เซนเซอร์อัลตราซาวนด์ แปะติดกับชุดชั้นใน ช่วยตรวจหามะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้น ให้ความแม่นยำและเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตสูงกว่า
นักวิจัยพัฒนาเซนเซอร์อัลตราซาวนด์ 3 มิติขนาดพกพาที่ใช้งานได้จากที่บ้าน นวัตกรรมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้หญิงในกลุ่มเสี่ยงสามารถตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมได้บ่อยครั้งขึ้นด้วยตนเอง โดยให้ความแม่นยำสูงทัดเทียมเครื่องมือในโรงพยาบาล เพื่อเพิ่มโอกาสในการตรวจพบรอยโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและยกระดับอัตรารอดชีวิตให้สูงขึ้น

ตรวจเช็กได้เองที่บ้าน ไม่ต้องรอคิวนาน
งานวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology - MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Advanced Healthcare Materials โดยระบุถึงความสำเร็จในการย่อส่วนเทคโนโลยีอัลตราซาวนด์ขนาดใหญ่ให้กลายเป็นเซนเซอร์ขนาดพกพาที่ใช้งานง่าย โดยแรงบันดาลใจของโครงการนี้เกิดจากความต้องการแก้ปัญหามะเร็งระยะ Interval Cancers หรือมะเร็งที่ก่อตัวและลุกลามอย่างรวดเร็วในช่วงระหว่างการตรวจแมมโมแกรมประจำปี
เทคโนโลยีการสแกนแบบ 3D ขนาดเท่าสมาร์ตโฟน
นวัตกรรมนี้ประกอบด้วยส่วนสำคัญสองส่วน คือ หัวตรวจอัลตราซาวนด์ (Probe) ขนาดจิ๋ว และโมดูลประมวลผลข้อมูลที่มีขนาดใหญ่กว่าสมาร์ตโฟนเพียงเล็กน้อย
หัวใจสำคัญอยู่ที่การออกแบบแผงรับสัญญาณแบบกระจายตัว (Sparse Array) เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกลวง ซึ่งช่วยให้สามารถเก็บข้อมูลภาพ 3 มิติได้ครอบคลุมพื้นที่กว้างโดยใช้การวางหัวตรวจเพียง 2-3 จุดก็สามารถสแกนเนื้อเยื่อเต้านมได้ทั้งหมด ต่างจากเครื่องอัลตราซาวนด์ทั่วไปที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเลื่อนหัวตรวจไปมาจนทั่ว ซึ่งอาจทำให้เกิดช่องว่างของข้อมูลภาพและมีความคลาดเคลื่อนสูงตามทักษะของผู้ใช้งานอุปกรณ์การตรวจ

ให้ความแม่นยำสูงแม้ตรวจในเนื้อเยื่อที่ซับซ้อน
จากการทดสอบทางคลินิกเบื้องต้น อุปกรณ์ชนิดนี้สามารถตรวจพบถุงน้ำ (Cysts) ที่มีขนาดเล็กเพียง 0.3 เซนติเมตร ซึ่งเป็นขนาดเริ่มต้นของเนื้องอกระยะแรกได้อย่างแม่นยำ ตัวเซนเซอร์สามารถสแกนได้ลึกถึงชั้นเนื้อเยื่อสูงสุด 15 เซนติเมตร และให้ภาพการตรวจที่มีความละเอียดสูงเทียบเท่ากับเครื่องอัลตราซาวนด์มาตรฐานในโรงพยาบาล
นอกจากนี้ จุดเด่นสำคัญคืออุปกรณ์จะวางอยู่บนผิวหนังโดยไม่ต้องใช้แรงกดทับอย่างรุนแรงเหมือนการตรวจแมมโมแกรม ช่วยลดความเจ็บปวดและป้องกันความผิดเพี้ยนของภาพเนื้อเยื่อ ทำให้ภาพที่ได้มีความสมบูรณ์และแสดงผลแบบเรียลไทม์
เพิ่มการเข้าถึงการแพทย์ในพื้นที่ห่างไกล
นวัตกรรมนี้ออกแบบมาให้ใช้พลังงานต่ำ โดยสามารถทำงานได้ด้วยแรงดันไฟฟ้าเพียง 5 โวลต์ (5V DC) จากแบตเตอรี่หรืออะแดปเตอร์ทั่วไป ทำให้เหมาะสำหรับการนำไปใช้ในพื้นที่ห่างไกลหรือคลินิกขนาดเล็กที่ไม่มีงบประมาณเพียงพอสำหรับเครื่องมือขนาดใหญ่ที่มีราคาสูง นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการตรวจคัดกรองแล้ว ยังช่วยทลายกำแพงเรื่องความล่าช้าในการเดินทางและการรอคิวรักษา ทำให้ผู้หญิงในพื้นที่ชนบทสามารถเข้าถึงการตรวจสุขภาพที่ได้มาตรฐานสากลได้อย่างเท่าเทียมและรวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าในอดีต
อนาคตของสุขภาพผู้หญิงในยุคดิจิทัล
ทีมวิจัยกำลังพัฒนาส่วนประมวลผลให้มีขนาดเล็กลงเท่ากับเล็บมือ เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อการทำงานเข้ากับสมาร์ตโฟนได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงการนำเทคโนโลยีระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งจะช่วยให้ระบบสามารถแจ้งเตือนผู้ใช้งานได้ทันทีเมื่อพบความผิดปกติที่เปลี่ยนไปจากฐานข้อมูลเดิม โดยต้องการเปลี่ยนการตรวจสุขภาพประจำปี ให้กลายเป็นการดูแลสุขภาพเชิงรุกอย่างต่อเนื่องที่ทุกคนสามารถทำได้เองจากที่บ้าน
เซนเซอร์อัลตราซาวนด์แบบพกพานี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการดูแลสุขภาพผู้หญิง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงและผู้ที่มีเนื้อเยื่อเต้านมหนาแน่นซึ่งตรวจพบมะเร็งได้ยาก ด้วยประสิทธิภาพที่เทียบเท่าเครื่องมือในโรงพยาบาลแต่มีขนาดกะทัดรัดและใช้งานง่าย ทำให้ช่วยอุดช่องโหว่ของการตรวจพบมะเร็งล่าช้า ลดขั้นตอนการเข้าตรวจรักษาในโรงพยาบาลที่มีความยุ่งยาก และได้เปลี่ยนการตรวจคัดกรองให้กลายเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย เพื่อมีเป้าหมายในการตรวจพบรอยโรคให้ไวที่สุดและเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้อย่างทันท่วงที
เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร
ที่มาข้อมูล: mit, azosensors, tun
ที่มาภาพ: mit
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech



















