ภาวะหมดไฟในคนเก่ง ‘High-functioning burnout’ วิกฤตซ่อนเร้นของคนที่ทำทุกอย่างได้ดี


Thai PBS Care

THANATCHA SUVIBUY

แชร์

ภาวะหมดไฟในคนเก่ง ‘High-functioning burnout’ วิกฤตซ่อนเร้นของคนที่ทำทุกอย่างได้ดี

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3874

ภาวะหมดไฟในคนเก่ง ‘High-functioning burnout’ วิกฤตซ่อนเร้นของคนที่ทำทุกอย่างได้ดี

 

เคยไหม ? หมดใจกับงาน แต่ดันทำงานได้ดี คุณอาจเป็นคนนั้นเอง หรือมีคนใกล้ตัวที่ภายนอกดูสมบูรณ์แบบไปเสียทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นคนที่สอบได้ที่หนึ่งของชั้นเรียน หรือพนักงานดีเด่นที่ได้รับคำชมอยู่เสมอ ทว่าภายใต้ภาพลักษณ์อันแข็งแกร่ง กลับซ่อนความเหนื่อยล้าและความรู้สึกแปลกแยกเอาไว้ภายใน สิ่งนี้เรียกว่า "ภาวะหมดไฟในคนเก่ง" (High-functioning burnout)

ภาวะหมดไฟในคนเก่ง

กายยังไหว แต่ใจพังยับเยิน
หลายคนคงคุ้นเคยกับ ภาวะหมดไฟ (Burnout) กันมาบ้าง ซึ่งหมายถึงความเหนื่อยล้าทางอารมณ์จากการทำงานหนักเกินไป จนทำให้ไร้แรงจูงใจและขาดประสิทธิภาพในการทำงาน

ทว่าในมุมของ High-functioning burnout นั้นต่างออกไป อาการจะแสดงออกมาในรูปแบบของคนที่ยังคงทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ บรรลุเป้าหมาย และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้ตามปกติ เพียงแต่พวกเขาต้องเก็บซ่อนความเหนื่อยล้าอย่างรุนแรงเอาไว้ข้างในอย่างมิดชิด

ความน่ากังวลของภาวะนี้คือ อาการที่เกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบภายใต้หน้ากากของคน "เก่งและจัดการได้ทุกอย่าง" ทำให้คนรอบข้างมักไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติ หรือแม้แต่เจ้าตัวก็อาจละเลยสัญญาณเตือนของร่างกาย จนอาจพัฒนาไปสู่โรคซึมเศร้า (Depression) หรือโรควิตกกังวล (Anxiety Disorder) ได้ในที่สุด

เหนื่อยแต่ไม่แสดงออก
การที่คนกลุ่มนี้ยังดู "ไหว" ไม่ได้แปลว่าร่างกายหรือจิตใจของเขาทนทานกว่าคนทั่วไป แต่มันคือผลจากการแบกรับ “ความเครียดเรื้อรังที่เกินขีดจำกัด” อย่างต่อเนื่อง

เอมิลี นาโกสกี (Emily Nagoski) นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมศาสตร์ ระบุว่า กลุ่มคนที่มีภาวะนี้มักมีบุคลิกภาพที่วิ่งหาความสมบูรณ์แบบตามมาตรฐานที่ตัวเองตั้งไว้ พวกเขามักสร้างเกราะป้องกันเพื่อรับมือกับความเหนื่อยล้าผ่านพฤติกรรมแบบ “สมบูรณ์แบบนิยม” (Perfectionism) ยึดถือหน้าที่เป็นที่ตั้ง และเคี่ยวเข็ญตัวเองอย่างหนักเพื่อให้กิจวัตรทุกอย่างออกมาไร้ที่ติ แต่แรงผลักดันนี้เองที่กลายเป็น "ดาบสองคม" ค่อย ๆ กัดกินทั้งสุขภาพกายและใจโดยไม่รู้ตัว

เช็กตัวเองง่าย ๆ เรากำลังหมดไฟหรือเปล่า ?
สัญญาณของภาวะนี้อาจดูไม่รุนแรงในช่วงแรก แต่อาจเริ่มต้นด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าตั้งแต่ลืมตาตื่น ชนิดที่ว่ากาแฟก็ช่วยให้สดชื่นขึ้นไม่ได้ หรือการทำกิจวัตรต่าง ๆ ให้เสร็จไปวัน ๆ โดยปราศจากความรู้สึกร่วมอย่างแท้จริง

จูลี่ ฮุก (Julie Hook) นักประสาทจิตวิทยาคลินิกจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น ได้จำแนกสัญญาณเตือนที่สำคัญไว้ดังนี้

  • กิจวัตรง่าย ๆ กลายเป็นเรื่องยากเกินทน เรื่องที่เคยทำได้ดีอย่างการเขียนอีเมลไม่กี่ประโยค หรือการจดจ่อกับงานตรงหน้า กลับกลายเป็นเรื่องยากและสูบพลังงานมากกว่าปกติ สิ่งนี้ไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่คือสัญญาณว่าคุณกำลังล้าทางอารมณ์สะสม
  • คุมตัวเองได้ดีที่ทำงาน แต่กลับสติหลุดที่บ้าน ในระหว่างวันคุณต้องใช้พลังงานมหาศาลไปกับการควบคุมอารมณ์เพื่อเข้าสังคมหรือรักษาความเป็นมืออาชีพ เมื่อกลับถึงบ้าน พลังงานในการยับยั้งชั่งใจจึงไม่หลงเหลืออีกต่อไป เรื่องเล็กน้อยที่บ้านจึงอาจกระตุ้นให้คุณอารมณ์ระเบิดได้ตลอดเวลา
  • งานสำเร็จยอดเยี่ยม แต่ไร้อารมณ์ร่วม คุณยังจัดการงานได้ลุล่วง ไร้ที่ติ จนได้รับคำชม แต่ลึก ๆ คุณกลับรู้สึกด้านชา หรือไม่รู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นมีความหมายอีกต่อไป
  • สมองตื้อ เหมือนมีหมอกปิดกั้น ส่งผลให้ประมวลผลช้าลง สมาธิสั้น ขี้หลงขี้ลืม และรู้สึกไม่สดชื่น แม้แต่กาแฟที่เคยช่วยให้กระปรี้กระเปร่าก็เอาไม่อยู่
  • ความจำระยะสั้นเริ่มเสื่อมถอย คุณอาจยังวางแผนโปรเจกต์ใหญ่ ๆ ได้แม่นยำ แต่กลับหลงลืมนัดหมายเล็กน้อย หรือลืมสิ่งที่เพิ่งทำไปเมื่อครู่ได้อย่างน่าประหลาด

ภาวะหมดไฟในคนเก่ง (High-functioning burnout) เป็นเพียงก้าวแรกของการกลับมาดูแลจิตใจของตัวคุณเอง นอกเหนือจากการทำงานให้สำเร็จลุล่วงด้วยดี คุณอาจต้องหันมาปรับความสมดุลระหว่างการทำงานและการพักผ่อนควบคู่กันไปด้วย

หากคุณต้องการสำรวจแนวทางการดูแลสุขภาพใจหรือเทคนิคการจัดการความเครียดเพิ่มเติม ติดตามเนื้อหาจาก Thai PBS เหล่านี้

ที่มา: INC, Forbes, Embodied Wellness, PLLC


คอลัมน์ต่อยอด l เสริมความคิด ต่อยอดความรู้ สื่อสารความเข้าใจ โดย ศูนย์สื่อสารและส่งเสริมการตลาดเพื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส (CCM)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

High-functioning burnoutภาวะหมดไฟ
THANATCHA SUVIBUY

ผู้เขียน: THANATCHA SUVIBUY

นักเขียนผู้นับถือแมวเป็นศาสนา และมีไอดอลเกาหลีเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

บทความ NOW แนะนำ