สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประชาชนกว่า 69 ปี


วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

จิราภพ ทวีสูงส่ง

Thai PBS
แชร์

สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประชาชนกว่า 69 ปี

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3314

สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประชาชนกว่า 69 ปี

สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ภาพจาก สภากาชาดไทย

ภาพจาก สภากาชาดไทย

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงดำรงตำแหน่ง “สภานายิกาสภากาชาดไทย” นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2499

นับแต่ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงดำรงตำแหน่ง “สภานายิกาสภากาชาดไทย” ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ที่สอดคล้องกับภารกิจขององค์กรกาชาดและ “สภากาชาดไทย” ได้แก่ การรักษาพยาบาลผู้ป่วยไข้ การช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย การจัดหาโลหิตให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วย การส่งเสริมคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และการสงเคราะห์ประชาชนผู้ทุกข์ยากและผู้ที่เดือดร้อน

ภาพจาก สภากาชาดไทย

ภาพจาก สภากาชาดไทย

ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนากิจการของสภากาชาดไทย ให้เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ พระองค์ได้เสด็จฯ ไปทรงเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการสภากาชาดไทยด้วยพระองค์เอง ณ ห้องประชุมตึกบริพัตร เพื่อทรงติดตามการดำเนินงานของสภากาชาดไทย และพระราชทานแนวพระราชดำริในการดำเนินงานอย่างละเอียด ซึ่งประกอบด้วย ภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัด การให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส การผลิตบุคลากรทางการแพทย์และการพยาบาล การให้สถานที่พักรักษาเมื่อยามเจ็บป่วยและต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นไปตามหลักการพื้นฐาน 7 ประการ คือ มนุษยธรรม ความไม่ลำเอียง ความเป็นกลาง ความเป็นอิสระ บริการอาสาสมัคร ความเป็นเอกภาพ และ ความเป็นสากล รวมทั้งการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นการหารายได้เพื่อสนับสนุนการดำเนินภารกิจของสภากาชาดไทยด้วย

ขอเชิญพสกนิกรบริจาคโลหิต น้อมถวายความอาลัยแด่ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ปัจจุบันเลือดในคลังสำรองขาดแคลนอย่างมาก จึงขอเชิญพสกนิกรบริจาคโลหิต น้อมถวายความอาลัยแด่ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

“โลหิต” หรือ “เลือด” เป็นสิ่งที่จำเป็นและมีความสำคัญในการใช้รักษาผู้ป่วย ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีผู้ที่สามารถคิดค้นสิ่งใดมาใช้ทดแทนโลหิตได้ จึงจำเป็นต้องมีการรับบริจาคโลหิตจากคน เพื่อให้ได้มาซึ่งโลหิตสำหรับใช้ในการช่วยชีวิตผู้ป่วย

“การบริจาคโลหิต” คือ การสละโลหิตส่วนเกินที่ร่างกายยังไม่จำเป็นต้องใช้ให้กับผู้ป่วย ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริจาคโลหิต เพราะร่างกายของแต่ละคนมีปริมาณโลหิตประมาณ 17-18 แก้วน้ำ ร่างกายจะใช้เพียง 15-16 แก้วเท่านั้น ส่วนที่เหลือนั้นสามารถบริจาคให้ผู้อื่นได้ โดยสามารถบริจาคโลหิตได้ทุก 3 เดือน เมื่อบริจาคโลหิตออกไปแล้ว ไขกระดูกจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดโลหิตขึ้นมาทดแทน ทำให้มีปริมาณโลหิตในร่างกายเท่าเดิม หากไม่ได้บริจาค ร่างกายจะขับเม็ดโลหิตที่สลายตัวเพราะหมดอายุ ทั้งนี้ กระบวนการในการบริจาคโลหิตตั้งแต่เริ่มลงทะเบียนจนบริจาคโลหิตเสร็จสิ้น ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเลือกเจาะโลหิตที่เส้นโลหิตดำบริเวณแขน แล้วเก็บโลหิตบรรจุในถุงพลาสติก (BLOOD BAG) ประมาณ 350-450 มิลลิลิตร (ซี.ซี.) ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของผู้บริจาค

