ทุกปี คู่รักหลายคู่ต่างเฝ้ารอวันวาเลนไทน์เพื่อฉลองความรักของพวกเขา แต่สำหรับคนโสดหลายคนนั้น คงตั้งตารอ ‘วันคนโสด (Singles’ Day)’ เพื่อให้รางวัลชีวิตตัวเองด้วยการซื้อของจัดโปรโมชัน 11.11 กัน
Thai PBS ขอเชิญทุกคนมารู้จักเรื่องราวหลากหลายแง่มุมของ ‘วันคนโสด’ ซึ่งตรงกับวันที่ 11 พฤศจิกายนของทุกปี พร้อมถือโอกาสสำรวจนิยามความรักความสัมพันธ์ที่วิวัฒน์ไปในช่วงทศวรรษที่ผ่านมากันครับ
วันคนโสด และสถานการณ์ ‘ความโสด’ ยุค 5G
ประวัติความเป็นมาของวันคนโสดย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษที่ 1990 ตอนนั้น จีนยังใช้นโยบายลูกคนเดียว (one-child policy) ในการควบคุมจำนวนประชากร และพ่อแม่ต่างอยากได้ลูกชายไว้สืบสกุล ทำให้มีเด็กผู้ชายเยอะกว่าเด็กผู้หญิง ขณะเดียวกัน เด็กผู้หญิงก็เข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและอาชีพมากขึ้น จนไม่คิดเรื่องแต่งงานเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกเหมือนสตรียุคก่อน
เพื่อฉลองอิสรภาพของตัวเอง พร้อมกับต่อต้านค่านิยมเดิมทางสังคมไปในตัว นักศึกษาโสดส่วนหนึ่งในมหาวิทยาลัยหนานจิง (Nanjing University) จึงเริ่มซื้อของขวัญฉลองอิสรภาพของตัวเอง พวกเขาเลือกวันที่ 11 เดือน 11 เพราะวันดังกล่าวพ้องกับคำสแลงในภาษาจีนว่า ‘光棍 (guānggùn)’ หรือ ‘ตะเกียบเปล่า (bare sticks)’ ซึ่งหมายถึงคนโสด ขณะที่วันคนโสดได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในจีนและหลายประเทศ การจัดแคมเปญลดราคาสินค้า 11.11 ก็เติบโตเช่นกัน จนกลายเป็นอีเวนต์ชอปปิงที่ใหญ่ที่สุดของโลกไปแล้ว

นอกจากการไม่ทำตามค่านิยมหาแฟนแต่งงาน เหตุผลอื่น ๆ เบื้องหลังการครองตัวเป็นโสดในหมู่คนรุ่นใหม่ ได้แก่ ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น มาตรฐานการเลือกคู่ครองที่สูงขึ้น ความรักอิสระ ความต้องการและเป้าหมายชีวิตที่ต่างกัน และค่าใช้จ่ายในการออกเดต อีกทั้งเวลาทำงานเกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ก็ยิ่งทำให้คนทำงานไม่มีเวลาไปพบปะผู้คนใหม่ ๆ นอกออฟฟิศต่อให้จะอยากมีแฟนก็ตาม ทั้งหมดนี้ส่งผลให้อัตราการเกิดในหลายประเทศ – รวมถึงไทย – ลดลงในท้ายที่สุด
ปัจจุบัน สามารถแบ่งประเภทกลุ่มคนโสดตามไลฟ์สไตล์ได้คร่าว ๆ อาทิ
1) กลุ่ม SINKs (Single Income, No Kids) หรือคนโสดที่ไม่มีลูก แต่มีรายได้และอาชีพการงานที่ดี การศึกษาดี มักจะใช้จ่ายเพื่อเติมเต็มความสุขให้ตนเองเป็นหลัก เช่น ไปเที่ยว ดูแลสุขภาพ และหาร้านอาหารใหม่ ๆ
2) กลุ่ม PANKs (Professional Aunt, No Kids) หรือผู้หญิงโสดที่มีหลาน ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงอายุ 30 ปีขึ้นไป มีอาชีพและเงินเดือนมั่นคง ถึงจะไม่มีลูกเป็นของตัวเอง แต่ใส่ใจและเอาใจหลานของพี่ ๆ น้อง ๆ เป็นหลัก
3) กลุ่ม Waithood/Somedays เป็นคนโสดที่รอคอย ‘ใครคนนั้น’ เข้ามาในชีวิต และอยากจะลงหลักปักฐานสักวัน แต่ละคนอาจมีระดับความรีบเร่งที่จะมีความรักต่างกัน ขึ้นอยู่กับความพร้อมทางการเงินและจิตใจเป็นสำคัญ
4) กลุ่ม New Ways หรือคนโสดที่เปิดใจต่อความสัมพันธ์ในรูปแบบใหม่ ๆ เช่น พหุรัก (polyamory) ซึ่งไม่ติดกับกรอบ ‘ผัวเดียวเมียเดียว’ แบบสมัยก่อน การอยู่คนละที่ด้วยกัน (living apart together) ที่คนสองคนคบหากัน แต่แยกกันอยู่คนละบ้าน หรือความรักแบบพลาโทนิก (platonic love) ที่ให้คุณค่าความใกล้ชิดสนิทสนมกัน โดยที่ไม่มีเรื่องโรแมนซ์หรือเซ็กส์เข้ามาเกี่ยวข้อง
กิจกรรมสำหรับคนโสด (และคนที่ไม่อยากเป็นโสด) ในวันคนโสด
สิ่งหนึ่งที่คนโสดมักจะทำเพื่อฉลองวันคนโสดคือ การซื้อของขวัญให้ตัวเอง และโปรโมชัน 11.11 บนแพลตฟอร์มออนไลน์ชอปปิงก็ยิ่งกระตุ้นให้คนโสด (กับคนที่ไม่โสด) กดสั่งซื้อของกันมากขึ้น เมื่อปี ค.ศ. 2023 ในจีนเพียงประเทศเดียว ยอดขายวันที่ 11.11 นั้นมีมูลค่าสูงกว่า 156.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่า 4 เท่าของยอดขายช่วงแบล็คฟรายเดย์ (Black Friday) วันขอบคุณพระเจ้าในสหรัฐฯ ปีเดียวกัน ทำให้วันคนโสด 11.11 กลายเป็นแคมเปญส่งเสริมการขายที่มีมูลค่ามากที่สุดของโลกอย่างที่ได้เกริ่นไป

เมื่อผู้คนเลือกที่จะใช้ชีวิตคนเดียวกันมากขึ้น ผู้ประกอบการธุรกิจก็เห็นช่องทางใหม่ ๆ ที่จะขยายกลุ่มลูกค้าได้ และขายได้ทั้งปี ไม่ใช่แค่ในวันคนโสดวันเดียว ตัวอย่างที่ใกล้ตัวที่สุดสำหรับคนไทยก็คือ ร้านปิ้งย่างชาบูต่าง ๆ ที่มีโต๊ะไว้นั่งรับประทานอาหารคนเดียว ส่วนในญี่ปุ่นนั้น มีห้องคาราโอเกะห้องเดี่ยวให้ลูกค้าได้ปลดปล่อยอารมณ์ได้เต็มที่ไม่แพ้ตอนมากับเพื่อนฝูง หรือที่นอร์เวย์ หากใครที่มีทุนทรัพย์มากพอและไม่อยากแบกกระเป๋าเที่ยว ก็มีทริปล่องเรือสำราญพร้อมห้องพักสำหรับนักเดินทางคนเดียวเช่นกัน
เนื่องจากไม่มีเวลาออกไปสังสรรค์นอกเวลางาน หลายคนจึงอาจปัดซ้ายปัดขวาบนแอปพลิเคชันเพื่อหาคนใหม่ ๆ ไปเดตด้วยในวันคนโสด อย่างไรก็ตาม คนส่วนหนึ่งก็เหนื่อยหน่ายกับการหาคู่ออนไลน์ ออเกไนเซอร์บางเจ้าจึงจัดงาน ‘เดตด่วน (speed dating)’ ตามร้านอาหารหรือบาร์ เพื่อให้คนโสดได้พบเจอกันและลองพูดคุยกันดูแบบเร็ว ๆ หากเคมีไม่ตรงกัน ก็ให้บทสนทนาจบลงกันไปตรงนั้น แต่หากคุยกันถูกคอ ก็อาจจะมีลุ้นไปต่อกันได้
การเข้าชมรมวิ่ง ก็ถือเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ผู้คนในเมืองใหญ่ทั่วโลก – รวมถึงกรุงเทพฯ – ให้ความสนใจกันมากขึ้นในปัจจุบัน แน่นอนว่าการวิ่งนั้นมีประโยชน์ต่อทั้งกายและใจ พร้อมได้ออกมาเห็นโลกภายนอก ส่วนการออกไปวิ่งเป็นหมู่คณะนั้น ก็เปิดโอกาสให้เราได้รู้จักคนใหม่ ๆ คนโสดจำนวนไม่น้อยจึงเข้าชมรมวิ่งกันจนกลายเป็น “แอปฯ หาคู่แบบใหม่” เพราะจะได้ทั้งสุขภาพที่ดีและอาจจะพบรักด้วย ทั้งนี้ ข้อควรคำนึงเกี่ยวกับชมรมวิ่งก็คือ สมาชิกบางคนก็ไม่ได้เข้ามาหาคู่ครอง อีกทั้งการวิ่งต้องใช้พลังงานและระเบียบวินัยพอสมควร

ขณะที่ภาคประชาชนและเอกชนจะพยายามคิดค้นกิจกรรมใหม่ ๆ เพื่อกระตุ้นให้คนในทุกความสัมพันธ์ออกมาใช้ชีวิต ภาครัฐเองก็ต้องสร้างสังคมที่เอื้อต่อการหาคู่และการใช้ชีวิตคู่ด้วยเช่นกัน เช่น การร่วมมือกับแพลตฟอร์มหาคู่ออนไลน์เพื่อให้คนโสดได้แมตซ์กันอย่างปลอดภัยและตรงใจ การสร้างพื้นที่สาธารณะ การจัดกิจกรรมทางสังคมฟรีในชุมชน และการจัดทำกฎหมายสวัสดิการแรงงานที่เป็นธรรม หากทำได้อย่างมีประสิทธิผล ก็จะช่วยแก้ปัญหาจำนวนประชากรลดลงได้อีกทอดหนึ่งด้วย
ในวันคนโสดเช่นนี้ บางคนคงรอคอยใครสักคนเข้าไปเติมเต็มชีวิต บ้างอาจรู้สึกสบายดีกับอิสระในชีวิต แต่ไม่ว่าจะอยู่ในความสัมพันธ์แบบใด ความรักย่อมอยู่ข้างกายใจคนเราเสมอ ต่อให้ความรักนั้นจะไม่ใช่ความรักโรแมนติกก็ตาม
รอบรู้เรื่องรักกับบทความจาก Thai PBS NOW
- 5 เรื่องต้องรู้ หากคุณมีความรักในที่ทำงาน
- 4 เหตุผล ทำไมโลกถึง “อิน” กับความรักของคนดัง
- “ความรัก” ที่ไม่ได้หอมหวานเสมอไปใน “ปรัชญาฝรั่งเศส”
อ้างอิง
- How Singles Day Grew to Be the World’s Biggest Shopping Event, Time
- Singles’ Day is a $150B holiday in China. Here’s why I think ‘11/11’ will catch on in the US, The Conversation
- The Best Alternative to Dating Apps? Running Clubs, Apparently., The New York Times
- What is China’s Singles Day and how is it celebrated?, Reuters
เล่าอดีต บันทึกปัจจุบัน รอบรู้ทุกวัน กับ Thai PBS On This Day: www.thaipbs.or.th/OnThisDay









