กล้ามเนื้ออัจฉริยะ อุปกรณ์สวมใส่ ผสาน AI สั่งร่างกายให้เรียนรู้ทักษะใหม่แม้ไม่เคยทำ


วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

ขนิษฐา จันทร์ทร

แชร์

กล้ามเนื้ออัจฉริยะ อุปกรณ์สวมใส่ ผสาน AI สั่งร่างกายให้เรียนรู้ทักษะใหม่แม้ไม่เคยทำ

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3922

กล้ามเนื้ออัจฉริยะ อุปกรณ์สวมใส่ ผสาน AI สั่งร่างกายให้เรียนรู้ทักษะใหม่แม้ไม่เคยทำ

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโกคิดค้นอุปกรณ์สวมใส่ ใช้ระบบ AI ควบคุมกล้ามเนื้อ ช่วยฝึกทักษะใหม่ ๆ ตามลักษณะงาน ให้ร่างกายมนุษย์สามารถทำงานได้ แม้ไม่เคยทำงานนั้นมาก่อน

ก้าวล้ำไปอีกขั้นกับนวัตกรรมเปลี่ยนโลก เมื่อนักวิจัยพัฒนา "กล้ามเนื้ออัจฉริยะ" ในรูปแบบอุปกรณ์สวมใส่ที่ผสานระบบปัญญาประดิษฐ์ เข้ากับระบบกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า เพื่อนำทางการเคลื่อนไหวของมนุษย์แบบเรียลไทม์ ช่วยให้การเรียนรู้ทักษะใหม่ที่ซับซ้อนกลายเป็นเรื่องง่ายอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แม้ผู้ใช้งานจะไม่เคยมีพื้นฐานในทักษะนั้นเลยก็ตาม

AI นำทางร่างกายและการกระตุ้นไฟฟ้า

งานวิจัยของทีมนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยชิคาโก (University of Chicago) ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้นำเสนอระบบปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และคอมพิวเตอร์ยุคใหม่ ซึ่งใช้หลักการที่เรียกว่าการกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า (Electrical Muscle Stimulation - EMS) ทำงานร่วมกับแบบจำลอง AI มัลติโมดัล (Multimodal AI) ที่สามารถประมวลผลได้ทั้งภาพและภาษาในเวลาเดียวกัน

ระบบจะส่งสัญญาณไฟฟ้าอ่อน ๆ ไปกระตุ้นกล้ามเนื้อโดยตรง ช่วยให้ผู้ใช้ขยับร่างกายตามงานตรงหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ฝึกฝนมานาน

การใช้งาน กล้ามเนื้ออัจฉริยะ ชุดสูท AI

การเรียนรู้บริบทและทำงานแบบเรียลไทม์

ความโดดเด่นของอุปกรณ์ชุดนี้ คือระบบที่ประกอบด้วยชุดอิเล็กโทรดแบบสวมใส่ แว่นตาอัจฉริยะที่มีกล้องในตัว และระบบติดตามการเคลื่อนไหวที่ทำงานสอดประสานกัน โดยมีระบบ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลภาพและท่าทางร่วมกับเหตุผลเชิงบริบท เพื่อสร้างคำสั่งเคลื่อนไหวเฉพาะงานแบบ "ไดนามิก" โดยไม่ต้องตั้งโปรแกรมล่วงหน้า ระบบจะระบุกลไกและแนะนำการเคลื่อนไหวของมือ ข้อมือ และแขนของผู้ใช้งานให้ทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องทันทีผ่านคำสั่งเสียง เช่น การสอนเปิดหน้าต่างหรือใช้อุปกรณ์ที่ไม่คุ้นเคย ช่วยให้การเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ เป็นเรื่องง่ายสำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์

ศักยภาพด้านการแพทย์และการช่วยเหลือคนพิการ

ในมิติของการสาธารณสุขและการช่วยเหลือสังคม นักวิจัยเน้นย้ำถึงการประยุกต์ใช้ใน 3 ปัจจัยหลัก โดยเฉพาะการฟื้นฟูสมรรถภาพที่บ้านและการช่วยเหลือด้านการเคลื่อนไหวสำหรับผู้ใช้ที่มีความบกพร่องทางสายตา ระบบจะทำหน้าที่ "แนะแนวทางผ่านกายภาพ" แทนการมองเห็น ช่วยให้ผู้ที่มีข้อจำกัดทางร่างกายสามารถเข้าถึงกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างเท่าเทียม

การฝึกฝนผ่านระบบนี้จะช่วยให้สมองและกล้ามเนื้อทำงานประสานกันได้ดีขึ้น ส่งผลดีต่อผู้ป่วยพักฟื้นที่ต้องการกลับมาใช้ชีวิตประจำวันด้วยตัวเองอีกครั้งอย่างปลอดภัยและมั่นใจ

ความปลอดภัยภายใต้ขีดจำกัดของร่างกาย

แม้ระบบ AI จะเป็นผู้ควบคุมการเคลื่อนไหว แต่ผู้ใช้งานสามารถมั่นใจได้ในความปลอดภัย เนื่องจากนักวิจัยได้ออกแบบให้การเคลื่อนไหวทั้งหมดอยู่ภายใต้ขีดจำกัดทางกายภาพของร่างกายมนุษย์ ระบบมีการกระจายแรงและการเคลื่อนไหวไปยังข้อต่อที่หลากหลายเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยลดข้อผิดพลาดได้มหาศาลเมื่อเทียบกับโมเดล AI พื้นฐานที่ไม่มีการจำกัดขอบเขตด้านสรีรวิทยา

นวัตกรรมนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือที่ชาญฉลาด แต่ยังเป็นเทคโนโลยีที่คำนึงถึงสุขภาวะและความปลอดภัยของผู้สวมใส่เป็นอันดับแรกในทุกการเคลื่อนไหว

การทดสอบการใช้งาน ชุดสูท AI ควบคุมกล้ามเนื้อ

เทคโนโลยีกล้ามเนื้ออัจฉริยะที่ผสานพลังปัญญาประดิษฐ์และระบบ EMS นี้ คือกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนนิยามการเรียนรู้ทักษะของมนุษย์ ด้วยความสามารถในการวิเคราะห์บริบทและสั่งการร่างกายแบบเรียลไทม์ที่แม่นยำและปลอดภัย นวัตกรรมนี้จึงมีประโยชน์ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพในภาคอุตสาหกรรม การพัฒนาทักษะส่วนบุคคล ไปจนถึงการฟื้นฟูทางการแพทย์ ช่วยให้ทั้งผู้ที่มีร่างกายปกติและผู้ที่มีข้อจำกัดทางกายภาพสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ และเข้าถึงศักยภาพสูงสุดของตนเองได้อย่างยั่งยืนในโลกยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีและมนุษย์หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว

เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร

ที่มาข้อมูล: uchicago, newatlas, worldkings, newsbytesapp
ที่มาภาพ: HCintegration
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Thai PBS Sci And Tech Thai PBS Sci & Tech กล้ามเนื้ออัจฉริยะชุดสูท AIชุด AIAI
ขนิษฐา จันทร์ทร

ผู้เขียน: ขนิษฐา จันทร์ทร

นักเขียนอิสระ สนใจเทคโนโลยี เชื่อว่าคอนเทนต์และ Storytelling ที่ดี สามารถเชื่อมโยงผู้คนกับข้อมูลได้

บทความ NOW แนะนำ