ในช่วงนี้ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ หรือผู้สร้างเนื้อหาในโลกออนไลน์ต่างพูดบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ มักจะเปลี่ยนกติกาการผลิตคอนเทนต์บ่อยครั้ง ถ้าไม่ปรับตัวตามก็อาจทำให้ยอดผู้เข้าชมลดต่ำจนไม่สามารถคงรายได้จากการผลิตคอนเทนต์ได้ดังเดิม ซ้ำร้ายดูเหมือนว่าอนาคตอาจมีจุดเปลี่ยนบางอย่างที่กำลังทำให้การปรับตัวของคนทำงานด้านผลิตคอนเทนต์อาจไม่สามารถปรับตัวได้อีกต่อไป เพราะการแข่งขันพัฒนาปัญญาประดิษฐ์หรือ AI จากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกมีแนวโน้มทำให้คอนเทนต์ที่ผลิตจากมนุษย์จริง ๆ เริ่มหมดคุณค่าในสายตาแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทุกคนควรเริ่มตระหนักกันอย่างจริงจังมากขึ้น

เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข่าวใหญ่ที่บริษัท META เจ้าของแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง Facebook และ Instagram ต้องมีเหตุขึ้นโรงขึ้นศาล เพราะสำนักพิมพ์ใหญ่ 5 แห่ง ได้แก่ Elsevier, Hachette, Macmillan, McGraw Hill และ Cengage รวมถึงนักเขียนดังอย่าง สก๊อตต์ ทูโรว (Scott Turow) รวมตัวกันฟ้องศาลเรื่องที่ META นำเนื้อหาของพวกเขาจากเว็บไซต์รวมหนังสือละเมิดลิขสิทธิ์ไปใช้ฝึกฝน AI ของตัวเอง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ META ถูกฟ้องในข้อหาการฝึก AI ด้วยเนื้อหาของนักเขียนที่เป็นมนุษย์อย่างไม่ถูกลิขสิทธิ์ เพราะเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2025 มีนักเขียน 13 คนรวมกลุ่มกันฟ้อง META เนื่องจากมีการใช้ข้อมูลจากในหนังสือของนักเขียนกลุ่มนี้เพื่อฝึก AI โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีการจ่ายค่าตอบแทน เพราะนำข้อมูลมาจากเว็บไซต์แจกเนื้อหาละเมิดลิขสิทธิ์คล้ายกับที่เกิดขึ้นในปีนี้ ต่างกันแค่คดีดังกล่าวได้รับคำตัดสินแล้วว่ายกฟ้อง เพราะกลุ่มนักเขียนพิสูจน์ไม่ได้ว่า META มีการทำซ้ำหรือลอกเลียนแบบงานเขียนต้นฉบับ แต่การอ่านและเรียนรู้เข้าข่าย Fair Use หรือการใช้ได้โดยชอบธรรม
จากพฤติกรรมของ META และผลการตัดสินคดีที่ผ่านมา ทำให้เริ่มมีคนวิเคราะห์ว่าในสายตา META เห็นเนื้อหาคอนเทนต์มีคุณค่าน้อยลง อาจมองว่าเป็นของฟรีที่สามารถหยิบฉวยเมื่อไหร่ก็ได้ หรือนำไปทำอะไรก็ได้ตามที่ใจต้องการ จนเกิดเป็นความกลัวในใจคอนเทนต์ครีเอเตอร์ การปรับตัวเพื่อสู้กับยอดการมองเห็นที่ลดต่ำลงอาจเป็นแค่การยื้อเวลาจนกว่าจะถึงวันที่แพลตฟอร์มใช้งานลูกรักคนใหม่อย่าง AI ได้เต็มประสิทธิภาพ โดยไม่เห็นคุณค่าของคนทำคอนเทนต์อีกเลย

