการเป็นเสียงเล็ก ๆ ที่สะท้อนรื่องการเมืองซ่อนอยู่

หนึ่งในงานกราฟฟิตีของ Banksy

หนึ่งในงานกราฟฟิตีของ Banksy

งานศิลปะไทยคำถามจากสังคมไทยถึงศิลปิน

งานศิลปะที่กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมไทย มีปรากฏมาอย่างยาวนาน หลายชิ้นทำให้เกิดขึ้นถกเถียงเมื่อก้าวมาสู่การสื่อสารเกี่ยวกับประเด็นของศาสนาและวัฒนธรรมไทย โดยมีหมุดหมายหนึ่งที่เป็นที่พูดถึงคือ อ.ถวัลย์ ดัชนี เจ้าของฉายา ศิลปินบ้าบิ่น ด้วยผลงานแนวพุทธศิลป์ที่แปลกประหลาด มีภาพสัตว์ต่าง ๆ ร่างเปลืองเปล่าอยู่กับเศียรพระ ทำให้เกิดกลุ่มคนไม่พอใจมองว่าดูหมิ่นศาสนาถึงขั้นบุกทำลายผลงาน ร้อนจนตัวศิลปินต้องอธิบายถึงผลงานที่สื่อสารเปรียบเทียบถึงความดี ความเลวเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมี ผลงาน “เสน่ห์แห่งยักษ์ ๒” ของ อ.สมศักดิ์ รักษ์สุวรรณ ที่เป็นภาพหัวโขนยักษ์ขนาดใหญ่ 2 หัวที่มีผู้หญิงร่างเปือนยืนหันหลังอยู่กลางภาพ เกิดเป็นที่วิจารณ์ในแวดวงนาฏศิลป์ ผลงาน “ภิกษุสันดานกา” ของ อ.อนุพงษ์ จันทร ที่เป็นรูปของพระสงฆ์ร่างผอมมีปากเป็นอีกา ต่อมาได้รับรางวัลเหรียญทองศิลปกรรมแห่งชาติ แต่ก็ถูกประท้วงในถอดรางวัลเนื่องจากกระทบส่งภาพลักษณ์ของศาสนา จนในเวลาต่อมามีการยุติการแสดงภาพดังกล่าวลง 

และในช่วงปี 2562 มีผลงานที่เรียกกันว่า “พระพุทธเจ้าอุลตราแมน” ผลงานของนักศึกษาจากจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีกระแสวิจารณ์กันเป็นวงกว้าง ถึงขั้นมีกลุ่มชาวพุทธแจ้งความดำเนินคดีถึงความไม่เหมาะสม

การถกเถียงวิพากษ์วิจารณานศิลปะในหลาย ๆ กรณี นำไปสู่การเรียนรู้ทางสังคม และสะท้อนถึงความเปลี่ยนของสังคมที่เกิดขึ้นเสมอ

การห่อโลก ของ คริสโตและฌานน์-โคล้ด ศิลปกับพื้นที่สาธารณะ

ศิลปะในพื้นที่สาธารณะมักมองเห็นได้สะดุดตา กลายเป็นที่พูดถึงได้เสมอ ที่ผ่านมา เคยมีศิลปินยุคโมเดิร์นคนหนึ่งที่โดดเด่นในด้านการเล่นสนุกกับแลนด์มาร์กของโลก พวกเขาคือ คริสโตและฌานน์-โคล้ด (Christo and Jeanne-Claude) คู่รักศิลปินนักห่อโลก พวกเขาทำงานศิลปะร่วมกันโดยมีเอกลักษณ์คือการห่อสิ่งต่าง ๆ (Wrapped) จากสิ่งของสู่สถาปัตยกรรม และสถานที่ที่มีชื่อเสียง

ผลงานชิ้นสำคัญของทั้งคู่คือ การห่อไรซส์ทาค (Reichstag) หรือรัฐสภาเยอรมัน ที่ต้องใช้เวลาเจรจาขออนุญาตเกือบ 24 ปี ผ่านประธานาธิบดีถึง 6 คน จนเมื่อสำเร็จ ได้กลายเป็นผลงานชิ้นเอกในชื่อ Wrapped Reichstag จัดแสดงเป็นเวลา 2 อาทิตย์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมาย สร้างสถิติผู้เข้าชมกว่า 5 ล้านคน จนภายหลังทางการเยอรมันมีความพยายามอยากจะให้คงชิ้นงานนี้ไว้นานกว่าเดิม แต่ถูกปฏิเสธเนื่องจากศิลปินต้องการให้ผู้ชมได้รับประสบการณ์ล้ำค่าในเวลาที่จำกัดเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีผลงานชิ้นสุดท้าย นั่นคือ L'Arc de Triomphe, Wrapped เป็นการห่ออาร์ก เดอ ทรียงฟ์ (Arc de triomphe de l’Etoil) หรือประตูชัยฝรั่งเศส อนุสรณ์สถานที่สำคัญในกรุงปารีส ที่เป็นโปรเจกต์ที่คริสโตวางแผนไว้ แต่เจ้าตัวได้เสียชีวิตไปก่อน การห่อประตูชัยดังกล่าวดำเนินการโดยทีมงานของคริสโตและฌานน์-โคล้ด และได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย แถมงานศิลปะนี้ยังมีขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่ศิลปินที่จากไป

Wrapped Reichstag ที่มา Christo and Jeanne-Claude Official

Wrapped Reichstag ที่มา Christo and Jeanne-Claude Official

ออพติมัส ไพร์มกลางตลาดน้อย และ KAWS กับตัวการ์ตูนยักษ์กลางสนามหลวง

เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา (ก.พ. 2568) เทพออพดิมัสไพรม์ กลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ย่านตลาดน้อย สร้างกระแสให้ผู้คนรวมถึงนักท่องเที่ยวเดินทางไปถ่ายรูป ที่มาของความแปลกตานี้ เกิดขึ้นจากความร่วมมือของเขตสัมพันธวงศ์และชาวบ้านในพื้นที่ สร้างแลนด์มาร์คในชุมชน

แม้จะถูกตั้งคำถามเรื่องความไม่เข้ากันของหุ่นยนต์กับพื้นที่ย่านเก่าของกรุงเทพฯ ทว่าต่อมา ออพติมัส ไพร์ม กลับกลายเป็นการเชื่อมความแตกต่างเข้าหากัน หนำซ้ำ ยังมีการนำพวงมาลัยมาไหว้ หลังจากมีผู้บนบานของหวย กลายเป็นพหุวัฒนธรรมที่เชื่อมโลกยุคใหม่เข้ากับโลกแห่งความเชื่อไปโดยปริยาย

เทพออพดิมัสไพรม์ แห่ง ตลาดน้อย

เทพออพดิมัสไพรม์ แห่ง ตลาดน้อย

อีกหนึ่งงานศิลปะที่กำลัง Talk of the town นั่นคือ ตัวการ์ตูนขนาดใหญ่ นั่งอยู่กลางสนามหลวง โดยมีฉากหลังเป็น “วัดพระแก้ว” ตัวการ์ตูนดังกล่าวมีชื่อว่า COMPANION เป็นตัวละครชื่อดังของ KAWS (อ่านว่า คอวส์) หรือชื่อจริงว่า ไบรอัน ดอนเนลลี (Brian Donnelly) ศิลปินร่วมสมัยระดับโลก

การแสดงงานศิลปะกลางสนามหลวงครั้งนี้อยู่ในโปรเจกต์ชื่อว่า KAWS:HOLIDAY ที่ศิลปินจะพางานศิลปะของเขา เดินทางไปพักผ่อนรอบโลก ตามสถานที่สำคัญมากมาย

KAWS:HOLIDAY โปรเจคศิลปะได้มาจัดแสดงที่สนามหลวง

KAWS:HOLIDAY โปรเจคศิลปะได้มาจัดแสดงที่สนามหลวง

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา KAWS:HOLIDAY เดินทางมาแล้วกว่า 12 ประเทศ เริ่มต้นที่ทะเลสาบซอกชนในเกาหลีใต้ ตามด้วยไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร สิงคโปร์ อินโดนีเซีย (วัดปรัมบานันที่ยอกยาการ์ตา) และอีกหลายจุดหมายสำคัญ ที่แต่ละแห่ง COMPANION จะปรากฏตัวในขนาด ท่าทาง และบริบทที่เชื่อมโยงกับพื้นที่นั้น ๆ เสมอ บางครั้งนอนหลับตานิ่งกลางธรรมชาติ บางครั้งนอนลอยอยู่กลางน้ำ หรือแม้แต่นอนหลบแสงไฟเมืองใหญ่

จนมาถึง “สนามหลวง” สถานที่ที่ได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่เก่าแก่ของประเทศไทย ซึ่งได้กลายเป็นที่พักผ่อนหนึ่งของงานศิลปะของเขา จนเป็นที่มาของคำถามที่เกิดขึ้นมากมาย ทว่าภาพของผู้คนที่ต่างเดินทางมาเก็บภาพร่วมกับศิลปะชิ้นนี้ อาจเป็น “คำตอบ” ที่สำคัญ ถึงความเปลี่ยนแปลงไปของสังคมและยุคสมัยก็เป็นได้

สิ่งที่เกิดขึ้นกับผลงานของ KAWS ถือเป็นปรากฏการณ์หนึ่งในโลกของศิลปะที่ชวนให้สังคมมีส่วนร่วม ทำให้เห็นว่าศิลปะนั้นไม่แยกขาดจากโลก แต่เป็นมีส่วนต่อกันและกัน ทำให้เห็นข้อถกเถียง การตั้งคำถาม และสะท้อนถึงความคิดของยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป

อ้างอิง

  • studiobinder
  • artshortlist
  • moontonerecords
  • Christo and Jeanne-Claude official
  • A Beautiful Mess: The Evolution of Political Graffiti in the Contemporary City

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศิลปะKAWSสนามหลวงวัดพระแก้วศิลปิน
อธิเจต มงคลโสฬศ

ผู้เขียน: อธิเจต มงคลโสฬศ

เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล ไทยพีบีเอส สนใจเนื้อหาด้านสุขภาพจิต สาธารณสุข และความยั่งยืน รวมถึงประเด็นทันกระแสที่มีแง่มุมน่าสนใจซ่อนอยู่

บทความ NOW แนะนำ