หลังจากเที่ยวบินแรกของ X59 เมื่อเดือนตุลาคม 2025 ในตอนนี้เครื่องบินสามารถทำความเร็วทะลุกำแพงเสียงได้สำเร็จและสามารถบินด้วยความเร็วสูงสุดที่ตัวเครื่องบินจะสามารถทำได้ เปิดประตูสู่การศึกษาวิจัยการบินความเร็วเหนือเสียงที่ปราศจากโซนิกบูมรบกวน
X59 Quesst ของนาซาเป็นโครงการศึกษาเครื่องบินความเร็วเหนือเสียงที่ลดการเกิดโซนิกบูม (sonic boom) เมื่อเครื่องบินแหวกอากาศด้วยความเร็วเหนือเสียง โซนิกบูมคือเสียงที่เกิดขึ้นเมื่ออากาศยานหรือวัตถุเคลื่อนที่ผ่านอากาศด้วยความเร็วเหนือเสียง อากาศจะอัดและกระจายตัวที่ท้ายเครื่องและกลายเป็นเสียงที่ได้ยินที่บนพื้นดิน มีระดับความดังตั้งแต่ 90–130 เดซิเบล ซึ่งดังรบกวน ก่อให้เกิดความตื่นตระหนก และนำมาซึ่งความเสียหายต่อกระจก บานหน้าต่าง และทรัพย์สิน
ภาพถ่ายของภาพหน้าจอควบคุมเครื่องบิน X-59 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำความเร็วสูงกว่าเสียงได้ภาพจาก NASA
แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะกำจัดโซนิกบูมให้หมดไป แต่ถึงอย่างนั้นนาซาและทีมงานของบริษัท Skunk Works ได้ร่วมกันสร้างเครื่องบินที่ลดโซนิกบูมให้ได้มากที่สุดที่จะเป็นไปได้ โดยการทำให้โครงสร้างส่วนจมูกของเครื่องบินปลายเรียวแหลมให้มากที่สุดและออกแบบให้โครงสร้างทางอากาศพลศาสตร์เกิดคลื่นกระแทกมีทิศทางพุ่งไปเหนือเครื่องบิน จึงลดเสียงดังจากโซนิกบูมที่จะได้ยินบนพื้นดินได้
และด้วยคุณสมบัติที่กล่าวมานี้ เครื่องบิน X59 จึงต้องมีรูปร่างหน้าตาและการออกแบบที่แปลกประหลาด ไม่ว่าส่วนจมูกที่ยาวจนแทบจะเท่ากับครึ่งหนึ่งของความยาวเครื่อง และส่วนหน้าเครื่องที่แคบมากเนื่องจากต้องการให้คลื่นอากาศไม่กระแทกจนกลายเป็นตำแหน่งที่สร้าง โซนิกบูม ซึ่งทางทีมของ Skunk work เลือกออกแบบให้ด้านหน้าของเครื่องบินไม่มีหน้าต่างบริเวณห้องนักบิน และใช้กล้องถ่ายภาพความละเอียดสูงฉายภาพเข้ามาแทนที่
นับตั้งแต่เที่ยวบินแรกของ X-59 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2025 ทีมงานได้สร้างความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ในเที่ยวบินเหนือเสียงครั้งแรก 5 มิถุนายน 2026 นักบินทดสอบของนาซาได้นำเครื่องขึ้นบินจากฐานทัพอากาศเอดเวิร์ดส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ในเที่ยวบินที่ใช้เวลา 81 นาทีนี้ เครื่องบินสามารถทำลายกำแพงเสียงได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ซึ่งทำความเร็วที่ระดับมัค 1.1 (เหนือกว่าความเร็วเสียง 1.1 เท่า) ที่ความสูง 43,400 ฟุต สูงกว่าระดับความสูงของเครื่องบินพาณิชย์เล็กน้อย เพื่อทดสอบคุณภาพการบินทั้งในระดับความเร็วต่ำกว่าเสียงและเหนือเสียง
ต่อมา วันที่ 12 มิถุนายน 2026 ตามความคาดหมายของทีมงาน X-59 ได้บินทดสอบอีกครั้งและสามารถผลักดันความเร็วไปถึงระดับ มัค 1.4 ที่ความสูง 55,000 ฟุต ซึ่งถือเป็นความเร็วและระดับความสูงเป้าหมายที่เป็นบรรทัดฐานสำหรับการปฏิบัติภารกิจในอนาคต
ในการบินทดสอบช่วงต้น X-59 ได้บินร่วมกับเครื่องบินวิจัย F-15 ของนาซา ซึ่งเสียงโซนิกบูมของ F-15 จะกลบเสียงของ X-59 และในเที่ยวบินต่อ ๆ ไป จะมีการติดตั้งหัววัดคลื่นกระแทก (shock-sensing probe) บนเครื่อง F-15 เพื่อเก็บข้อมูลการประเมินประสิทธิภาพทางเสียงของ X-59 เพื่อเตรียมเข้าสู่ช่วงการพิสูจน์ยืนยันคุณลักษณะทางเสียง (acoustic validation phase)
ภาพถ่ายของเครื่องบินทดสอบ X-59 ขณะกำลังบินด้วยความเร็ว 1.4 มัค ภาพจาก NASA
จาเร็ด ไอแซคแมน (Jared Isaacman) ผู้บริหารของนาซา ได้กล่าวถึงความสำเร็จนี้ว่า "ผมรู้สึกขอบคุณทีมงานนาซาและ Lockheed Martin Skunk Works สำหรับความช่วยเหลือที่ทำให้เรามาถึงจุดนี้ได้ และผมหวังว่านี่จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความร่วมมืออีกมากมายในขณะที่เรากำลังสร้างพอร์ตโฟลิโอเครื่องบินตระกูล X-plane ของนาซาขึ้นมาใหม่"
ระหว่างการทดสอบการเก็บเสียงของ X59 ทางทีมงานได้ให้ประชาชนที่อยู่ใกล้กับพื้นที่การบินทดสอบมาช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับนักวิจัย เพื่อเก็บข้อมูลเรื่องเสียงจากพยานบุคคลด้วยอีกทางหนึ่ง
เป้าหมายสูงสุดของภารกิจนี้คือ การนำ X-59 บินทดสอบเหนือชุมชนหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลการรับรู้เสียงของประชาชนบนภาคพื้นดิน ข้อมูลเหล่านี้จะส่งต่อให้กับหน่วยงานกำกับดูแลทั้งในสหรัฐฯ และระดับนานาชาติ เพื่อสร้างมาตรฐานทางเสียงที่อ้างอิงจากข้อมูลจริง (data-driven noise standards)
นอกจากนี้นาซาจะส่งมอบเครื่องมือการออกแบบและเทคโนโลยีที่ผ่านการตรวจสอบแล้วให้กับผู้ผลิตเครื่องบินของสหรัฐฯ เพื่อใช้ในการพัฒนาเครื่องบินโดยสารความเร็วเหนือเสียงที่เงียบสงบ ซึ่งจะช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางถึงจุดหมายปลายทางได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ใช้เวลาบนเครื่องบินน้อยลง และฟื้นคืนชีพตลาดเที่ยวบินพาณิชย์ความเร็วเหนือเสียงข้ามทวีปให้กลับมาเป็นไปได้อีกครั้งในอนาคต
เรียบเรียงโดย จิรสิน อัศวกุล
พิสูจน์อักษร ศุภกิจ พัฒนพิฑูรย์
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech








