หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สัญชาติจีนแสดงผลงานอันน่าทึ่ง วิ่งแซงมนุษย์เข้าเส้นชัยในการแข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอนที่ปักกิ่ง ทำลายสถิตินักวิ่งที่เป็นมนุษย์
ในช่วง 2-3 ปีมานี้เทรนด์การดูแลตัวเองรักสุขภาพกำลังมาแรง ซึ่งนำมาสู่การออกกำลังกายในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งการออกกำลังกายแบบหนึ่งที่มาแรงมาก ๆ ในยุคนี้ คือ การวิ่ง จนเกิดปรากฏการณ์ Run Club ทั่วโลก รวมถึงการแข่งวิ่งมาราธอนที่เป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากมนุษย์จะสนุกกับการแข่งขันวิ่งมาราธอนแล้ว
ศึกครั้งนี้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ก็ขอมีส่วนร่วมด้วย โดยสามารถทำความเร็วทำลายสถิติมนุษย์เข้าเส้นชัยด้วยเวลา 50 นาที 26 วินาที ซึ่งสถิติเวลาที่เร็วที่สุดของมนุษย์ คือ 57 นาที 20 วินาที

กู้หน้าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่เคยมี
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ลงสนามแข่งวิ่งมาราธอน หรือเล่นกีฬา แต่ที่ผ่านมาหุ่นยนต์หลายตัวไม่สามารถเข้าเส้นชัยได้ และบางตัวเกิดอุบัติเหตุตั้งแต่เริ่มแข่ง ซึ่งหุ่นยนต์ที่เข้าเส้นชัยได้ในการแข่งขันเมื่อปี ค.ศ. 2026 ทำเวลาไปถึง 2 ชั่วโมง 40 นาที ซึ่งมากกว่าเวลาของผู้ชนะที่เป็นมนุษย์ในการแข่งขันแบบปกติถึง 2 เท่า ซึ่งหุ่นยนต์ในปีนี้กู้หน้าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทุกตัวไว้ได้ โดยการเอาชนะผู้แข่งขันที่เป็นมนุษย์ด้วยการทำเวลาเร็วกว่าถึง 10 นาที
ใช้เทคโนโลยีเดียวกับสมาร์ตโฟนในการพัฒนาหุ่นยนต์นักวิ่ง
หุ่นยนต์นักวิ่งที่สามารถเข้าเส้นชัยได้เป็น 3 อันดับแรก จากทีมที่เข้าร่วมมากกว่า 100 ทีม ได้รับการพัฒนาจากบริษัทลูกของแบรนด์สมาร์ตโฟนชื่อดังในประเทศจีน โดยใช้เวลาในการพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ภายในระยะเวลา 1 ปีเท่านั้น วิศวกรของบริษัททำการติดตั้งขาที่มีความยาว 90 ถึง 95 เซนติเมตร มีขนาดความสูงทั้งตัวอยู่ที่ 169 เซนติเมตร เพื่อเลียนแบบนักวิ่งชั้นนำ และใช้เทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยของเหลวเช่นเดียวกันกับที่ใช้ในสมาร์ตโฟน
ไฮไลต์อีกอย่างของการพัฒนาหุ่นยนต์นักวิ่งที่ร่วมแข่งขันในปีนี้ คือ การใช้ระบบนำทางอัตโนมัติแบบเต็มรูปแบบ แทนการใช้รีโมตคอนโทรลหรือการควบคุมระยะไกลแบบปีก่อน ซึ่งทำให้ความสามารถในการระบุตำแหน่ง การหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวาง และการวางแผนเส้นทางแม่นยำขึ้น ถือเป็นการพัฒนาครั้งใหญ่ในการทำงานอัตโนมัติ และสะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าไปอีกขั้นของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของประเทศจีน
เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร
ที่มาข้อมูล: newatlas, chinadaily, reuters, bbc
ที่มาภาพ: chinadaily
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