ในยุคที่โซเชียลมีเดียเพิ่งเข้ามาใหม่ ๆ ความสัมพันธ์ระหว่างแพลตฟอร์มและผู้ผลิตคอนเทนต์นั้นอยู่ในรูปแบบ "พึ่งพาอาศัยกัน" ผู้ผลิตคอนเทนต์มีพื้นที่ในการหารายได้ ส่วนแพลตฟอร์มก็สามารถดึงคนดูให้อยู่ในแอปพลิเคชันได้นานขึ้นจนมีโอกาสเห็นโฆษณาได้เยอะขึ้น แต่ปัจจุบัน หลังตุลาคม 2025 เป็นต้นมา แหล่งรายได้หลักของ META ขับเคลื่อนด้วย Andromeda ซึ่งเป็น AI ประมวลผลข้อมูลเชิงพฤติกรรมผู้ใช้งาน ทำให้ดึงคนให้เสพติดได้จากพฤติกรรมส่วนตัวของแต่ละคนโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคอนเทนต์เป็นหลักอีกแล้ว
ประกอบกับก่อนสมัครเข้าใช้งานแพลตฟอร์มต่าง ๆ เรามักจะข้าม “เงื่อนไขการให้บริการ” หรือ Terms of Services มีข้อที่เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของผลงานเรา คอนเทนต์ที่เราเขียน ทำภาพ หรือวิดีโอที่โพสต์บนแพลตฟอร์ม ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของเราผู้ผลิตคอนเทนต์ และเพื่อพัฒนาการให้บริการ แพลตฟอร์มจึงขอให้เรามอบสิทธิ์อนุญาตทางกฎหมายเพื่อแจกจ่าย ดัดแปลง เรียกใช้ ทำสำเนา และแสดงต่อสาธารณะได้ โดยที่เรากดยินยอมก่อนเข้ามาใช้บริการแพลตฟอร์มสังคมออนไลน์กันทุกคน
แปลว่า เมื่อข้อมูลที่เราโพสต์ไปแล้ว มันจะถูกนำไปฝึก AI โดยตัวเจ้าของแพลตฟอร์มเอง หรือเขาจะนำข้อมูลไปขายต่อเพื่อฝึก AI เจ้าอื่น เราก็จำเป็นต้องยอมรับแบบไม่สามารถต่อต้านได้ จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายคนวิเคราะห์ว่าผู้ผลิตคอนเทนต์อยู่ในจุดที่ “ไร้อำนาจต่อรอง” และเหตุการณ์อนาคตเหมือนกำลังดำเนินไปในทางลบสำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์

แต่ความเป็นจริง หนทางของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ทุกคนยังไม่ได้มืดมนไปเสียทีเดียว เพราะแพลตฟอร์มต่าง ๆ รวมถึง META ที่เป็นคู่กรณีหลักตามข่าว ก็ยังจำเป็นต้องรักษาระบบนิเวศของตัวเองไว้เพื่อให้ยังมีคนเข้าใช้งานแพลตฟอร์มอยู่ พวกเขาจึงพัฒนา AI ไปควบคู่กับการสนับสนุนการผลิตคอนเทนต์มนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพื่อช่วยสร้างรายได้ มีการเผยวิธีการสื่อสารที่ช่วยให้คนมองเห็นมากขึ้น และยังมีการจัดกิจกรรมอีกหลายอย่างเพื่อรักษาสังคมคนทำคอนเทนต์เอาไว้ให้เติบโตไปพร้อมกัน
เรื่องราวมีทั้งสองด้าน เหมือนกับเหรียญ โดยที่เราไม่อาจรู้ได้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น จุดสิ้นสุดของยุคการพัฒนา AI จะจบลงตรงไหน ? อาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์จะหายไปหรือเปล่า ? พวกเราทำได้เพียงติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อคาดการณ์แนวโน้มในอนาคตด้วยความเข้าใจ ไม่ว่าบทสรุปของการต่อสู้ในชั้นศาลเรื่องคดีละเมิดลิขสิทธิ์เป็นอย่างไร เราต่างต้องประเมินกันต่อไป
ที่มา nytimes, variety.com , publishers.org, techtalkthai, jonloomer, commonthreadco
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech








