สะเทือนวงการสื่อและเว็บไซต์! Google เปิดตัวระบบค้นหา AI ด้วยพลัง Gemini Flash 3.5 ที่จะทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องคลิกลิงก์เข้าหน้าเว็บไหนอีกต่อไป
อยากรู้อะไรให้พิมพ์คีย์เวิร์ดลงใน Google Search จะไม่มีอีกต่อไป แต่จะถูกแทนที่ด้วย อยากรู้อะไรให้คุยกับ Google แทน หลังในงาน Google I/O 2026 บริษัทได้เปิดตัวการปรับปรุงระบบค้นหาครั้งใหญ่ด้วย AI จากเดิมเวลาที่จะค้นหาข้อมูลบน Google ระบบจะแสดงผลเป็นการจัดอันดับลิงก์ไปยังเว็บไซต์ที่มีข้อมูลที่ต้องการ ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 25 ปี ของจุดเริ่มต้นในการนำผู้ใช้เข้าถึงเว็บไซต์ต่าง ๆ

ล่าสุด Google ได้ปรับปรุง Search Bar หรือ ช่องค้นหาใหม่ โดยจะขยายช่องออก เพื่อรองรับคำค้นหาที่ยาวขึ้นและเป็นการสนทนามากขึ้น แทนที่การเลือกประเภทหรือโหมดที่ต้องการตั้งแต่เริ่มต้นการค้นหา นอกจากนี้ยังมีระบบแนะนำคำค้นหาที่ขับเคลื่อนด้วย AI ใหม่ ซึ่งเหนือกว่าการเติมคำอัตโนมัติ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สร้างคำค้นหาที่ซับซ้อนและละเอียดยิ่งขึ้นได้
Google ระบุว่า ฟีเจอร์ AI Overviews ของ Google จะอนุญาตให้ผู้ใช้ถามคำถามเพิ่มเติมในโหมด AI ได้


Google ยังได้เพิ่มความสามารถแบบโต้ตอบที่ขับเคลื่อนด้วย AI เข้ามาในการค้นหา ซึ่งหมายความว่าผู้คนจะใช้เวลาน้อยลงในการคลิกลิงก์สีน้ำเงินแบบเดิมที่ Google Search เคยแสดงออกมา
ผู้คนจะสามารถสร้าง ปรับแต่ง และจัดการ "AI Agent" ใหม่หลายตัวภายใน Google Search ได้ Agent เหล่านี้ สามารถทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงบนเว็บและแจ้งเตือนเกี่ยวกับข้อมูลใหม่ ๆ โดยส่งอีเมลถึงผู้ใช้เมื่อมีผลการค้นหาเว็บใหม่ที่ตรงกับคำค้นหาในเวลานั้น และยังสามารถวิเคราะห์และทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้ ระบบนี้เป็นวิวัฒนาการของ Google Alerts ที่เคยมีมาเมื่อปี 2023

การเปลี่ยนแปลงของยักษ์ใหญ่แห่งวงการ Search Engine นี้ หมายถึง การแสดงผลการค้นหาข้อมูลบนเว็บ จะดำเนินการโดยระบบ AI มากขึ้น แทนที่จะเป็นมนุษย์ ผู้คนจะหันมาให้ความสำคัญกับการนำข้อมูลที่ระบบ AI เหล่านั้นให้มาใช้ มากกว่าการคลิกลิงก์ด้วยตนเอง ทำให้ลิงก์ต่าง ๆ จะกลายเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญอีกต่อไป ต่อจากฟีเชอร์การค้นหาด้วย AI ที่ Google เคยเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ เช่น AI Overviews และการค้นหาแบบสนทนา AI Mode
ปัจจุบัน AI Overviews มีผู้ใช้งานมากกว่า 2,500 ล้านคนต่อเดือน ในขณะที่โหมดการค้นหาแบบสนทนา ซึ่งเปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว มีผู้ใช้งานมากกว่า 1,000 ล้านคนต่อเดือน เปรียบเทียบ ChatGPT มีผู้ใช้งานประจำสัปดาห์ 900 ล้านคน (ข้อมูล ณ ต้นปี 2026) แสดงให้เห็นว่า ChatGPT เกิดการมีส่วนร่วมที่บ่อยขึ้น โดยผู้ใช้กลับมาใช้งานซ้ำ ๆ ตลอดทั้งสัปดาห์ ในขณะที่ Google มีจำนวนผู้ใช้ที่ไม่ซ้ำกันทั้งหมดที่ใช้งานฟีเชอร์ AI ในหนึ่งเดือนมากกว่า

ด้วยการผสมผสานระหว่าง Gemini และ Google Antigravity ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการพัฒนา Agent ของบริษัท ผลการค้นหาจะเริ่มมีลักษณะคล้ายกับเว็บเพจแบบโต้ตอบมากขึ้น ระบบค้นหาสามารถสร้างประสบการณ์เฉพาะสำหรับคำถามของผู้ใช้แต่ละคนได้ ตั้งแต่เลย์เอาต์แบบไดนามิก ภาพกราฟิกแบบโต้ตอบ เช่น คำถามเกี่ยวกับหลุมดำในอวกาศ อาจนำไปสู่ภาพกราฟิกแบบโต้ตอบที่ทำให้แนวคิดนั้นมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้ และผู้ใช้สามารถถามคำถามเพิ่มเติมและดู Google ตอบกลับด้วยภาพกราฟิกใหม่ ๆ แบบเรียลไทม์ได้อีกด้วย

ระบบใหม่นี้สร้างขึ้นโดยความร่วมมือกับทีม Google DeepMind และใช้ Gemini Flash 3.5 โดยจะเปิดให้ผู้ใช้ Google ทุกคนใช้งานได้ฟรีในไตรมาส 3 ปีนี้ ขณะที่แผนระยะยาวของ Google คือการทำให้เทคโนโลยี AI ของบริษัทเข้าถึงได้ง่ายขึ้น รวมถึง Spark ซึ่งเป็น AI ส่วนตัวที่จะเปิดให้ใช้งานฟรี เช่นเดียวกับฟีเชอร์ AI อื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะทำให้การเข้าชมเว็บไซต์จาก Google สำหรับผู้เผยแพร่โฆษณาลดลงไปอีก ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้รับผลกระทบจากการเข้าชมที่ลดลงอยู่แล้วเนื่องจาก AI Overviews ส่งผลให้ธุรกิจสื่อที่พึ่งพาโฆษณาบางแห่งต้องปิดตัวลง และตอนนี้สถานการณ์ก็มีแนวโน้มที่จะแย่ลงไปอีก

ที่มา Google Blog , TechCrunch
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
สรุปไฮไลต์สำคัญงาน Google I/O 2026 : ยุคแห่ง AI Agent
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









