จรวด SLS สำหรับภารกิจ Artemis II พร้อมสำหรับการพานักบินอวกาศทั้งสี่คนเดินทางสู่ดวงจันทร์แล้ว ในบทความนี้จะพาย้อนชมขั้นตอนการประกอบจรวด SLS ของ NASA ก่อนที่จะมันจะออกเดินทางไปยังดวงจันทร์
จุดเริ่มต้นการประกอบจรวดสเปซลอนช์ซิสเต็ม (Space Launch System หรือ SLS) เริ่มที่โรงงานประกอบมิชู (NASA Michoud Assembly Facility) ในรัฐหลุยเซียนา ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตท่อนจรวดส่วนท่อนแกนหลัก (core stage) ซึ่งแล้วเสร็จและเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์อวกาศเคนเนดี (Kennedy Space Center) ในเดือนกรกฎาคม ปี 2024 เพื่อประกอบต่อให้แล้วเสร็จภายในอาคารประกอบยาน (Vehicle Assembly Building)

อาคารประกอบยานได้รับการออกแบบเพื่อประกอบจรวดแซทเทิร์น 5 (Saturn V) ซึ่งได้ชื่อว่าเคยเป็นจรวดที่ใหญ่ที่สุดในโลก จึงถือว่าเป็นอาคารประกอบจรวดแนวตั้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตัวอาคารสามารถรองรับการประกอบจรวดแซทเทิร์น 5ได้พร้อมกันสี่ลำ แม้ภาพนี้จะไม่เคยเกิดขึ้นจริง แต่มรดกจากสมัยโครงการอะพอลโลนี้ก็กลายมาเป็นสถานที่สำหรับประกอบยานพาหนะที่จะพามนุษย์กลับไปยังดวงจันทร์อีกครั้งในโครงการอาร์ทิมิส
ทีมวิศวกรได้นำท่อนแกนหลักของจรวด SLS มาประกอบรวมกับชิ้นส่วนอื่น ๆ ของจรวด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์จรวดหลัก ท่อนจรวดเชื้อเพลิงแข็งที่ขนาบทั้งสองข้างของจรวด SLS จรวดท่อนที่สอง และส่วนบนของจรวดที่รวมไปถึงยานอวกาศโอไรออนก็ค่อย ๆ ทยอยส่งเข้ามาประกอบภายในอาคารประกอบยานแห่งนี้

ส่วนประกอบทั้งหมดติดตั้งกับตัวจรวดที่บริเวณโถงประกอบทรงสูงหมายเลข 3 (High bay) ของอาคาร ซึ่งระหว่างนั้นได้มีการย้ายไปมาระหว่างหมายเลข 2 บ้างเพื่อก่อนนำมาประกอบกับท่อนหลัก เช่น มีการย้ายท่อนจรวดหลักไปยังโถงหมายเลข 2 ในช่วงปลายปี 2024 ก่อนจะนำกลับมาเพื่อประกอบเข้ากับท่อนจรวดเชื้อเพลิงแข็งทั้งสองข้างที่หมายเลข 3 อีกครั้งในเดือนมีนาคม 2025
แม้การประกอบจรวด SLS ของภารกิจอาร์ทิมิส 2 จะเป็นไปตามแผน แต่ในเดือนเมษายนได้มีการพบว่าเครื่องยนต์ RS-25 ที่ติดตั้งกับจรวดไปแล้วเกิดการรั่วไหลของระบบไฮดรอลิก (hydraulic leak) จนต้องถอดออกแล้วใส่เครื่องใหม่เข้าไปแทนในขณะที่ตัวจรวดกำลังตั้งอยู่บนฐานปล่อยเคลื่อนที่ (mobile launcher) พร้อมขนาบข้างด้วยท่อนจรวดเชื้อเพลิงแข็งทั้งสองข้าง

จรวด SLS สามารถกลับมาประกอบต่ออย่างรวดเร็วและมีท่อนจรวดรวมถึงอุปกรณ์ติดตั้งบนจรวดสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงเดือนกันยายน 2025 ทางนาซาได้นำดาวเทียมคิวบ์แซต (CubeSat) ที่จะเดินทางไปด้วยกับจรวด SLS ติดตั้งเข้าไปที่ส่วนเชื่อมต่อยานโอไรออน (Orion stage adapter) ระหว่างท่อนจรวดบนสุดกับท่อนจรวดของยานโอไรออน ก่อนที่กลางเดือนตุลาคม 2025 จะประกอบปิดท่อนจรวดส่วนบนให้สำเร็จเรียบร้อยด้วยยานอวกาศโอไรออน ก็เป็นอันเสร็จสิ้น ซึ่งต่อมาไม่นาน NASA ได้ประกาศว่าจรวด SLS ของภารกิจอาร์ทิมิส 2 นั้นพร้อมสำหรับการพามนุษย์กลับไปยังดวงจันทร์แล้ว และเริ่มประกอบจรวด SLS สำหรับภารกิจอาร์ทิมิส 3 ต่อทันทีต่อเนื่องกันด้วย
ขณะนี้จรวด SLS ที่เสร็จสมบูรณ์แล้วยังคงอยู่ภายในโถงอาคาร ประกอบยานบนฐานปล่อยเคลื่อนที่ เมื่อถึงวันที่กำหนดปล่อย รถขนส่งตีนตะขาบ (Crawler) จะพาตัวจรวดไปยังฐานปล่อย LC-39B เพื่อเตรียมปล่อยสู่ดวงจันทร์ในช่วงต้นปี 2026 นี้ ต้องมารอดูกันว่านาซาจะสามารถปล่อยภารกิจอาร์ทิมิส 2 ได้ทันตามแผนที่วางไว้ว่าจะมีการปล่อยก่อนเดือนเมษายน 2026 หรือไม่
อาร์ทิมิส 2 คือภารกิจที่ต้องจับตามองที่สุดในปี 2026 เพราะนี่คือการกลับไปยังดวงจันทร์อีกครั้งของมนุษย์ในรอบ 50 ปี
เรียบเรียงโดย จิรสิน อัศวกุล
พิสูจน์อักษร ศุภกิจ พัฒนพิฑูรย์
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech




