- การบริจาคโลหิตเป็นเรื่องจำเป็น และยังไม่มีสิ่งใดทดแทนได้
- ผู้ป่วยต้องการโลหิตทุกวินาที
- ได้ทราบข้อมูลสุขภาพของตัวเอง
- ได้ทราบระบบหมู่โลหิต ทั้งระบบ ABO และ Rh
- ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และทำให้มีความสุข ส่งผลให้สุขภาพดี
- บริจาคโลหิต 1 ถุง ช่วยผู้ป่วยได้อย่างน้อย 3 ชีวิต

โลหิต 1 ถุง นำไปช่วยผู้ป่วยได้อย่างไรบ้าง ?  

การจัดหาโลหิตบริจาคให้เพียงพอและปลอดภัยต่อทั้งผู้ให้และผู้รับ จากผู้มีจิตศรัทธาที่มีสุขภาพดี แบ่งเป็นสำหรับผู้ป่วยที่ต้องรับการรักษาด้วยการรับโลหิตต่อเนื่องตลอดชีวิตกว่าร้อยละ 23 และอีกร้อยละ 77 สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับอุบัติเหตุเพื่อใช้ในการผ่าตัด ซึ่งมักจะเป็นการใช้โลหิตในปริมาณมากและเร่งด่วน รวมถึงโรคนานาชนิด อีกประการหนึ่ง คือ ในบางช่วงอาจเกิดโรคระบาดที่ต้องการใช้โลหิต เช่น โรคไข้เลือดออก ทำให้ปริมาณการใช้โลหิตมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การบริจาคโลหิตแต่ละครั้ง สามารถปั่นแยกเป็นส่วนประกอบโลหิตได้มากกว่า 3 ส่วน ช่วยชีวิตได้มากกว่า 3 ชีวิต และผลิตเป็นผลิตภัณฑ์โลหิตได้อีกมากมาย เพื่อนำไปรักษาผู้ป่วยด้วยโรคต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

เกล็ดเลือด

นำไปรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ โรคไข้เลือดออก มะเร็งเม็ดเลือดขาว

เม็ดเลือดแดง

นำไปรักษาผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ไขกระดูกฝ่อ ผู้ป่วยที่สูญเสียเลือดจากการ ผ่าตัดหัวใจ อุบัติเหตุ ตกเลือดจากการคลอดบุตร

พลาสมา

นำไปรักษาผู้ที่มีอาการช็อกจากการขาดน้ำ ผลิตเซรุ่มป้องกันไวรัสตับอักเสบ บี และเซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์โลหิต 3 ชนิด ได้แก่ แฟกเตอร์ 8 (Factor VIII) รักษาโรคฮีโมฟีเลีย เอ อิมมูโนโกลบูลิน (IVIG) รักษาโรคภูมิคุ้มกันต่อต้านตัวเอง อัลบูมิน (Albumin) รักษาไฟไหม้น้ำร้อนลวก และโรคตับ


❖ แถลงการณ์และประกาศ ชมสารคดีเทิดพระเกียรติฯ "สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง" ➺ www.thaipbs.or.th/QueenSirikit


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS   

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : สภากาชาดไทย, ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงสภานายิกาสภากาชาดไทยสภากาชาดไทยบริจาคเลือดบริจาคโลหิตวิทยาศาสตร์Thai PBS Sci And Tech Thai PBS Sci & Tech Science
จิราภพ ทวีสูงส่ง

ผู้เขียน: จิราภพ ทวีสูงส่ง

"เซบา บาสตี้" เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล สำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส คนทำงานด้านการเขียน : Specialist Contents / Journalist / Writer / Creative Copywriter / Proofreader Lover (ติดต่อ jiraphobT@thaipbs.or.th)

บทความ NOW แนะนำ