ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เมื่อ AI อ่านผลตรวจ MRI สมองในเสี้ยววินาที ช่วยวางแผนการรักษาได้เร็วขึ้น

22 ก.พ. 695 นาที22 ก.พ. 69

นักอ่านผลแล็บ AI ช่วยแพทย์อ่านผลตรวจ MRI สมองได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ ทำให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้ไวขึ้น

ขนาดตัวอักษร

นักอ่านผลแล็บ AI ช่วยแพทย์อ่านผลตรวจ MRI สมองได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ ทำให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้ไวขึ้น

ในนาทีวิกฤตของผู้ป่วยโรคสมอง ทุกวินาทีคือตัวตัดสินโอกาสรอดชีวิต ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะนามว่า "PRIMA" ที่สามารถวิเคราะห์ภาพสแกน MRI ได้ในเสี้ยววินาที โดยให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและครอบคลุม ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคซับซ้อนได้ทันท่วงที และลดระยะเวลาการรอผลตรวจนานหลายชั่วโมงให้สั้นลง

PRIMA ปัญญาประดิษฐ์ นักอ่านผล MRI

ทีมนักวิจัยและศัลยแพทย์ประสาทจาก มหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan) สถาบันการแพทย์ชั้นนำของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่โมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่มีชื่อว่า PRIMA (Promptable Radiology Intelligent Medical Assistant) ในวารสารวิชาการ Nature Biomedical Engineering โดยทีมวิจัยได้พัฒนาระบบ PRIMA ให้ทำหน้าที่เป็น "ผู้ช่วยรังสีแพทย์อัจฉริยะ" ที่เป็นเสมือน “นักอ่านผลแล็บ” โดยช่วยอ่านและประมวลผลภาพถ่ายทางรังสีของสมอง (MRI)

ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาคอขวดในระบบสาธารณสุขทั่วโลก ที่ปัจจุบันความต้องการตรวจ MRI เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ระยะเวลาการรออ่านผลตรวจในบางกรณีอาจกินเวลานานถึง 1-2 วัน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการวิกฤตซึ่งต้องการการตัดสินใจในระดับนาที

ความแม่นยำสูง ครอบคลุมกว่า 50 สภาวะโรค

ความพิเศษของ PRIMA ที่แตกต่างจาก AI รุ่นก่อนหน้าที่มักเน้นการวินิจฉัยโรคเพียงชนิดเดียว คือการเป็นโมเดลที่ถูกฝึกฝนด้วยฐานข้อมูลภาพสแกนสมองขนาดมหึมาเกือบ 30,000 กรณีศึกษา และลำดับภาพถ่ายทางการแพทย์มากกว่า 5.6 ล้านรายการ ทำให้ AI สามารถระบุสภาวะความผิดปกติทางระบบประสาทได้มากกว่า 50 รูปแบบ

ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เนื้องอกในสมอง (Brain Tumor) หรือภาวะเลือดออกในสมอง (Hemorrhage) โดยผลการทดสอบเชิงลึกพบว่า PRIMA มีความแม่นยำในการวินิจฉัยสูงถึง 97.5% ซึ่งถือเป็นระดับที่เทียบเท่าหรือสูงกว่ารังสีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในบางกรณี ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับทีมแพทย์ในการนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ไปใช้ประกอบการวางแผนผ่าตัดหรือให้ยาสลายลิ่มเลือดได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

Magnetic Resonance Imaging หรือ MRI คือ เครื่องมือในการตรวจหาความผิดปกติของร่างกาย โดยใช้เครื่องสนามแม่เหล็ก และคลื่นความถี่วิทยุ สร้างภาพที่มีความละเอียดสูง

วิเคราะห์ป่วยแบบองค์รวมผ่านโมเดลภาษาภาพ

ความโดดเด่นที่ทำให้ PRIMA กลายเป็น "ตัวจริงเรื่องผลแล็บ" คือความสามารถในการทำงานแบบ "โมเดลภาษาภาพ" (Vision-Language Model) ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์ชั้นนำ ระบบนี้ไม่ได้ดูเพียงแค่รูปภาพ MRI ที่เป็นจุดสีเทาดำเท่านั้น แต่ PRIMA ยังสามารถอ่านและทำความเข้าใจ "คำสั่ง" หรือ "ประวัติการรักษา" (Clinical Context) ของผู้ป่วย รวมถึงเหตุผลทางการแพทย์ที่ระบุมาในใบส่งตัวเพื่อนำมาประมวลผลร่วมกัน

ระบบคัดกรองอัจฉริยะช่วยชีวิตผู้ป่วยวิกฤต

PRIMA ยังมีคุณสมบัติเด่นในการเป็นระบบ "จัดลำดับความสำคัญ" (Triage) ของผู้ป่วยโดยอัตโนมัติ ในสถานการณ์ที่ห้องฉุกเฉินมีผู้ป่วยหนาแน่นและมีกองแฟ้มผลสแกน MRI จำนวนมากที่รอการตรวจ หาก PRIMA ตรวจพบสัญญาณอันตรายร้ายแรงที่ต้องการการรักษาเร่งด่วน เช่น ภาวะความดันในกะโหลกศีรษะสูงหรือการอุดตันของหลอดเลือดใหญ่ ระบบจะทำการ "ดีด" เคสนั้นขึ้นมาเป็นลำดับแรกพร้อมแจ้งเตือนไปยังสมาร์ตโฟนของศัลยแพทย์ประสาททันทีที่การสแกนเสร็จสิ้นภายในไม่กี่วินาที ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยลงได้ โดยเฉพาะในโรงพยาบาลที่มีภาระงานล้นมือ

ลดภาระบุคลากรทางการแพทย์

ในมิติของการทำงานร่วมกับมนุษย์ AI ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็น "เกราะป้องกัน" ความผิดพลาดที่เกิดจากความเหนื่อยล้า (Human Error) ของบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องทำงานต่อเนื่องยาวนาน รังสีแพทย์ไม่ต้องใช้เวลาหลายสิบนาทีในการไล่ดูภาพสแกนสมองจำนวนหลายร้อยแผ่น แต่สามารถใช้ผลวิเคราะห์เบื้องต้นจาก PRIMA เป็น "แผนที่" นำทางเพื่อมุ่งประเด็นไปที่จุดผิดปกติได้ทันที ช่วยให้แพทย์มีเวลาโฟกัสกับการวางแผนการรักษาที่ซับซ้อนและจำเพาะเจาะจงรายบุคคล (Precision Medicine) มากยิ่งขึ้น

PRIMA เป็น AI นักอ่านผลแล็บ MRI สมองที่มีความสามารถในการประมวลผลที่รวดเร็วระดับวินาที นวัตกรรมนี้ได้เปลี่ยนบทบาทของระบบปัญญาประดิษฐ์มาสู่การเป็น "ผู้ช่วยชีวิต" ในห้องฉุกเฉินอย่างเต็มตัว ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดภาระงานมหาศาลของบุคลากรทางการแพทย์และลดความเสี่ยงจากการรอคอยนานเกินไปของผู้ป่วย แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานสาธารณสุขให้มีมีประสิทธิภาพ และพร้อมให้บริการสำหรับการรักษาในอนาคต

เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร

ที่มาข้อมูล: michiganmedicine, sciencedaily, emjreviews, insideprecisionmedicine

อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

 

เขียนโดย

นักเขียนอิสระ สนใจเทคโนโลยี เชื่อว่าคอนเทนต์และ Storytelling ที่ดี สามารถเชื่อมโยงผู้คนกับข้อมูลได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการโซลาร์ภาคประชาชน นักวิชาการด้านพลังงานมองอย่างไร?เทคโนโลยี

โครงการโซลาร์ภาคประชาชน นักวิชาการด้านพลังงานมองอย่างไร?

โครงการโซลาร์ภาคประชาชน จุดประสงค์เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ โดยโครงการนี้ไม่ใช่เพียงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์

28 ต.ค. 69|19 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
วิกฤตการณ์ช่องโหว่ PHP กับสถานการณ์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ของโลกเทคโนโลยี

วิกฤตการณ์ช่องโหว่ PHP กับสถานการณ์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ของโลก

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์หลายแห่งต้องหยุดให้บริการจากเหตุฉุกเฉินด้านความปลอดภัยจากช่องโหว่ PHP

28 ต.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
เอลนีโญปี 2026 อาจรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1950 ดาวเทียม NASA จับสัญญาณได้ตั้งแต่ต้นปีสิ่งแวดล้อม

เอลนีโญปี 2026 อาจรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1950 ดาวเทียม NASA จับสัญญาณได้ตั้งแต่ต้นปี

NASA ติดตามเอลนีโญที่ก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกตลอดปี 2026 ด้วยกองดาวเทียมสำรวจโลก ขณะที่ NOAA ประเมินว่ามีโอกาส 83% ที่เอลนีโญครั้งนี้จะรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มบันทึกข้อมูลในปี 1950

27 ต.ค. 69|2 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
ชวนเข้าใจ! “กะเพรา”  กับศัพท์ทางพฤกษศาสตร์ การปรับปรุงพันธุ์ และกฎหมายวิทยาศาสตร์

ชวนเข้าใจ! “กะเพรา” กับศัพท์ทางพฤกษศาสตร์ การปรับปรุงพันธุ์ และกฎหมาย

สร้างความเข้าใจเรื่อง “กะเพรา” ให้ตรงกัน! Thai PBS Sci & Tech พาไปรู้จักศัพท์ทางพฤกษศาสตร์ การปรับปรุงพันธุ์ และกฎหมายเกี่ยวกับ “กะเพรา” โดยจะมีความน่าสนใจอย่างไรตามมาอ่านกันได้เลย

26 ต.ค. 69|2 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →