ท่วงทำนองที่ไม่เคยเลือนหาย


Lifestyle

อนุรักษ์ ภูมิทรัพย์

แชร์

ท่วงทำนองที่ไม่เคยเลือนหาย

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3915

ท่วงทำนองที่ไม่เคยเลือนหาย

 

ในโลกที่การสื่อสารเต็มไปด้วยถ้อยคำ เราอาจลืมไปว่า “เสียงเพลง” คือหนึ่งในภาษาที่เก่าแก่และทรงพลังที่สุดของมนุษย์ ซีรีส์ “ท่วงทำนองที่เลือนหาย” จาก Thai PBS จึงไม่ได้เป็นเพียงงานบันเทิง หากแต่เป็นการตั้งคำถามสำคัญว่า เมื่อคำพูดไม่อาจอธิบายความรู้สึกทั้งหมดได้ ดนตรีจะสามารถพาเรากลับไปเชื่อมโยงกันอีกครั้งได้หรือไม่ ? และเมื่อเสียงเพลงไม่ได้เป็นเพียงศิลปะ แต่คือภาษาของหัวใจที่มนุษย์ใช้เยียวยากัน ความน่าสนใจของการหยิบเสียงดนตรีมาสร้างเป็นซีรีส์นั้น จะน่าสนใจอย่างไร 

โลกแห่งเสียงเพลง เสียงดนตรี และซีรีส์ “Finding the Last Note ท่วงทำนองที่เลือนหาย”

ซีรีส์เรื่อง “Finding the Last Note ท่วงทำนองที่เลือนหาย” เป็นเรื่องราวของครอบครัว ‘เอื้อศาสตราพร’ ที่สะท้อนความจริงที่เกิดขึ้นได้ในหลายครอบครัว โดยซีรีส์เรื่องนี้จะเล่าถึงเสียงดนตรีที่เคยเป็นศูนย์กลางของความสุข แต่ภายหลังกลับกลายเป็นความทรงจำที่เจ็บปวดเมื่อครอบครัวต้องเจอกับการจากไปของ “ทิพย์” ภรรยาและผู้เป็นแม่ และยังเป็นเหมือนหัวใจหลักของบ้าน 

และ “แสง” พ่อที่เคยเป็นนักดนตรี กลับต้องเผชิญชีวิตที่ไร้ทิศทาง ขณะที่ “ขิม” ลูกสาวออทิสติก ได้ใช้โลกของตัวเองเป็นเกราะป้องกัน และ “เข่ง” ลูกชายวัยรุ่นหัวรั้นที่โกรธพ่อ โกรธพี่ และโกรธโชคชะตา นั่นได้กลายเป็นตัวแทนของความไม่เข้าใจที่ก่อตัวขึ้นภายในครอบครัวเดียวกัน

ซีรีส์เรื่องนี้จะเริ่มเข้มข้นขึ้น เมื่อการตายของทิพย์ ผู้เป็นทั้งภรรยาและแม่ ได้กลายเป็นรอยร้าวที่ทำให้ทุกคนหลงทางในความเศร้า จนในที่สุดเมื่อแสงถูกพบว่าเป็นมะเร็ง และพรสวรรค์ด้านการร้องเพลงของขิมถูกพบโดยบังเอิญ เข่งจึงพยายามใช้เสียงของพี่สาวเพื่อหาเงินรักษาพ่อ จนนำพาทั้งคู่สู่เวทีแข่งขันร้องเพลงระดับประเทศ 

เสียงเพลงนั้นกลายเป็นสะพานเชื่อมใจของครอบครัว ซึ่งทั้งคู่ก็ได้เรียนรู้บางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า นั่นคือการที่ ‘ดนตรี’ ไม่ใช่แค่เสียงที่ผูกพันครอบครัวนี้ไว้ หากคือสิ่งที่ปลุกให้หัวใจของพวกเขา ‘กลับมามีชีวิต’ อีกครั้ง

สิ่งที่น่าสนใจคือ ละครไม่ได้เล่าเพียง “ความสูญเสีย” แต่เลือกใช้ “ดนตรี” เป็นเครื่องมือหลักในการคลี่คลายความสัมพันธ์ ซึ่งสอดคล้องกับข้อเท็จจริงในโลกจริงที่ได้รับการยอมรับในแวดวง Music Therapy หรือดนตรีบำบัด ที่ระบุว่าเสียงเพลงสามารถช่วยฟื้นฟูทั้งสภาพจิตใจ อารมณ์ และการสื่อสารของมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

มีงานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นว่า ดนตรีสามารถกระตุ้นสมองในหลายส่วนพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นความจำ, อารมณ์ และการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะพิเศษ เช่น ‘ออทิสติก’ ดนตรีสามารถทำหน้าที่เป็นสะพาน ที่ช่วยให้พวกเขาแสดงออกและเชื่อมโยงกับโลกภายนอกได้ดีขึ้น ตัวละคร “ขิม” จึงไม่ใช่เพียงบทบาทสมมติ แต่สะท้อนความเป็นจริงของผู้คนจำนวนไม่น้อย ที่ใช้เสียงเพลงแทนคำพูดในการสื่อสารความรู้สึกภายในจิตใจ

ในอีกด้านหนึ่ง “เข่ง” ตัวแทนของวัยรุ่นที่เต็มไปด้วยความสับสน ก็สะท้อนปรากฏการณ์จริงในสังคมไทย ที่เยาวชนจำนวนมากใช้ดนตรีเป็นพื้นที่ระบายอารมณ์ ไม่ว่าจะผ่านการฟัง การร้อง หรือการสร้างสรรค์เพลง ดนตรีจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรม แต่เป็น “พื้นที่ปลอดภัย” ที่ทำให้พวกเขาได้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด

ในขณะที่ “แสง” ผู้เป็นพ่อ การกลับมาของดนตรีในชีวิตไม่ใช่แค่การหวนคืนสู่อดีต แต่คือการยอมรับความจริงและเรียนรู้ที่จะก้าวต่อไป งานวิจัยในด้านจิตวิทยาระบุว่า การมีส่วนร่วมกับดนตรี เช่น การร้องเพลงหรือเล่นดนตรี สามารถช่วยลดระดับความเครียด ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) และเพิ่มสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphins) ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสุขและความหวัง จึงอธิบายได้ว่าทำไม “เสียงเพลง” ในเรื่องนี้จึงเปรียบเสมือนการปลุกหัวใจของตัวละครให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง 

เสน่ห์ของ “Finding the Last Note ท่วงทำนองที่เลือนหาย”

สิ่งที่ทำให้ซีรีส์ “Finding the Last Note ท่วงทำนองที่เลือนหาย” แตกต่างจากซีรีส์ที่เล่าเรื่องราวของครอบครัวทั่วไป คือการไม่พยายามแก้ปัญหาด้วยคำพูดที่สวยงาม หรือบทสรุปที่สมบูรณ์แบบ แต่เลือกให้เสียงเพลงค่อย ๆ ซึมซับเข้าไปในความสัมพันธ์ที่แตกร้าว เปรียบเสมือนการเยียวยาที่ต้องใช้เวลา และต้องอาศัยความเข้าใจมากกว่าความพยายาม 

และซีรีส์เรื่องนี้ยังสะท้อนบทบาทของดนตรีในสถาบันต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว โรงเรียน หรือแม้แต่สังคม ดนตรีสามารถเป็นเครื่องมือในการสร้างความสัมพันธ์ สร้างตัวตน และสร้างความหมายให้กับชีวิตของผู้คนได้อย่างลึกซึ้ง 

และหากลองมองให้ลึกลงไปในมุมของผู้กำกับอย่าง “นิติ ปลัดทอง” หรือ “โจ” การเลือกหยิบดนตรีมาเป็นหัวใจสำคัญของเรื่อง นับว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายจิตใจคนดูเป็นอย่างมาก เพราะมันคือสิ่งที่จริงที่สุดในแง่ของอารมณ์ ความรู้สึก และความทรงจำของมนุษย์ ซึ่งสิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับผู้กำกับอย่าง ‘โจ' คงไม่ใช่แค่การกำกับการแสดงให้ดราม่าถึงใจ แต่คือการทำให้ความเงียบมีความหมาย และทำให้เสียงเพลงกลายเป็นบทสนทนา

นิติ ปลัดทอง ผู้กำกับซีรี่ส์ Finding the Last Note ท่วงทำนองที่เลือนหาย

ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ผู้กำกับพยายามจะบอกกับผู้ชมที่มีโอกาสได้ดูซีรีส์เรื่องนี้ อาจไม่ใช่เพียงการกลับมาของเสียงเพลง แต่คือการกลับมาของความรู้สึกที่เคยถูกกดทับไว้ และในโลกที่เต็มไปด้วยคำพูดมากมาย เสียงเพลงอาจไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง แต่มันคือ “พื้นที่ปลอดภัย” ที่จะทำให้หัวใจของเรากลับมาเต้นในจังหวะเดียวกันได้อีกครั้ง

5.jpg

ซีรีส์ “Finding the Last Note ท่วงทำนองที่เลือนหาย” อาจไม่ได้จบลงแค่ในเรื่องราวของตัวละคร แต่ยังคงก้องต่อผ่านความตั้งใจของ ผู้กำกับอย่าง ‘โจ - นิติ ปลัดทอง’ และทีมนักแสดง ที่อยากพาผู้ชมไปสัมผัสตัวตนจริงของพวกเขา ผ่านอีกพื้นที่หนึ่งของเสียงดนตรี ซึ่งพวกเขาเลือกมาถ่ายทอดเรื่องราวผ่านบทเพลงในรายการ นักผจญเพลง Free Play ซึ่่งเป็นตอนที่ไม่ได้มีแค่การพูดคุยถึงเบื้องหลังซีรีส์เรื่องนี้เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ทั้งผู้กำกับและนักแสดง ได้เลือกเพลงที่มีความหมายกับชีวิตของพวกเขามาถ่ายทอดให้ทุกคนได้รับรู้ไปพร้อมกัน

สามารถเข้าไปรับชมรายการนักผจญเพลง Freeplay ตอน ท่วงทำนองที่ไม่เคยเลือนหาย รวมไปถึงยังสามารถติดตามรับชมซีรีส์ ‘Finding The Last Note ท่วงทำนองที่เลือนหาย’ ได้ทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 20.30 - 21.30 น. ทาง Thai PBS ช่องหมายเลข 3

ติดตามชมรายการ "นักผจญเพลง Free play" ได้ทุกวันเสาร์ 21.30 น. ทาง #ThaiPBS #ช่องหมายเลข3 หรือชมสดทาง https://www.thaipbs.or.th/live ชมทุกตอนได้ทาง www.thaipbs.or.th/SongHunterTV

ดูเนื้อหารายการตอนอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ท่วงทำนองที่ไม่เคยเลือนหาย Finding the Last Noteซีรีส์เสียงเพลงเสียงดนตรีดนตรี
อนุรักษ์ ภูมิทรัพย์

ผู้เขียน: อนุรักษ์ ภูมิทรัพย์

ผู้ดำเนินรายการ นักผจญเพลง REPLAY รายการเพลงที่มากกว่าเรื่องราวของเพลง แต่บอกเล่าเรื่องราวของดนตรีในมุมที่แตกต่าง สร้างแรงบันดาลใจในชีวิตประจำวันได้

บทความ NOW แนะนำ